http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,688
เปิดเพจ23,735,068

ชาตินิยมกับเสรีภาพ : เวียดนามในวันฉลองการปลดปล่อยฮานอย

ชาตินิยมกับเสรีภาพ : เวียดนามในวันฉลองการปลดปล่อยฮานอย

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ระหว่างวันที่ 9-12 ต.ค. 2557 ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกในชีวิต

ในฐานะศิษย์เก่าโครงการ Eisenhower Fellowships ไปร่วมงาน East Asia Eisenhower Fellowships unConference ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก

งานนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นที่ไปเยือนอเมริกา 7 สัปดาห์ด้วยกันในปี 2556 ไปร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะไม่ได้เจอกันพร้อมหน้ามาร่วมปี พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่าการจัดงานนี้ครั้งแรกในเวียดนามนับว่าเหมาะสมทุกประการ เพราะ Fellows เวียดนามทุกคนเอ่อล้นไปด้วยสปิริต “เราทำได้” และดูจะมีแต่ความหวังต่ออนาคตของประเทศ

ค่ำวันที่ 10 ต.ค. คนฮานอยนับแสนพาลูกเด็กเล็กแดงออกมาฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการปลดปล่อยกรุงฮานอยของกองกำลังคอมมิวนิสต์-ชาตินิยมเวียดนาม (เวียดมินห์) ซึ่งเอาชนะกองกำลังของฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมที่ปกครองเวียดนามได้อย่างเด็ดขาดที่ยุทธการเดียนเบียนฟู หลังจากที่ปิดล้อมนานกว่าสองเดือน ในปี พ.ศ. 2497

หลังจากมีชัยที่เดียนเบียนฟู กองกำลังเวียดมินห์ใช้เวลาอีกกว่า 4 เดือน กว่าจะรอนแรมมาปลดปล่อยเมืองหลวงจากการยึดครองของฝรั่งเศส นักประวัติศาสตร์การทหารหลายคนมองว่า ชัยชนะของเวียดมินห์ที่เดียนเบียนฟูเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ขบวนการเรียกร้องเอกราชของอาณานิคมในประเทศโลกที่สามสามารถยกระดับจากกองโจรไปเป็นกองทัพที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ วางยุทธศาสตร์อย่างแยบยลจนสามารถเอาชนะกองกำลังของเจ้าอาณานิคมจากโลกที่หนึ่งได้สำเร็จ

ช่วงที่ผู้เขียนไปเยือน ฮานอยทั้งเมืองเต็มไปด้วยธงชาติและซุ้มดอกไม้ รูปโฮจิมินห์ วีรบุรุษคนสำคัญของเวียดนามประดับอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ในตัวอาคารบ้านเรือน

ทว่าในความลิงโลดชั่วครู่ยาม และหลังฉากที่อ้าแขนรับชาวต่างชาติ ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งท้ายๆ ในโลกนี้ก็ซ่อนความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมชาติเอาไว้จากสายตาของผู้มาเยือน

รัฐบาลเวียดนามควบคุมและครอบงำสื่ออย่างเข้มงวด ผ่านการทำงานของสำนักโฆษณาชวนเชื่อทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ เรียกนักข่าวมาร่วมประชุมอยู่เนืองๆ เพื่อนวดให้เสนอข่าวสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ ถึงแม้จะเรียกการประชุมเหล่านี้ด้วยถ้อยคำที่ฟังดูดีว่า “การหารือเพื่อชี้นำความเห็นสาธารณะ”

กฎหมายสื่อเวียดนามให้นิยาม “นักข่าว” ว่า “บุคคลซึ่งทำตามมาตรฐานทางการเมือง จริยธรรม และวิชาชีพซึ่งกำหนดโดยรัฐ ...และมีบัตรประจำตัวนักข่าว” บัตรนักข่าวที่ว่านี้กระทรวงข่าวสารและการสื่อสารเป็นคนออก ซึ่งแน่นอนว่าใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์พรรคย่อมหมดสิทธิ์ได้รับ ยิ่งไปกว่านั้น เป็นที่รู้กันว่าบรรณาธิการสื่อทุกค่ายถูกคาดหวังให้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ เพิ่มแรงกดดันให้ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพรรค มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน

กฎเกณฑ์ที่ทำให้ “นักข่าวอิสระ” ผิดกฎหมายในเวียดนามไปโดยปริยายเช่นนี้เปิดช่องให้ตำรวจกับอันธพาลนานาชนิดข่มขู่คุกคามบล็อกเกอร์และสื่ออิสระได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร และที่ผ่านมาก็มีสื่ออิสระและสื่อพลเมืองที่ไม่มีบัตรประจำตัวถูกกีดขวางการทำงาน ทำร้ายร่างกาย และจับกุมคุมขังไปแล้วหลายสิบคน

บล็อกเกอร์และนักเคลื่อนไหว โดยเฉพาะนักกิจกรรมที่ทำงานเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและสิทธิของคนจน ซึ่งถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกินมากขึ้นเรื่อยๆ มักตกเป็นเป้าการจับกุมของรัฐ ภายใต้ข้ออ้างว่าละเมิดมาตรา 258 ในกฎหมายอาญาเวียดนาม ซึ่งให้นิยามฐานความผิดว่า “การใช้เสรีภาพแบบประชาธิปไตยไปผิดทาง เพื่อละเมิดผลประโยชน์ของรัฐ หรือสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมขององค์กรหรือพลเมือง”

