หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,998,097
Page Views 23,559,065
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

หนุนปฏิรูปทุกด้านไร้ปัญหาการเมือง

หนุนปฏิรูปทุกด้านไร้ปัญหาการเมือง

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วงเสวนา"ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร และอย่างไร" หนุนปฏิรูปในทุกด้าน เหตุอยู่ในสภาวะเหมาะไร้ปัญหาการเมือง

มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมมือกับ Eisenhower Fellowship Alumni (Thailand) และ Eisenhower Fellowship จัดงานสัมมนาสาธารณะเรื่อง "ปฏิรูปประเทศไทย-ปฏิรูปอะไร และอย่างไร" โดย ดร.วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้กล่าวถึงหลักการปฏิรูปเศรษฐกิจว่า กำหนดแนวทางการปฏิรูป 5 หลัก คือ 1.ให้ความสำคัญคุณภาพกว่าปริมาณ เพราะประชาชนไทยมีจำนวนจำกัด จึงต้องการทำงานที่มีคุณภาพอย่างมั่นคง 2.ส่งเสริมการแข่งขันรัฐและเอกชนให้มากขึ้น 3.ลดความเหลื่อมล้ำด้านสังคม เน้นทางด้านโอกาสทุกคนต้องมีโอกาสก้าวหน้าในชีวิตเท่ากัน 4.สร้างภูมิคุ้มกันในระบบ 5.ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน ต้องประสานงานให้เป็นประโยชน์

ทั้งนี้ ดร.วิรไท กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นรากฐานเพื่อการต่อเนื่องในระยะยาว สำคัญที่สุดในการปฏิรูป คือ เรื่องกฎหมาย เพราะตอนนี้ถือว่า เป็นเรื่องที่ง่ายเนื่องจากไม่มีปัญหาการเมือง หลายคนอาจไม่สบาย ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรในการเปลี่ยนแปลง

ส่วนด้านการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ นายรพี สุจริตกุล กรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจถูกรัฐบาลควบคุมมาในทุกรัฐบาล ควรปฏิรูป mind set เพราะรัฐวิสาหกิจถือว่าเป็นของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง จึงจำเป็นต้องมีองค์กรกำกับดูแลให้มีความเป็นอิสระจากกระทรวง อีกทั้งควรมี KPI ชี้วัดรัฐวิสาหกิจได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลผลชี้วัดแก่ประชาชนอย่างโปร่งใส

ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวถึงกระบวนการปฏิรูปสื่อมวลชนว่า สื่อจำเป็นต้องปฏิรูปในส่วนของโครงสร้าง เปิดพื้นที่ให้สื่ออย่างเสรีและเป็นธรรม เพราะไม่สามารถยึดคลื่นความถี่เดิมได้ จึงจำเป็นที่ต้องสร้างคลื่นใหม่ เพื่อสร้างตัวเลือกให้ประชาชน อย่างทีวีดิจิตอลที่สร้างความคึกคักมากในอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า เรื่องเนื้อหาก็สำคัญในด้านการปฏิรูป ในเรื่องของจริยธรรม-จรรยาบรรณของสื่อ โดยต้องเพิ่มความรับผิดชอบอย่างมีเสรีภาพควบคู่กันไป เพราะสื่อทำหน้าที่แทนประชาชน

เมื่อถามว่า เมื่อสื่อต้องใช้ทุนแล้วประชาชนจะได้รับรู้ความจริงมากร้อยเพียงใด แม้จะมีอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถเชื่อถือได้ น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า เป็นไปได้ยากที่จะแยกออกมาเป็นอิสระ ฉะนั้น ควรปลูกฝังความรู้เท่าทันสื่อแก่ประชาชน

ขณะกรณีปฏิรูปด้านการศึกษา ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ควรเปลี่ยนระบบบริหารการจัดการทั้งหมด ตอนนี้การศึกษาสอนให้เด็กเรียนต่อไปเรื่อยๆ โดยอยู่ในโจทย์ เรียนไม่ต้องเก่งแต่ต้องมีงานทำ แต่แท้จริงนั้น ปวช. ปวส ก็มีงานทำไม่แพ้ปริญญาตรี อีกทั้งควรวางขั้นตอนกระจายอำนาจ เน้นการตั้งงบประมาณนำร่องจังหวัดและกองทุนเพื่อการปฏิรูประยะยาว อย่างไรก็ตามเรื่องครูในระบบการศึกษาก็สำคัญ ควรสนับสนุนครูที่อยู่ในพื้นที่ลำบาก

