หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,633
Page Views 23,554,163
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลก

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลก

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้วผมหยิบตำราเศรษฐศาสตร์มาอ่านเป็นครั้งแรกเพราะสงสัยว่าทำไมประชาชนในบางประเทศร่ำรวย

และบางประเทศยากจน มาวันนี้หลังจากเรียนเศรษฐศาสตร์มาเกือบ 40 ปีเต็มก็พอจะได้คำตอบบ้างแต่ก็ยังเรียนรู้ไม่หมดและบางอย่างเช่นที่ธนาคารกลางสหรัฐทำอยู่ในขณะนี้ก็ไม่มีตำราเศรษฐศาสตร์

ในวันนี้จึงขอนำเอาสถิติการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลกมาเปรียบเทียบกัน เริ่มต้นจากปี 1970 (โดยมิได้มีเหตุผลเฉพาะเจาะจงอะไรว่าทำไมต้องเริ่มปี 1970 ไม่ใช่ 1969 หรือ 1971) ซึ่งผมได้แบ่งออกเป็นช่วงๆ ดังที่ปรากฏในตาราง

ทั้งนี้ ขนาดของเศรษฐกิจนั้นดูจากจีดีพีหรือผลผลิตมวลรวมของประเทศหรือรายได้ของประเทศในกรณีของไทยและรายได้ของโลกต่อปีนั่นเอง ซึ่งผมยอมรับว่าการวัดดังกล่าวมีข้อท้วงติงอยู่มาก แต่ก็เป็นตัววัดขนาดของเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในขณะนี้ สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้นก็เปรียบเทียบได้กับการวัดว่าขนาดของเค้กโตขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด ส่วนจะแบ่งเค้กอย่างไรเป็นธรรมมากหรือน้อยเพียงใดนั้นเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้ในวันหลัง แต่ยิ่งขนาดของเค้กใหญ่ขึ้นมากเท่าไหร่ย่อมจะเป็นประโยชน์กับประชาชนและทำให้การแบ่งเค้กทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การขยายตัวของจีดีพีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเป้าหมายหลักของการบริหารเศรษฐกิจของทุกประเทศ

หากดูจากตารางก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังนี้น่าเป็นห่วงอย่างมากเพราะเศรษฐกิจไทยในช่วง 2008-2014 หรือประมาณ 7 ปีที่ผ่านมานั้นขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.76% ต่อปีเท่านั้น ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3% ต่อปี แปลว่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวช้ากว่าเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจไทยยังจะขยายตัวเท่ากับหรือต่ำกว่าเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยก็จะเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะล้าหลังทางเศรษฐกิจได้ เพราะปัจจุบันจีดีพีของโลกประมาณ 72 ล้านล้านดอลลาร์และโลกมีประชากรประมาณ 7 พันล้านคน ดังนั้น จีดีพีต่อหัวของชาวโลกจึงคำนวณได้ประมาณ 10,300 ดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่จีดีพีต่อหัวของไทยนั้นประมาณ 5,700 ดอลลาร์ต่อปี

ดังนั้น หากจีดีพีไทยขยายตัวเพียง 2.76% แต่จีดีพีโลกขยายตัว 3% ต่อปี รายได้ต่อหัวของคนไทย (คำนวณโดยลบการขยายตัวของประชากรที่ 0.7% ต่อปี) ก็จะเพิ่มประมาณ 2% ต่อปีคือ 114 ดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่จีดีพีต่อหัวของชาวโลกโดยรวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% ต่อปี (เพราะประชากรโลกเพิ่ม 1% ต่อปี) เช่นกัน แต่จะหมายความว่ารายได้ต่อหัวของชาวโลกจะเพิ่มขึ้น 206 ดอลลาร์ต่อปี แปลว่าส่วนต่างของรายได้คนไทยกับชาวโลกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หากต้องการไม่ให้รายได้คนไทยตกต่ำไปมากกว่านี้เมื่อเทียบกับโลกแล้ว จีดีพีของไทยก็จะต้องขยายตัวประมาณ 4.5% ต่อปี (ในขณะที่ประชากรเพิ่มขึ้นปีละ 0.7%) เพียงเพื่อมิให้เศรษฐกิจไทยจะไม่ได้ถูกทิ้งห่างออกไปอีก

การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ 4.5% นั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับประเทศไทยสมัยก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 1997 แต่หลังจากนั้นเราทำได้ไม่ง่ายนัก เช่นในช่วง 1999-2007 จีดีพีขยายตัวเฉลี่ยเพียง 4.98% ต่อปีซึ่งต้องขอบอกว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับอดีตที่จีดีพีขยายตัวเกินกว่านั้นมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเคยเชื่องช้าที่สุดในช่วง 1980-1983 (จีดีพีโลกขยายตัวเพียง 1.95% ต่อปี) แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้เฉลี่ย 5.38% ต่อปี บางคนอาจแย้งว่าช่วง 1999-2007 ก็ขยายตัวได้ดีถึง 4.98% แล้วน่าจะพึงพอใจ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในระดับหนึ่ง แต่หากมองว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 1997-1998 ทำให้จีดีพีหดตัวถึง 12% (ติดลบ 1.4% ในปี 1997 และติดลบ 10.5% ในปี 1998) ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวไปเกือบ 7% ในช่วง 2 ปีดังกล่าวก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยถอยหลังไปเกือบ 20% เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจโลก แต่ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อมานั้นก็ไล่ตามอย่างเชื่องช้าคือขยายตัวสูงกว่าเศรษฐกิจโลกเพียง 0.8% ต่อปี แปลว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเป็นหลายสิบปีกว่าจะกลับมาทัดเทียมกับสมัยก่อนวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1997

นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้สูงว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัวในระดับต่ำใกล้ 3% ต่อปี เช่นนี้ไปอีกนาน หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐเพราะเป็นวิกฤติการเงินและปัญหาหนี้สินทั้งของประชาชนและของรัฐบาล ประเทศพัฒนาแล้วจะถ่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจไปอีกนาน แตกต่างจากสมัยที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวโดยนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมากในช่วง 1970-1979, 1984-1990 และ 1999-2007 ที่จีดีพีโลกขยายตัวเกิน 4% ต่อปี

จะเห็นว่าปัญหาของไทยนั้นสรุปได้จากคอลัมน์สุดท้ายของตารางคือสมัยก่อนวิกฤติ 1997 จีดีพีไทยขยายตัวได้สูงกว่าจีดีพีโลกประมาณ 1 เท่าตัว แม้ช่วงที่การเมืองไทยย่ำแย่และมีปัญหาความมั่นคงตลอดจนสงครามอินโดจีนในช่วง 1970-1979 เศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้สูงกว่าเศรษฐกิจโลกประมาณ 50% (เศรษฐกิจไทยขยายตัว 6.9% ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 4.5% ต่อปี) แต่ในยุคหลังวิกฤติเศรษฐกิจ 1997 นั้นเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ทัดเทียมกับเศรษฐกิจโลกเท่านั้น ในขณะที่รายได้ต่อหัวชาวโลกสูงกว่าคนไทยเกือบเท่าตัว

ดังนั้น การเร่งให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่แค่ปีหน้า) จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : การขยายตัว เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view