http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,113,897
เปิดเพจ23,727,953

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลก

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลก

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้วผมหยิบตำราเศรษฐศาสตร์มาอ่านเป็นครั้งแรกเพราะสงสัยว่าทำไมประชาชนในบางประเทศร่ำรวย

และบางประเทศยากจน มาวันนี้หลังจากเรียนเศรษฐศาสตร์มาเกือบ 40 ปีเต็มก็พอจะได้คำตอบบ้างแต่ก็ยังเรียนรู้ไม่หมดและบางอย่างเช่นที่ธนาคารกลางสหรัฐทำอยู่ในขณะนี้ก็ไม่มีตำราเศรษฐศาสตร์

ในวันนี้จึงขอนำเอาสถิติการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลกมาเปรียบเทียบกัน เริ่มต้นจากปี 1970 (โดยมิได้มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงอะไรว่าทำไมต้องเริ่มปี 1970 ไม่ใช่ 1969 หรือ 1971) ซึ่งผมได้แบ่งออกเป็นช่วงๆ ดังที่ปรากฏในตาราง

ทั้งนี้ ขนาดของเศรษฐกิจนั้นดูจากจีดีพีหรือผลผลิตมวลรวมของประเทศหรือรายได้ของประเทศในกรณีของไทยและรายได้ของโลกต่อปีนั่นเอง ซึ่งผมยอมรับว่าการวัดดังกล่าวมีข้อท้วงติงอยู่มาก แต่ก็เป็นตัววัดขนาดของเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในขณะนี้ สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้นก็เปรียบเทียบได้กับการวัดว่าขนาดของเค้กโตขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด ส่วนจะแบ่งเค้กอย่างไรเป็นธรรมมากหรือน้อยเพียงใดนั้นเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้ในวันหลัง แต่ยิ่งขนาดของเค้กใหญ่ขึ้นมากเท่าไหร่ย่อมจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและทำให้การแบ่งเค้กทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การขยายตัวของจีดีพีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเป้าหมายหลักของการบริหารเศรษฐกิจของทุกประเทศ

หากดูจากตารางก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังนี้น่าเป็นห่วงอย่างมากเพราะเศรษฐกิจไทยในช่วง 2008-2014 หรือประมาณ 7 ปีที่ผ่านมานั้นขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.76% ต่อปีเท่านั้น ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3% ต่อปี แปลว่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวช้ากว่าเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจไทยยังจะขยายตัวเท่ากับหรือต่ำกว่าเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยก็จะเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะล้าหลังทางเศรษฐกิจได้ เพราะปัจจุบันจีดีพีของโลกประมาณ 72 ล้านล้านดอลลาร์และโลกมีประชากรประมาณ 7 พันล้านคน ดังนั้น จีดีพีต่อหัวของชาวโลกจึงคำนวณได้ประมาณ 10,300 ดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่จีดีพีต่อหัวของไทยนั้นประมาณ 5,700 ดอลลาร์ต่อปี

ดังนั้น หากจีดีพีไทยขยายตัวเพียง 2.76% แต่จีดีพีโลกขยายตัว 3% ต่อปี รายได้ต่อหัวของคนไทย (คำนวณโดยลบการขยายตัวของประชากรที่ 0.7% ต่อปี) ก็จะเพิ่มประมาณ 2% ต่อปีคือ 114 ดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่จีดีพีต่อหัวของชาวโลกโดยรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% ต่อปี (เพราะประชากรโลกเพิ่ม 1% ต่อปี) เช่นกัน แต่จะหมายความว่ารายได้ต่อหัวของชาวโลกจะเพิ่มขึ้น 206 ดอลลาร์ต่อปี แปลว่าส่วนต่างของรายได้คนไทยกับชาวโลกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หากต้องการไม่ให้รายได้คนไทยตกต่ำไปมากกว่านี้เมื่อเทียบกับโลกแล้ว จีดีพีของไทยก็จะต้องขยายตัวประมาณ 4.5% ต่อปี (ในขณะที่ประชากรเพิ่มขึ้นปีละ 0.7%) เพียงเพื่อมิให้เศรษฐกิจไทยจะไม่ได้ถูกทิ้งห่างออกไปอีก

การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 4.5% นั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับประเทศไทยสมัยก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 1997 แต่หลังจากนั้นเราทำได้ไม่ง่ายนัก เช่นในช่วง 1999-2007 จีดีพีขยายตัวเฉลี่ยเพียง 4.98% ต่อปีซึ่งต้องขอบอกว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับอดีตที่จีดีพีขยายตัวเกินกว่านั้นมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเคยเชื่องช้าที่สุดในช่วง 1980-1983 (จีดีพีโลกขยายตัวเพียง 1.95% ต่อปี) แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้เฉลี่ย 5.38% ต่อปี บางคนอาจแย้งว่าช่วง 1999-2007 ก็ขยายตัวได้ดีถึง 4.98% แล้วน่าจะพึงพอใจ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในระดับหนึ่ง แต่หากมองว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 1997-1998 ทำให้จีดีพีหดตัวถึง 12% (ติดลบ 1.4% ในปี 1997 และติดลบ 10.5% ในปี 1998) ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวไปเกือบ 7% ในช่วง 2 ปีดังกล่าวก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยถอยหลังไปเกือบ 20% เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจโลก แต่ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อมานั้นก็ไล่ตามอย่างเชื่องช้าคือขยายตัวสูงกว่าเศรษฐกิจโลกเพียง 0.8% ต่อปี แปลว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเป็นหลายสิบปีกว่าจะกลับมาทัดเทียมกับสมัยก่อนวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1997

นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้สูงว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัวในระดับต่ำใกล้ 3% ต่อปี เช่นนี้ไปอีกนาน หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐเพราะเป็นวิกฤติการเงินและปัญหาหนี้สินทั้งของประชาชนและของรัฐบาล ประเทศพัฒนาแล้วจะถ่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจไปอีกนาน แตกต่างจากสมัยที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวโดยนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมากในช่วง 1970-1979, 1984-1990 และ 1999-2007 ที่จีดีพีโลกขยายตัวเกิน 4% ต่อปี

จะเห็นว่าปัญหาของไทยนั้นสรุปได้จากคอลัมน์สุดท้ายของตารางคือสมัยก่อนวิกฤติ 1997 จีดีพีไทยขยายตัวได้สูงกว่าจีดีพีโลกประมาณ 1 เท่าตัว แม้ช่วงที่การเมืองไทยย่ำแย่และมีปัญหาความมั่นคงตลอดจนสงครามอินโดจีนในช่วง 1970-1979 เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้สูงกว่าเศรษฐกิจโลกประมาณ 50% (เศรษฐกิจไทยขยายตัว 6.9% ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 4.5% ต่อปี) แต่ในยุคหลังวิกฤติเศรษฐกิจ 1997 นั้นเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ทัดเทียมกับเศรษฐกิจโลกเท่านั้น ในขณะที่รายได้ต่อหัวชาวโลกสูงกว่าคนไทยเกือบเท่าตัว

ดังนั้น การเร่งให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่แค่ปีหน้า) จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : การขยายตัว เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก

view

*

view