ดร.อมรวิชช์ กล่าวอีกว่า การศึกษาที่ดีไม่ใช่แค่การเรียนต่อหรือมีงานทำ แต่ต้องศึกษาเพื่อยกระดับจิตใจ อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ด้านการปฏิรูปธรรมาภิบาลภาครัฐ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวถึงเรื่องนโยบายประชานิยมว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 จะออกกฏหมายป้องกันนโยบายประชานิยม ในมาตรา 53(7) และ 35(8) โดยมุ่งจำกัดไม่ให้นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นเลย ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาของความชอบธรรมในระบบประชาธิปไตย ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ 1.เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่า นโยบายใดเป็น นโยบายประชานิยม เพราะไม่ได้มีความจำกัดความที่ทุกฝ่ายเห็นเหมือนกัน 2.เป็นการจำกัดเสรีภาพของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในการนำเสนอนโยบาย

ทั้งนี้ ดร.สมเกียรติ ได้กล่าวถึงทางออกในปัญหานี้ว่า ต้องเพิ่มกลไกตรวจสอบถ่วงดุลโดยรัฐสภา ควบคู่กับการสร้างกฏิกาต่างๆ คือ 1.แก้กฏหมายเลือกตั้ง เพื่อกำหนดให้พรรคการเมือง ต้องแจ้งต้นทุนทางการคลังของนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงต่อประชาชน 2.มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เป็น ธรรมนูญการคลัง กำหมดให้การจ่ายเวินแผ่นดินใดๆ ต้องทำตามกฏหมายว่าด้วยงบประมาณ 3.มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้มีตรากฏหมาย เพือกำหนดกรอบวิจัยทางการคลังด้านต่างๆ 4.จัดตั้งสำนักงบประมาณแห่งรัฐสภาขึ้นเป็นหน่วยวิเคราะห์งบประมาณและการคลังของรัฐสภาที่เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

ดร.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า จากนี้ในระยะยาว ควรมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจัดให้มีการศึกษามี่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และจัดให้มีสวัสดิการแก่ผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ

ส่วนการปฏิรูปด้านวิธีคิดและจิตวิญญาณ นพ.บัญชา พงษ์พานิช เลขานุการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวว่า จิตวิญญาณ คือ ระบบวิธีคิด ปกติเราจะมีหลักการที่ สุขกาย สุขใจ สุขสังคม ส่วนสุขด้านจิตวิญญาณ ยังคงเป็นจอขัดแย้ง ในส่วนของการปฏิรูป มีหลักใน 2 ประการ คือ 1.ระบบวิธีคิดและการศึกษา สมควรแก่การรื้อใหม่หมด เพราะการศึกษายังสอนแต่วิชาชีพ แต่ลืมสอนคุณค่าทางชีวิต อย่างเช่น ครู ก็สอนได้แค่วิชาที่ตัวเองถนัด 2.ระบบศีลธรรม-จริยธรรม ทุกศาสนามีมิติในการสอนใช้ชีวิต ไม่ควรยึดติดกับศาสนาของตนเอง ฉะนั้น การปฏิรูปควรใช้คำว่า ธรรมนิยมเป็นหลัก โดยใช้วิธีคิดและจิตวิญญาณเป็นรากฐานสำคัญ


'วิทยากร'แนะนำบทเรียน14ตุลาปฎิรูปประเทศ

"วิทยากร เชียงกูล"แนะนำบทเรียน 41 ปี 14 ตุลา เป็นแนวทางการปฎิรูปประเทศทุกด้าน

นายวิทยากร เชียงกูล คณบดีกิติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เป็นองค์ปาฐกถา 14 ตุ.ลา 2557 ในหัวข้อ “ขบวนการประชาชน : ปัญหาและทางออกประเทศไทย” มีเนื้อหาใจความบางส่วนว่า ขบวนการ 14 ตุลา 2516 เคลื่อนไหวทำให้เผด็จการทหารที่อยู่มายาวนาน 15 ปีสิ้นสุดลง ติดตามด้วยขบวนการ 6 ตุลา 2519 ทีมีการมุ่งมั่นแสวงหาสังคมที่ดีกว่า ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมไทย และการปรับตัวของชนชั้นนำและระบบทุนนิยม ปัญหาของประเทศไทยในปัจจุบัน ปัญหาของระบอบทักษิณและฝ่ายต่อต้านทักษิณ ทำให้เรามีการเรียนรู้อะไรจากการชุมนุมเรียกร้องจากขบวนการประชาชน ขณะเดียวกันประชาธิปไตยที่แท้จริงมีความหมายมากกว่าแค่สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทน และแนวทางการปฏิรูปประเทศที่ดีกว่าของประชาชน