นิยามที่กว้างเป็นทะเลเช่นนี้ถูกใช้ในการจับกุมคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล โทษจำคุกที่ตามมามักจะกินเวลา 2-4 ปีหรือมากกว่า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในระบอบเช่นนี้ ใครก็ตามที่ทำงานด้านสิทธิ รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ทำงานด้วยความยากลำบาก แต่เพื่อนชาวเวียดนามของผู้เขียนอีกคนก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า กระแสโซเชียลมีเดียและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้คนเวียดนามตื่นตัวมากขึ้น มองหาข่าวทางเลือกที่ไม่ได้มาจากกระบอกเสียงของรัฐมากขึ้น

เฟซบุ๊คและสื่ออิสระใหม่ๆ อย่าง Vietnam Right Now (www.vietnamrightnow.com) ซึ่งเป็นเว็บสื่ออิสระเวียดนามแห่งแรกในภาษาอังกฤษ เปิดพื้นที่ให้คนเวียดนามได้เข้าถึงและส่งเสียงเรียกร้องสิทธิมนุษยชนกับประชาธิปไตยมากขึ้น

สำนักโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามพยายามโต้กระแสนี้ด้วยการจัดตั้งกองกำลัง “นักรบไซเบอร์” หลายพันคน จ่ายเงินให้โพสต์เชียร์รัฐบาลออนไลน์ นี่คือเวอร์ชั่นเวียดนามของ “พรรคห้าสิบเซ็นต์” ในจีน - ชื่อเรียกคนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจ้างโพสต์ละ 50 เซ็นต์ ทุกครั้งที่โพสต์เชียร์รัฐบาล หรือเบนประเด็นการสนทนาให้หนีออกจากการวิพากษ์รัฐ

เพื่อนของผู้เขียนเล่าว่า ทัศนคติของคนรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ทำให้เธอมีความหวังมากขึ้น เด็กๆ สมัยนี้เริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมโฮจิมินห์จึงได้ถูกยกย่องเทิดทูนอย่างฟุ้งเฟ้อฟูมฟาย ราวกับว่าเขาเป็น “เทวดา” ที่แตะต้องไม่ได้ ทำไมข่าวที่ปรากฏตามสื่อกระแสหลักจึงได้เหมือนกันไปหมด ทำไมประชาชนจึงถูกจับเพียงเพราะโพสต์ความเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาลบนเฟซบุ๊ค ทำไมความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจจึงขยายตัว ฯลฯ

เมื่อถามว่าเรามีโอกาสจะได้เห็นขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในเวียดนามบ้างไหม เพื่อนตอบว่าอาจจะอีกนาน เพราะภาคประชาสังคมในเวียดนามยังทะเลาะกันเอง นอกจากนี้คนเวียดนามโดยรวมยังกริ่งเกรงธรรมชาติอันดุดันของตัวเอง

เธอขยายความว่า ในอดีตเวียดนามรบชนะชาติที่ใหญ่กว่าและมีอำนาจมากกว่าตัวเองมาแล้วหลายชาติ ตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส จนถึงอเมริกา ทำให้คนเวียดนามไม่กลัวชาติอื่นก็จริง แต่ก็กลัวว่าถ้าหากเกิดการปฏิวัติประชาชนในประเทศอาจเกิดความสูญเสียมหาศาล ไม่ต่างจากในอดีตที่กษัตริย์มักจะกำจัดศัตรูในศึกชิงบัลลังก์อย่างราบคาบ (คนเวียดนามจำนวนมากวันนี้ใช้นามสกุล “เหงียน” - Nguyen เพราะถูกบังคับให้เปลี่ยนตามสกุลของกษัตริย์ราชวงศ์นี้)

เพื่อนบอกว่า ประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของเวียดนามทำให้รัฐบาลปลุกกระแสชาตินิยมมาปกป้องตัวเองได้อย่างง่ายดาย ดูอย่างกรณีพิพาทล่าสุดเรื่องเขตแดนในทะเลที่ทะเลาะกับจีน รัฐบาลเวียดนามก็ปล่อยให้มีการเดินขบวนประท้วงต่อต้านจีนอย่างเปิดเผย

คืนวันที่ 10 ต.ค. 2557 ระหว่างที่เรายืนกลางถนนอย่างแออัดยัดทะนานเพราะไม่สามารถฝ่าฝูงชนไปริมทะเลสาบ แหงนดูดอกไม้ไฟเคล้าเสียงฮือฮาด้วยความเพลิดเพลิน ผู้เขียนก็กระหวัดนึกถึงคำบอกเล่าของเพื่อน และทำให้นึกต่อไปว่า ความรักชาติอาจทำให้ตาบอดต่อความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมชาติก็เป็นได้

และการช่วงชิงนิยามของ “ชาติ” ระหว่าง “รัฐ” กับ “ประชาชน” ก็คงจะดำเนินต่อไปอีกเนิ่นนาน


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ชาตินิยมกับเสรีภาพ เวียดนาม วันฉลองการปลดปล่อย ฮานอย

view

*

view