หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,995,673
Page Views 23,556,349
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

3 สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่ภาวะ ผู้นำล้มเหลว

3 สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่ภาวะ ผู้นำล้มเหลว

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีน้องคนหนึ่งมาเล่าเรื่องเจ้านายของเขาให้ฟัง เขาเล่าให้ฟังว่า เขามีเรื่องกับเจ้านาย

เมื่อเล่าอยู่ได้สักพัก เขาก็สรุปเชิงปลอบใจตัวเองว่า “แต่อย่างว่านะพี่...เขาเป็นนาย เรามันแค่ลูกน้อง เขาให้ทำ เราก็ต้องทำ จะไปทำอะไรได้” แหม...มันช่างเป็นคำพูดที่เรียกว่า ถ้าผมเป็นเจ้านายน้องเขามาได้ยินคงหดหู่น่าดู เพราะนั่นหมายความว่า เขาต้องทำตาม เพราะจำใจทำตาม ไม่ใช่เพราะศรัทธา หรือเชื่อมั่นในตัวเรา ผมนั่งฟังอยู่ได้สักพัก แล้วก็นึกขึ้นมาว่า จริงๆ แล้ว การขึ้นมาเป็นผู้นำนี่ไม่ยากเลย แต่ที่ยากคือ จะทำอย่างไรให้เรายังคงเป็นผู้นำอยู่ได้ในสายตาของลูกน้อง เพราะบางคน ตอนแรกเป็นผู้นำ หลังๆ ไปเริ่มกลายเป็นแค่ เจ้านาย ผู้อำนาจในมือ แล้วใช้อย่างพร่ำเพรื่อ คะนองอำนาจ โดยไม่แคร์ความรู้สึกใครเลย... แค่นั้น

วันนี้ผมเลยลองเอา เช็คลีสต์ (check list) 3 ข้อ มาฝากท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านที่เป็นเจ้านาย หรือ ผู้นำ อยู่ในขณะนี้ ดูสิว่า ท่านเริ่มมีสัญญาณเตือน หรือ อาการที่อาจนำไปสู่การเป็นผู้นำที่ล้มเหลวหรือยัง มีอยู่กี่ข้อแล้ว เพราะถ้ามี ท่านจะได้รีบแก้ไขได้ทันก่อนที่จะกลายเป็นผู้นำที่ล้มเหลวเต็มตัวครับ

สิ่งแรกคือ 1. เริ่มไม่รู้หน้าที่ตนเอง ข้อนี้ต้องนำมาก่อนข้อใดๆ เพราะเป็นข้อที่สำคัญและผู้นำหลายๆ คนกำลังเป็นอยู่ คำว่าไม่รู้หน้าที่ตนเองคือ ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งอะไร ควรใส่ใจดูแลเรื่องอะไร นั่นคือ โดยปกติแล้วผู้นำ โดยเฉพาะระดับสูงๆ จะต้องทำหน้าที่วางโครงสร้าง มองไกล คิดใหญ่ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า THINK BIG แต่ผู้นำบางคน ลืมไปว่าตนเองนั่นมาไกลเกินกว่าที่จะไปสนใจเรื่องเล็กๆ เรื่องที่ลูกน้อง หรือ ผู้นำในแผนกที่เล็กว่าสามารถจัดการได้ ปัญหาตรงนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะ ความไม่เชื่อใจในตัวลูกน้อง หรือ ความมั่นใจในตนเองมากจนเกินไป จนทำให้คิดว่า ไม่มีใครจะทำได้ดีเท่าตนอีกแล้ว หากผู้นำมีพฤติกรรมเช่นนี้ สัญญาณที่จะเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ ลูกน้องจะไม่กล้าตัดสินใจอะไรเอง ทุกอย่างต้องมาถาม และคุณก็จะกลายเป็นผู้นำที่มีลูกน้องไร้ประสิทธิภาพในที่สุด

