หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,000,109
Page Views 23,567,603
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

อาร์เจนตินาพักชำระหนี้

อาร์เจนตินาพักชำระหนี้

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ครั้งที่แล้วผมเขียนถึงปัญหาการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่จีดีพีโตอย่างรวดเร็วแต่เป็นการโตแบบไม่สมดุล

ทำให้ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้จีดีพีโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน แต่กรณีของจีนนั้นแปลกกว่าประเทศอื่นๆ ที่มักจะมีการบริโภคสูงแต่ก็ต้องการลงทุนสูงพร้อมกันไป ทำให้ประเทศนั้นๆ ใช้จ่ายเกินตัวสะท้อนได้จากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (ส่งออกน้อยกว่าการนำเข้า) ทำให้ต้องกู้ยืมเงินจากต่างประเทศและเชื้อเชิญให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในประเทศ แต่กรณีของจีนนั้นกลับบริโภคน้อยเกินไปและลงทุนมากเกินไปทำให้มีผลผลิตเกินความต้องการภายในประเทศต้องส่งออกมากกว่านำเข้า และมีเงินทุนไหลเข้ามาสมทบอีก ทำให้เงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่า แต่รัฐบาลพยายามชะลอการแข็งค่าดังกล่าว ซึ่งยิ่งทำให้การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดไม่สามารถปรับลดลงได้ สภาพคล่องในประเทศเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำส่งเสริมการลงทุนซึ่งในที่สุดกลายเป็นฟองสบู่โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่แล้วจะใช้จ่ายเกินตัวจนต้องกู้เงินจากต่างประเทศและเนื่องจากรัฐบาลจะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงจึงมักเป็นภาระของรัฐบาลที่จะออกพันธบัตร (กู้เงินเอง) หรือค้ำประกันการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อมาลงทุนในประเทศ โดยจะพยายามกู้เงินจากต่างประเทศเพราะไม่ต้องการแข่งขันกับเอกชนในการใช้สินเชื่อภายในประเทศ นอกจากนั้น การลงทุนของภาครัฐมักเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและ/หรืออุตสาหกรรมหนักที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนจากต่างประเทศสูง จึงควรกู้เงินตราต่างประเทศมาเพื่อซื้ออุปกรณ์และสินค้าดังกล่าว

ดังนั้น จึงไม่แปลกหากจะพบว่าประเทศกำลังพัฒนามีประวัติการพักชำระหนี้สูงที่สุด นิตยสารอิโคโนมิสต์ได้เสนอข้อมูล 10 ประเทศที่พักชำระหนี้บ่อยครั้งที่สุด รวมถึงประเทศอาร์เจนตินาที่เพิ่งพักชำระหนี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม รวมเป็นครั้งที่ 8 ในรอบ 194 ปี (ดูตารางที่ 1)



จะเห็นได้ว่าประเทศที่เป็นดาวเด่นในเรื่องของการพักชำระหนี้นั้นเป็นประเทศในอเมริกาใต้เกือบทั้งหมดยกเว้นตุรกี และส่วนใหญ่จะพักชำระหนี้หลายครั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกันในช่วง 1975-1985 ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤติน้ำมัน (โอเปกปรับราคาน้ำมันขึ้นจาก 4 ดอลลาร์เป็น 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) และปัญหาเงินเฟ้อสูงทำให้สหรัฐต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นไปสูงถึง 20% ในปี 1980

ในกรณีของอาร์เจนตินานั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่การพักชำระหนี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นและรัฐบาลอาร์เจนตินาก็ยังไม่ยอมรับว่าเป็นการพักชำระหนี้ เพราะปัญหาสืบเนื่องมาจากการพักชำระหนี้ 81,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2001 ซึ่งเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยอมแลกหนี้เดิมเป็นพันธบัตรรุ่นใหม่หลังการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ 2 ครั้งในปี 2005 และ 2010 และลดมูลหนี้ลงไปที่ระดับซึ่งอาร์เจนตินาพร้อมจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ส่วนใหญ่แล้ว แต่มีเจ้าหนี้บางรายไม่ยอมและมีกองทุนประกันความเสี่ยง (hedge fund) ไปกว้านซื้อหนี้เดิม ซึ่งเป็นพันธบัตรที่รัฐบาลอาร์เจนตินาออกภายใต้กฎหมายของนครนิวยอร์ก

