หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,999,724
Page Views 23,565,980
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

วิชาชี้เครือข่ายต้านโกงเป็นของเทียมเพียบ

จาก โพสต์ทูเดย์

"วิชา"ห่วงสถานการณ์ทุจริต ระบุเครือข่ายต้านโกงเป็นของเทียมเพียบ เสนอรื้อให้เป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) สำนักงาน ป.ป.ช. จัดโครงการสัมนารวมพลังผู้นำศาสนาป้องกันการทุจริต เดินหน้าเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปราบปรามการทุจริตโดยใช้กลไกลทางศาสนา ผนึกกำลังความร่วมมือผู้นำศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนท์ พราหมณ์ และซิกข์ ระดมไอเดียสร้างสรรค์ผลักดันแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของแต่ละกลไกล 

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.  กล่าวเปิดงานว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาที่สำคัญบั่นทอนการพัฒนาประเทศ คือ ปัญหาการทุจริต ซึ่งเห็นตนเห็นว่าการรวมพลัง ขององค์กร กลุ่ม และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ ปลูกและปลุกจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริต เน้นการเปลียนแปลงฐานความคิดของคนในทุกภาคส่วนในการรักษาประโยชน์สาธารณะ บูรณาการทำงานของหน่วยงานในการต่อต้านและเครื่อข่ายในประเทศ  เพื่อปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนในภาคส่วน

จากนั้น นายวิชา ได้ร่วมเสวนาเรื่อง “การรวมพลัง (Synergy) และการประสานความร่วมมือให้เกิดเครือข่าย (Networking) ทางศาสนาป้องกันการทุจริต” โดยนายวิชา กล่าวตอนหนึ่งว่าการโกงเป็นบาปที่ไม่มีวันไถ่ถอนได้เลย เพราะการโกงเงินของคนทุกคนชนชั้น คนเหล่านี้จะถูกสาปแช่งทุกวันทุกคืน ไม่ได้ดี เพราะว่าโกงเงินของประชาชนส่วนที่เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยจุดที่เป็นจุดหนักที่สุดของการทุจริตคือการไม่เปิดเผยการทุจริตแต่ต้องการปกปิดทุกอย่าง   ดังนั้น เราต้องมาร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันการโกง ต้องเลิกเครือข่ายปลอมๆ ซึ่งเรามีเครือข่ายเยอะแต่เป็นเครือข่ายเทียม ซึ่งเห็นแล้วว่าไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่มีการสานต่อ ไม่มีเป้าหมาย สุดท้ายรับงบประมาณแล้วก็แยกย้ายกันไป เครื่อข่ายของเราต้องทำอย่างสม่ำเสมอและปฎิบัติจริง

“ผลประโยชน์ของประเทศ และผลประโยชน์ของแผ่นดินจะต้องตกเป็นของลูกหลานเราต่อไป ต้องตกเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนว่าจะไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อจะปราบโกง ผมกลัวที่สุดคือคนมายึดแผ่นดิน เพราะมีคนเต็มใจที่จะขาย และไม่ได้มีแต่ประเทศไทย เช่น พม่า ก็เป็นเหมือนกัน  และพม่าเตือนมาว่าให้ระวังให้ดี ไม่ระวังไม่ได้ เพราะพื้นที่ไหนทำประโยชน์ก็ออกโฉนดเป็นพื้นที่ส่วนตัว และที่แย่ไปกว่านั้นคือการเอาไปขาย เราจะปล่อยให้สถานการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร  เราต้องร่วมกัน เราจะเสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียวไม่ได้ เพราะฉนั้นต้องเดินหน้าอย่างสมบูรณ์ได้แล้ว”นายวิชา กล่าว 

นายวิชา กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศไทยคือการทุจริตคอร์รัปชัน จึงมีความจำเป็นต้องที่จะต้องปลูกจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริต โดยเน้นการปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีค่านิยมที่สุจริต รักษาประโยชน์สาธารณะ ให้มีการต่อต้านการทุจริต โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล

นายวิชา กล่าวอีกว่า ค่านิยมสังคมเปลี่ยนไปเงินเป็นพระเจ้าแทนศาสนา ซึ่งหากวันนี้ไม่มีการยึดอำนาจประเทศคงจะพินาศไปแล้ว เพราะมีการข่าวชัดเจนว่ามีกองกำลังต่างชาติเข้ามา อีกทั้งหลากหลายภาคส่วนสามารถซื้อได้ด้วยเงิน วันนี้ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันในการต่อต้านการทุจริตอย่าให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ฝ่ายเดียว


'วิชา'ลั่นถ้าไม่มียึดอำนาจประเทศพินาศไปแล้ว

"วิชา"ระบุญหาสำคัญที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศคือปัญหาการทุจริต ลั่นถ้าไม่มียึดอำนาจ ประเทศพินาศไปแล้ว