“การต่อสู้ของนักศึกษาประชาชนในช่วงปีพ.ศ. 2516 และ 2519 มีข้อจำกัดในแง่สภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมืองของสังคมไทย ขบวนการคนหนุ่มสาวยุค 14 ตุลายังอ่อนประสบการณ์ พวกอำนาจชนชั้นทางปกครองมีเล่ห์เหลี่ยมสูงเร่งปราบปรามนักศึกษาประชาชนฝ่ายก้าวหน้านำไปสู่การสังหารหมู่ทางชนชั้นนำพยายามพัฒนาระบอบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่อิงระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีคณะทหารยึดอำนาจหลายครั้งตั้งรัฐบาลทหารผสมพลเรือน ร่างรัฐธรรมนูญมีการเลือกตั้งใหม่เสมอมา” นายวิทยากร กล่าวและว่า การเปลี่ยนแปลงจากขบวนการตุลาทำให้ประเทศไทยหลังปี 2520 มีความต้องการประชาธิปไตยแบบรัฐสภามากกว่าระบอบเผด็จการทหารแบบเก่า ขณะที่ระบอบเศรษฐกิจในรอบ 41 ปี ตั้งแต่หลังตุลา 2516 จนถึงปัจจุบันได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่เป็นการพึ่งพาการลงทุนการค้ากับต่างประเทศเพิ่มขึ้น กลายเป็นเศรษฐกิจในระบบทุนนิยมผูกขาดที่อยู่ได้ด้วยการขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานของเกษตรกร คนงาน และผู้ประกอบการรายย่อยทำให้สังคมไทยมีความเหลื่อมล่ำสูง ทางทรัพย์สินรายได้ การศึกษามาก ทำให้อำนาจรัฐอยู่ในรัฐบาลที่ส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้ง มีการซื้อเสียง ขายเสียง ใช้อำนาจระบบอุปถัมภ์

อย่างไรก็ตามถ้ามองในภาพกว้างในเชิงระบบโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองของไทย ที่ชนชั้นนำส่วนน้อยคงมีอำนาจเหนือประชาชนส่วนใหญ่มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่ทหารนำเข้ามาแทรกแซง ย่อมไม่ได้แตกต่างกัน เป็นเพียงการเล่นเกมส์ทางการเมืองของชนชั้นนำต่างกลุ่มเท่านั้น ภายหลังความล้มเหลวของขบวนการ 14 ตุลา และขบวนการสังคมนิยม ประชาชนถูกแบ่งแยกและปกครองมีลักษณะกระจัดกระจายอ่อนแอ ถูกครอบงำโดยอุดมการณ์ความเชื่อจากชนชั้นนำกลุ่มต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทางกลุ่มนักวิชาการวิชาชีพต่าง ๆ ที่เคยเข้มแข็งก็สามารถเรียกร้องต่อรองกับชนชั้นนำในบางเรื่องได้แค่ระดับหนึ่ง

ในส่วนของการปรับตัวของชนชั้นนำและระบบทุนนิยมเช่นทหารเข้ามายึดอำนาจเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ จัดการเลือกตั้งใหม่ พวกชนชั้นนำต่างกลุ่มยังคงประนีประนอม ปรองดองสมานฉันท์ ตกลงแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์กันแบบลับ ๆ ได้ ในขณะที่ไม่มีประชาชนฝ่ายใดหรือกลุ่มใดได้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบเปลี่ยนรัฐสภา เปลี่ยนกลุ่มชนชั้นนำ เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การเมือง ให้เป็นธรรมขึ้นอย่างแท้จริง