โดยกลุ่มเจ้าหนี้ดังกล่าวนำเรื่องไปฟ้องศาลนิวยอร์กและต่อมาผู้พิพากษา นาย Thomas Griesa ตัดสินให้รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องจ่ายหนี้ดังกล่าว 1,300 ล้านดอลลาร์ (เท่ากับมูลหนี้และดอกเบี้ยเต็ม) ก่อนที่จะจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่ได้ตกลงปรับโครงสร้างหนี้กับรัฐบาลอาร์เจนตินา รัฐบาลอาร์เจนตินาไม่พอใจคำตัดสินดังกล่าวอย่างมากและไม่ยอมเจรจากับเจ้าหนี้กลุ่มแรก จนกระทั่งวันที่ 29 กรกฎาคมโดยให้เหตุผลว่าหากยอมกลุ่มแรกก็จะถูกกลุ่มใหญ่กลุ่มที่สองที่ยอมปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วเรียกร้องเงินเพิ่มเติมอีก ทำให้อาร์เจนตินาต้องจ่ายเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่จำกัดให้กับเจ้าหนี้จนหมดตัวได้

การพักชำระหนี้ของอาร์เจนตินามิได้ส่งผลกระทบต่อประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เพราะการพักชำระหนี้ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากการพักชำระหนี้เดิมที่คั่งค้างมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว กล่าวคือ อาร์เจนตินาเสียเครดิตและไม่สามารถกู้เงินในตลาดต่างประเทศตลอดระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น กองทุนพันธบัตรต่างๆ ทั่วโลกจึงแทบจะไม่ได้ถือพันธบัตรรัฐบาลอาร์เจนตินาและไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แตกต่างจากปี 2001 ที่กองทุนพันธบัตรต่างๆ ถือพันธบัตรรัฐบาลอาร์เจนตินาคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20% ในกรณีที่เป็นกองทุนพันธบัตรประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี สภาวการณ์ที่อาร์เจนตินายังไม่สามารถกู้เงินจากต่างประเทศนั้น หากทอดเวลาออกไปอีกก็จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอาร์เจนตินาอย่างมาก เพราะประเทศก็ยังขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ไม่มาก ทั้งนี้ อีโคโนมิสต์อ้างบริษัท Aberceb.com ซึ่งประเมินว่าเศรษฐกิจอาร์เจนตินาอาจหดตัวถึง 3.5% เพราะการพักชำระหนี้ แต่หากหลีกเลี่ยงการพักชำระหนี้ได้ก็จะหดตัวเพียง 1.5%

ประเทศอาร์เจนตินานั้นถือได้ว่าเผชิญกับความตกต่ำทางเศรษฐกิจมายาวนาน หากอ่านประวัติศาสตร์ถอยหลังไปประมาณ 100 ปีก็จะพบว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้นประเทศอาร์เจนตินาถูกนับว่าเป็นประเทศที่มีระดับความเจริญเทียบเท่ากับประเทศในยุโรปตะวันตก (ดูตารางที่ 2)



จะเห็นได้ว่าอาร์เจนตินานั้นเดิมมีเศรษฐกิจและประชากรเทียบเท่ากับเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่ามากซึ่งน่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวและเจริญได้มากกว่าประเทศในยุโรปทั้งสองที่ต้องผ่านสงครามโลกมาถึง 2 ครั้ง แต่ในที่สุดเศรษฐกิจอาร์เจนตินาก็ล้าหลังทั้งสองประเทศดังกล่าวอย่างมากในปัจจุบันครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : อาร์เจนตินา พักชำระหนี้

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view