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวบรรยายในหัวข้อ "แนวทางการรวมพลัง(Synergy) และการประสานความร่วมมือให้เกิดเครือข่าย(Network) ทางศาสนาป้องกันการทุจริต" โดยมีผู้แทนศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ศาสนาพราหมณ์พระราชครูในสำนักพระราชวัง และผู้แทนศาสนาซิกซ์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปราบปรามทุจริต โดยใชกลไลทุกศาสนาเพื่อร่วมกันรณรงค์ป้องกันและเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต

นายวิชา เริ่มต้นในการบรรยายว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาสำคัญที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศคือปัญหาการทุจริต การรวมพลังและผนึกกำลังของผู้นำแต่ละศาสนาเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนในทุกภาคส่วนในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งหากมีการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในการต่อต้านทุจริต ตนเชื่อว่าปัญหานี้จะลดน้อยลงตามลำดับ พร้อมกับยกตัวอย่างถึงวิกฤติที่สุดของประเทศคือ การยึดแผ่นดิน แล้วคนของเราเต็มใจที่จะขายด้วย ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่าก็เจอปัญหานี้ ที่เต็มไปด้วยคนจีนเข้ามา ลงทุนทุกอย่าง คนพม่าก็ขายที่ให้บริษัทห้ามชาติ ได้เงินมาแล้วย้ายไปอยู่เมืองเล็กๆ

พร้อมกันนั้น นายวิชา ยังได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า ในบ้านเราก็เกิดปัญหาเช่นนี้จำนวนมาก เห็นได้จากอุทยานสิรินาถฯ ที่มีการนำที่สาธารณะไปออกโฉนดแล้วยังไม่พอ ยังเอาไปขายให้ต่างชาติอีก ประชาชนจะลงไปเล่นน้ำ หรือเข้าไปเดินเล่นก็ทำไม่ได้ เขากั้นพื้นที่ไว้หมด และทันทีที่นายทุนได้โฉนดมาก็จะนำไปจำนองกับธนาคาร ได้เงินกันเป็นพันล้าน ทั้งที่ที่ตรงนั้นคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ไม่เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีชาวต่างชาติจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ต เกาะสมุย หรือพัทยา วันนี้ฝรั่งเป็นเจ้าของที่ดินเต็มไปหมด เราพูดอะไรไม่ได้ น้ำท่วมปาก ถ้าจะแก้ปัญหาต้องให้ประชาชนผลึกกำลังกัน แม้มันเป็นมุมมองที่ลึกแต่ต้องปรับเข้ามาให้เป็นนิสัย

"เราจะเสียแผ่นดินไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว การโกงเป็นบาปที่ไม่มีวันไถ่ถอนได้เลย เพราะการโกงเงินของคนทุกคนทุกชนชั้น คนเหล่านี้จะถูกสาปแช่งทุกวันทุกคืน ไม่ได้ดี เพราะว่าโกงเงินของประชาชนส่วนที่เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย" นายวิชา กล่าว

ขณะเดียวกัน นายวิชา ยังได้กล่าวถึงอีกวิธีแก้ปัญหาทุจริตให้ได้ผล ซึ่งในหลายประเทศมีการนำเรื่องนี้มาบังคับใช้นานแล้ว นั่นก็คือภาษีมรดก ซึ่งนายวิชา ระบุอย่างหนักแน่นว่า องค์ประกอบสำคัญที่นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการปราบปรามทุจริตแล้ว จะต้องตีจุดหนักที่สุดของการทุจริตคือ การปกปิด ด้วยการต้องทำให้โปร่งใส สังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดต่างชาติจึงคิดเรื่องภาษีมรดกขึ้นมา ซึ่งในความเป็นจริงถ้านับเฉพาะตัวเงินนั้นถือว่าได้ไม่มากเท่าใด แต่วัตุประสงค์จริงๆ คือต้องการให้มีการเปิดเผย เพื่อต้องการรู้ว่าใครเก็บงำอะไรเอาไว้เท่าไหร่ ในประเทศญี่ปุ่นมีการเก็บภาษีประเภทนี้มานานตั้งแต่สมัยโชกุน เพราะเขาไม่ต้องการให้เก็บสมบัติเอาไว้ต้องการให้เป็นส่วนรวม นั่นคือกุศโลบายคือ ต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ

"ไม่มีวิธีการไหนเปิดเผยได้ดีเท่าเก็บภาษี มันทะลุทะลวงไปถึงครอบครัว" นายวิชา กล่าว

นายวิชา กล่าวอีกว่า ค่านิยมสังคมเปลี่ยนไปเงินเป็นพระเจ้าแทนศาสนา ซึ่งหากวันนี้ไม่มีการยึดอำนาจประเทศคงจะพินาศไปแล้ว เพราะมีการข่าวชัดเจนว่ามีกองกำลังต่างชาติเข้ามา อีกทั้งหลากหลายภาคส่วนสามารถซื้อได้ด้วยเงิน วันนี้ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันในการต่อต้านการทุจริตอย่าให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ฝ่ายเดียว


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : วิชาชี้ เครือข่ายต้านโกง ของเทียมเพียบ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view