สำหรับปัญหาประเทศไทยในยุคปัจจุบันที่มีและประชากรเพิ่มขึ้นจาก 41 ปีที่ผ่านมากว่าเท่าตัว เมืองมีลักษณะขยายตัว ชุมชนชนบทหดตัวอ่อนแอพึ่งตัวเองทางเศรษฐกิจ สังคมได้ลดลง ต้องไปพึ่งทุนขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร พ่อค้า นายทุน และนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ในแบบที่ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในการสำรวจภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2557 ของสภาพัฒน์ฯ รายงานว่า ในปี 2554 ครัวเรือนกลุ่มที่รวยที่สุดมี 10 เปอร์เซ็นต์ ถือครองรายได้ 39.3 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ครัวเรือนทั้งประเทศ ขณะที่ครัวเรือนจนที่สุดมี 10 เปอร์เซ็นต์ ถือครองรายได้เพียง 1.6 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ ครัวเรือนทั้งประเทศ ส่วนกลุ่มที่ถือครองที่ดินมากที่สุด มี 20 เปอร์เซ็นต์ มีที่ดิน 79.9 เปอร์เซ็นต์ ของที่ดินทั้งหมด และกลุ่มที่มีที่ดินน้อยที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์ มีที่ดินเพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์ ของที่ดินทั้งหมด ถือว่าประเทศไทยมีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรมอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก และอยู่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ดังนั้นในรอบ 41 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลทหาร ที่อ้างว่ายึดอำนาจเพื่อปราบนักการเมืองโกง ไม่มีรัฐบาลไหนที่ฉลาดมีวิสัยทัศน์ เห็นแก่ส่วนรวมพอที่จะเข้าใจว่า ประเทศไทยมีปัญหาถึงขั้นวิกฤตที่จะต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคมไทย อย่างถึงรากถึงโคน จึงจะทำให้ก้าวข้ามพ้นจากความด้อยพัฒนาการทางการเมือง และสังคมได้

สำหรับปัญหาต่อมาเป็นปัญหาสาเหตุของความด้อยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบการศึกษาที่รวมศูนย์อำนาจเผยแพร่อุดมการณ์ จารีตนิยมล้าหลัง ขาดประสิทธิภาพทำให้นักเรียน นักศึกษา ส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาแบบเน้นการท่องจำ และการฝึกทักษะทางเทคนิคสนใจแต่เรื่องการหาเงินมาเพื่อการบริโภคแบบตัวใครตัวมัน นอกจากนี้ยังมีปัญหาของระบอบทักษิณและฝ่ายต่อต้านทักษิณทำให้ไม่สามารถที่จะปฏิรูปเชิงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจการเมือง แบบให้ประชาชนมีส่วนรวมเพื่อให้สร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมได้อย่างจริงจัง

“เราเรียนรู้อะไรจากการชุมนุมเรียกร้องของขบวนการประชาชนที่ส่วนใหญ่ยากจน ได้รับการศึกษาน้อย และการศึกษาก็มีคุณภาพต่ำยังถูกครอบงำให้มีแนวคิดจารีตนิยม จากการแต่งตั้งองค์กรของตนเองทำให้ภาคประชาชนโดยรวมถูกชนชั้นนำครอบงำปัญญาชนไทยยังไม่ได้ศึกษา ค้นคว้าสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากเท่าที่ควร แล้วยังเลือกเข้าข้างชนชั้นนำกลุ่มใดกลุ่มหนี่งด้วยอารมณ์ความรู้สึก และมีกรอบคิดที่มองปัญหาแบบสองขั้วสุดโต่ง ประชาชนไทยควรตื่นตัวสนใจคิดเรื่องปัญหาบ้านเมือง ปัญหาของส่วนรวม เพื่อที่จะได้นำกลับมาอ่านคิดวิเคราะห์ ศึกษา ปัญหาทางออก ในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง สรุปบทเรียนจากประวัติศาสตร์ ประสบการณ์การต่อสู้ของขบวนการประชาชนจากไทยและประเทศอื่นเพื่อที่จะได้เข้าใจสภาพปัญหาสาเหตุ หาทางออกจากปัญหาเศรษฐกิจการเมืองของสังคมไทยได้อย่างถูกทางเพิ่มขึ้น” นายวิทยากร

