หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,997,289
Page Views 23,558,103
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ระดมกึ๋น 7 เสนาบดี ปั้นจีดีพีไตรมาสสุดท้าย ฟื้นเศรษฐกิจ

จากประชาชาติธุรกิจ

เสถียรภาพ ทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าสู่ช่วง "หัวเลี้ยวหัวต่อ" เมื่อมรสุมการเมือง เศรษฐกิจ เริ่มก่อตัวเป็นพายุ

โดยเฉพาะมรสุมที่ ไล่หลัง-ท้าทายบรรยากาศ "ปรองดอง-สมานฉันท์" เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างข้อบังคับว่าด้วยเรื่อง "การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง" โดยมีเรื่องร้อนรอ

"เช็กบิลนักการเมือง-กลุ่มอำนาจเก่า" อยู่ในมือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมส่งไม้ต่อให้ สนช. พิจารณาว่ามีอำนาจในการถอดถอนหรือไม่

เผือก ร้อนในมือ จำนวน 4 คดี ที่รอ สนช.นำขึ้นเขียง ได้แก่ คดีถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา-คดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และคดีอดีตสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. โดยมิชอบ

พ่วงด้วยคดี "มหากาพย์"-กรณีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการจำนำข้าวยังไม่นับรวมคดีแก้ไขรัฐ ธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ที่มีนักการเมืองพรรคใหญ่-พรรคเล็กอีกกว่า 100 ชีวิต รอชี้มูลความผิด-ล้างบาง อยู่ที่ในมือ ป.ป.ช.อีกลอตใหญ่

หาก สุดท้ายแล้ว สามารถถอดถอนบุคคลการเมืองขั้วตรงข้าม คสช.ออกจากตำแหน่งได้ จะทำให้ "อุณหภูมิการเมืองร้อนแรง" ขึ้นทันที เพราะกลุ่มอำนาจเก่าตกอยู่ในสภาพ "หลังพิงฝา-หมาจนตรอก"

นอกจากมรสุม การเมืองที่จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลใต้เงา คสช.ทั้งทางตรง-ทางอ้อมแล้ว "มรสุมเศรษฐกิจ-ปากท้อง" ก็มีผลกระทบต่อ "รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์" เช่นกัน

"รัฐบาลตระหนักดีว่าวันนี้ ภาวะเศรษฐกิจมีความซบเซาต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งภาวะการเมืองในประเทศและผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก อีกทั้งเราก็รู้กันดีว่าในปีนี้เศรษฐกิจอาจจะ
ไม่เติบโตเท่าที่ควร ได้มีการประมาณการจีดีพีในปีนี้อาจจะไม่ถึงระดับร้อยละ 2" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ยอมรับว่า จีดีพีปีนี้อาจจะไม่ตรงตามเป้าหมาย

สอดรับกับ "สำนักพยากรณ์" ตัวเลขเศรษฐกิจทุกสำนักต่างส่งสัญญาณเป็นเสียงเดียวว่า จีดีพีปีนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.5 ขึ้นไป แต่จะไต่ถึงระดับ 2 เปอร์เซ็นต์คงเป็นเรื่องยากทว่าก็มีความพยายามที่จะ "ปั้น" ผลงานเศรษฐกิจ เพื่อฝ่า "กระแสร้อนทางการเมือง" รวมถึงพิสูจน์ฝีมือ "ดรีมทีมเศรษฐกิจ" เมื่อ "หม่อมอุ๋ย"-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล "รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ" ระดมสมองรัฐมนตรีในสังกัด 7 กระทรวง ประกอบด้วย สมหมาย ภาษี รมว.คลัง-ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์-จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม-พรชัย รุจิประภา รมว.ไอซีที-ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ สุมหัวกันแก้ปัญหาปากท้อง

วาระร้อนในวงสนทนาเมื่อพลบค่ำ ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 29 ก.ย.คือ เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น-ไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 หรือไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 หลัง สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2558 วงเงิน 2.575 ล้านบาท ไปหมาด ๆ

นายจักมณฑ์กล่าวภายหลังหารือ "วงเสนาบดีเศรษฐกิจ" ว่า มีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจำนวนมาก คาดว่าจะแถลงมาตรการดังกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2557

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมีเรื่องการเร่งออกใบอนุญาตให้สัมปทานเอกชนขุดและสำรวจแร่ ทั้งอาชญาบัตร และใบอนุญาตการทำเหมืองแร่ หรือประทานบัตร ค้างอยู่กว่า 100 ฉบับ บางฉบับค้างมานานแล้วกว่า 18 ปี ซึ่งการอนุมัติครั้งนี้จะช่วย ให้เกิดการสร้างงาน และมีผลต่อการเพิ่มวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่อยอด เช่น ปูน หิน ทราย ทำให้เกิดการผลิตเพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบรายงานแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี"58 ที่สำนักงบประมาณเสนอ มีสาระสำคัญคือให้หน่วยงานราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่ไตรมาส ที่ 1 ของปีงบประมาณ 2558 โดยมีวงเงินเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 1 (ต.ค.-ธ.ค.) รวม 1.1 ล้านล้านบาท

โดยแบ่งเป็นการเบิกจ่ายรายจ่าย ประจำ 791,443.27 ล้านบาท รายจ่ายลงทุน 149,146 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งมาจากวงเงินลงทุนเหลือจ่ายจากงบประมาณ 2557 แต่ยังไม่ได้มีการผูกพันงบประมาณวงเงิน 160,000 ล้านบาท ซึ่ง "หม่อมอุ๋ย" กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี"57 ได้อย่างมากพร้อม กับประกาศิตจากปาก "พล.อ.ประยุทธ์" ที่สั่งการให้ทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีรัฐอุดหนุนเงิน ทันทีที่ขึ้นงบประมาณใหม่ โครงการก่อสร้างขนาดเล็กไปถึงขนาดกลางที่ไม่ต้องใช้งบฯผูกพัน ขอให้เร่งดำเนินการทันทีภายใน 3 เดือน เพื่อให้เม็ดเงินลงไปหมุนกงล้อเศรษฐกิจในต่างจังหวัดสะท้อนว่าการแก้ปัญหา เศรษฐกิจในรัฐบาลต่อจากนี้ยังคงหืดขึ้นคอ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ระดมกึ๋น เสนาบดี ปั้นจีดีพี ไตรมาสสุดท้าย ฟื้นเศรษฐกิจ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view