2. เริ่มขาดจิตวิทยาในการสื่อสาร ข้อนี้ควรจะเป็นสิ่งที่นำมาตัดสินว่า ใครควรจะได้เป็นผู้นำด้วยซ้ำ เพราะสิ่งสำคัญที่ผู้นำต้องทำสิ่งแรกคือ สื่อสารกับลูกน้องให้เข้าใจตรงกันและเดินไปในทางเดียวกัน นอกจากนั้น การสื่อสารที่ผู้นำต้องใช้นั้น ยังมีทั้ง การสื่อสารเชิงโน้มน้าวใจ การสื่อสารองค์กร และการสื่อสารในที่สาธารณะ เป็นต้น ดังนั้นหากผู้นำไม่มีความสามารถในข้อนี้แล้ว คงยากที่จะเป็นผู้นำ ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ในกรณีที่คุณ ในฐานะผู้นำ ต้องการจะตำหนิการกระทำของลูกน้อง 10 คน หากคุณไม่มีจิตวิทยา คุณก็จะตำหนิเหมือนกันหมดทั้ง 10 คน โดยรู้ไม่ว่า คนหนึ่งอาจร้องไห้เสียใจกับคำตำหนินั้น บางคนอาจไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย บางคนอาจลาออกเลยก็ได้ และยิ่งหากถามว่าคุณตำหนิเพื่ออะไร คุณตอบว่าเพื่อให้เขารับรู้ว่าผิด การสื่อสารของคุณก็ยิ่งล้มเหลวเข้าไปใหญ่ เพราะคนที่ลาออก หรือคนหมดกำลังใจเขาอาจยังเชื่อว่าเขาไม่ผิด แต่ต่อไปนี้เขาจะไม่ทุ่มเทให้กับองค์กรอีกแล้ว คุณก็จะเสียกำลังไปหนึ่งแรง สิ่งที่คุณอยากให้เขารู้ก็ไม่ได้รับรู้ นี่แหละครับ เจ้านายที่ขาดทักษะด้านการสื่อสาร

3. เริ่มกลัวความเสี่ยง ข้อนี้ฟังดูแล้ว น่าจะเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ สำหรับผู้นำที่กลัวความเสี่ยง แต่ผู้นำประเภทนี้จะเป็นผู้นำที่ไม่กล้าทำอะไรเลยครับ อะไรที่ยังไม่มีใครเคยทำก็จะไม่กล้าทำ จะทำอะไรที่คนอื่นเขาเคยทำมาแล้วทั้งนั้น เพื่อความปลอดภัย ความเสี่ยงที่ผมกำลังพูดถึงนี้ รวมอะไรบ้าง ก็ได้แก่ ความเสี่ยงที่จะเสียตำแหน่ง ความเสี่ยงที่จะโดนตำหนิจากผู้ที่มีตำแหน่งใหญ่กว่า (นายของนายอีกที) หรือจากลูกน้องคนอื่นๆ เช่น เมื่อต้องตัดสินใจว่าแผนกเราควรจะทำนั่นทำนี่ดีไหม ผู้นำที่กลัวความเสี่ยงก็จะตั้งคำถามทันทีว่า แล้วแผนกอื่นทำกันยังไง แต่จะไม่ตั้งคำถามว่า ทำแล้วดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร เพราะกลัวว่า หากทำไม่เหมือนแผนกอื่นแล้วอาจจะโดนว่าเอาได้ แผนกหรือองค์กรที่ได้ผู้นำประเภทนี้ไปก็จะเป็นแผนกที่ทำอะไรเหมือนๆ กับที่อื่น แต่จะเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร หรือ แผนกนั้นๆ หรือไม่ ต้องดูอีกที ลูกน้องก็จะสามารถเป่าหูได้ง่าย เพราะแค่ลูกน้องพูดว่า นายไม่ดี ไม่ยุติธรรม ความกลัวที่ลูกน้องจะต่อว่าก็จะเกิดขึ้น ก่อนเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

แน่นอนครับว่าจริงๆ แล้ว ยังมีสัญญาณอีกมากมายที่หากผู้นำมีแล้ว ผู้นำคนนั้นก็กำลังเดินเข้าสู่ภาวะผู้นำที่ล้มเหลว แต่ 3 สัญญาณที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็น 3 สัญญาณใหญ่ๆ ที่หากมีครบทั้ง 3 ข้อแล้ว ควรจะต้องรีบแก้ไขปรับปรุงตัวโดยด่วน ลองเช็คดูนะครับ ว่า คุณมีครบหรือเปล่า แต่หากคุณไม่มี คุณต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอนะครับว่าอย่าให้มันเกิดขึ้น เพราะสัญญาณพวกนี้มันแปลกครับ ตำแหน่งยิ่งสูง มันยิ่งมาเงียบๆ แบบไม่ให้เรารู้ตัวเลยครับ สวัสดี


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : 3 สัญญาณเตือน ก่อนเข้าสู่ ภาวะผู้นำล้มเหลว

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view