ประชาธิปไตยที่แท้จริงมีความหมายกว้างกว่าแค่สิทธิในการเลือกตั้งผู้แทนที่ประชาชนไม่ได้มีสิทธิแค่ 1 นาที ตอนไปกาบัตรและหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แนวทางที่จะแก้ไขสาเหตุที่เป็นรากเง้าของปัญหานี้ได้ต้องมีการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ระบบเศรษฐกิจ การเมือง การปฏิรูปการศึกษา และสื่อ ในแบบผ่าตัดถึงรากถึงโคน อย่างไรก็ตามแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประชาชนที่ปัญหาของประเทศไทยในปัจจุบันและในอนาคตมีประชากรมากต้องการบริโภคและการได้รับการบริการเพิ่มขี้น ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอ และคนสูงอายุก็มีสัดส่วนเพิ่ม คนวัยทำงานลดลง เศรษฐกิจของประเทศต้องแข่งขันร่วมมือกับประเทศอื่นเพิ่มขึ้นประเทศต้องการพัฒนาพลเมือง ให้มีความรู้อย่างมีคุณภาพ การจะแก้ปัญและพัฒนาระบบเศรษฐกิจสังคม ที่จะเอื้อประโยชน์ประชาชนส่วนใหญ่ได้ ไม่อาจใช้ระบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารและทุนนิยมกึ่งรัฐ แบบที่ประเทศไทยกำลังทำอยู่ได้เพราะระบอบนี้เป็นตัวการสร้างปัญหา ดังนั้นจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจให้เป็นรูปแบบทางเลือกใหม่ คือ ระบบเศรษฐกิจแบบผสมระหว่างทุนนิยมที่รัฐต้องกำกับให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับระบบสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เป็นระบบสหกรณ์ รัฐสวัสดิการ ระบบเศรษฐกิจ แนวพึ่งตนเอง แล้วกระจายอำนาจการบริหารไปจัดการระดับชุมชนเพิ่มขึ้น อย่างประเทศในกลุ่มยุโรปเหนือ สวีเดน ฟินแลนด์ อร์เวย์ และประเทศเยอรมนี

“แนวทางการปฏิรูปทางเศรษฐกิจสังคมที่สำคัญ คือ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูประบบภาษีอากรและงบประมาณ การปฏิรูประบบการเงินการธนาคาร การปฏิรูประบบรัฐวิสาหกิจ การจัดการพลังงานและทรัพยากร การปฏิรูปเกษตร ธุรกิจขนาดย่อม ขนาดกลาง การปฏิรูปด้านแรงงาน การปฏิรูปการศึกษา สื่อมวลชน เป็นต้น เป้าหมายการปฏิรูปในด้านต่างๆ คือ เพื่อกระจายทรัพยากร ทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำที่เหมาะสม อย่างเป็นธรรมทั่วถึง สร้างประชาธิปไตย (สิทธิเสมอภาค) ทางเศรษฐกิจ และทางสังคม ควบคู่กันไปกับการปฏิรูปทางการเมือง” คณบดีกิติคุณวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ระบุ


ปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ให้เห็นรูปธรรมใน1ปี?

 บัณฑูร: ปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรให้เห็นรูปธรรมใน 1 ปี

พลันที่เปิดชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คนออกมา ผู้คนในสังคมโดยมากมักจับจ้องไปที่ตัวบุคคลและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมือง

อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่สัมผัสได้ว่าปัญหาความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศไทย ณ เวลานี้

ทว่าแท้ที่จริงแล้วเกือบทุกปัญหา หรืออย่างที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แบ่งประเด็นการปฏิรูปเอาไว้กว้าง 11 ประเด็น 11 ด้าน จะว่าไปทุกด้านก็เกี่ยวโยงถึงกันหมด และแทบจะไม่มีด้านไหนสำคัญเร่งด่วนกว่าด้านอื่นๆ

รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมด้วย!

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งใน สปช.ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าไปในด้าน "สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม" ยืนยันข้อสังเกตข้างต้นได้เป็นอย่างดี

"ผมตั้งเอาไว้เป็นเนื้อหา 3 ข้อใหญ่ๆ ซึ่งมันสามารถนำไปเชื่อมโยงกับหัวเรื่องสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ได้" ดร.บัณฑูร ซึ่งมีอีกสถานะหนึ่ง คือ แกนนำเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป หรือ อาร์เอ็นเอ็น เริ่มต้นอธิบายถึงปัจจัยที่นำไปสู่การปฏิรูป และประเด็นที่ต้องปฏิรูปให้เห็นผลใน 1 ปี

"ประการแรก เรื่องเครื่องมือที่เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หมายถึงสิ่งที่เราเรียกว่ารายงานสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ อันนี้เป็นเครื่องมือที่เราใช้เป็นหลัก แต่ปัจจุบันมันมีปัญหาในตัวเองมาก เพราะความไม่ไว้วางใจ ความขัดแย้งกันระหว่างชุมชนกับเจ้าของโครงการ ปัญหาในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ ปฏิบัติ ตรงนี้นำมาสู่การรื้อระบบกันใหม่ ทั้งการจัดทำ การพิจารณา การติดตาม และการปฏิบัติตามหลักผลกระทบสิ่งแวดล้อม"

"ขณะเดียวกันเราต้องการเครื่องมือใหม่ด้วย เพราะในตอนต้นเป็นการปฏิรูปเครื่องมือเดิมที่มีอยู่ ที่นี้ตัวเครื่องมือใหม่นั้น เราเรียกว่าการประเมินสิ่งแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ ซึ่งจะมาช่วยในการมองภาพ การตัดสินใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้ดูในรายโครงการ แต่ดูในลักษณะของพื้นที่ ทั้งลุ่มน้ำ ทั้งจังหวัด หรือทั้งชายฝั่ง ดูเป็นภาพรวม ทุกโครงการ ทีละโครงการ ซึ่งรูปแบบนี้มีใช้กันในหลายประเทศ ที่ผ่านมาในบ้านเราก็มีการนำมาใช้บ้าง แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ต้องมีการปรับแก้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น"

"ประการที่สอง เป็นเรื่องการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกันไปในภาพรวมของด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ทั้งนโยบายสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจเรื่องที่ดิน เรื่องป่าไม้ แร่ธาตุ ทำอย่างไรจะให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าระบบธรรมาภิบาลและความเป็นเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม"

"เวลาเราพูดถึงเรื่องธรรมาภิบาล หลักๆ จะเป็นการกำหนดนโยบายที่มีความร่วมมือ มีการมีส่วนร่วม ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พิธีกรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการต่างๆ คือ มีเรื่องของความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจ ผลที่ใช้ในการตัดสินใจต้องเปิดเผย สามารถอธิบายกับสังคมได้ แล้วแกนหลักของธรรมาภิบาลเกิดได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ กรอบนิติรัฐ คือต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจต้องไม่ไปลิดรอนกรอบกติกาในหลักเสรีภาพ"

"ประการที่สาม เป็นเรื่องระบบกฎหมายและโครงสร้างด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศเรามีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ 50 ฉบับ แต่ปีหนึ่งจะปฏิรูปกฎหมายทั้ง 50 ฉบับมันคงเป็นไปไม่ได้ เราก็เลือกกฎหมายที่ดูเป็นตัวเชื่อมโยงกับเรื่องสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ได้ จึงมีการใช้กฎหมายที่เป็นแกนหลักคือ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ผ่านมา 22 ปี สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปเยอะ กฎหมายฉบับนี้ต้องแก้"

"นอกจากนั้นเราต้องการกฎหมายที่เน้นเรื่องสิทธิชุมชนและทรัพยากร ต้องผลักดันออกมาให้ได้ เพราะมีประเด็นรองรับในรัฐธรรมนูญ และจะเป็นตัวที่เข้าไปตัดขวางกับเรื่องการใช้ทรัพยากรไว้ว่าจะเป็นประเภทใดของทรัพยากร"

"สุดท้ายจะเป็นเรื่องเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ของสิ่งแวดล้อม จะเป็นตัวที่อุดช่องโหว่ของการสั่งการ ควบคุม เราก็จะมีเครื่องมือใหม่ในการควบคุม เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีคาร์บอนไดออกไซด์ การสร้างแรงจูงใจให้เปลี่ยนมาดูแลสิ่งแวดล้อม และได้ประโยชน์ตอบแทน ใครที่ทำธุรกิจสิ่งแวดล้อมหรือธุรกิจสีเขียว ก็ควรจะได้สิทธิพิเศษบ้าง ตัวนี้มีทั้งในแง่จูงใจและในแง่ลงโทษ"

"กฎหมายทั้ง 50 ฉบับที่ผมกล่าวถึง ถ้าขัดแย้งกับกฎหมายหลัก ก็ให้มายึดโยงใช้กฎหมายตัวนี้ เราก็จะสามารถอธิบายได้ว่า ภายใน 1 ปี แทนที่เราจะต้องไปแก้กฎหมายทั้ง 50 ฉบับ เรามาทำกฎหมายที่เป็นตัวยึดโยงหรือเชื่อมโยงกฎหมายอื่นๆ ให้แล้วเสร็จ แล้วกฎหมายอื่นๆ ก็ค่อยทยอยแก้หลังจาก 1 ปี"


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หนุนปฏิรูปทุกด้าน ไร้ปัญหาการเมือง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view