หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,854
Page Views 23,555,476
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

กองหนี้ที่จะเผาโลก

กองหนี้ที่จะเผาโลก

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่

การจุดไปเผาตัวเองของชาวนาเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นเหตุการณ์สยองขวัญ ปัจจัยที่ทำให้เขาเผาตัวเองได้แก่การมีหนี้สินล้นพ้นตัวจนหาทางออกมิได้ การเผาตัวในสำนักงานใกล้ทำเนียบรัฐบาลเป็นการประท้วงขั้นสุดท้ายเมื่อเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป เพราะแน่ใจว่ารัฐบาลจะไม่ให้ความช่วยเหลือ แต่การเป็นหนี้ของเขามิใช่กรณีพิเศษอะไรมากนัก ทั้งนี้เพราะในปัจจุบัน การเป็นหนี้ระดับล้นพ้นตัวมีอยู่ทั่วโลก ทั้งบุคคล บริษัทห้างร้านและรัฐบาลต่างเป็นหนี้กันสูงมาก

หนี้ที่อ้างถึงเป็นหนี้ทางการเงิน บุคคลและบริษัทห้างร้านอาจเป็นหนี้ทั้งต่อสถาบันการเงินที่อยู่ในกรอบของกฎหมายและต่อแหล่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับซึ่งนับรวมกันเรียกว่าหนี้นอกระบบ ส่วนรัฐบาลอาจเป็นหนี้ต่อบุคคล ต่อสถาบันและต่อรัฐบาลด้วยกันเอง จำนวนหนี้ทั่วโลกมีมากเสียจนยากแก่การจินตนาการ เมื่อไม่นานมานี้ องค์กรที่ปรึกษาแมคคินซีย์ โกลบอล อินสติติวท์ คำนวณว่าเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา โลกมีกองหนี้รวมกันเป็นเงินราว 186 ล้านล้านดอลลาร์

ดังเป็นที่ทราบกันดี ภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เริ่มในอเมริกาเมื่อปี 2551 กระนั้นก็ดี จากวันนั้นถึงวันนี้ แมคคินซีย์ชี้ว่าชาวโลกยังก่อหนี้เพิ่มขึ้นถึง 34 ล้านล้านดอลลาร์ การคำนวณของนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่งซึ่งพิมพ์ออกมาในรายงานชื่อ Geneva Report เมื่อเดือนกันยายนสรุปว่า ภาระหนี้ของโลกได้เพิ่มจาก 174% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี เมื่อปี 2551 เป็น 212% ทั้งที่มิได้รวมหนี้ของภาคการเงิน ในช่วงเวลานั้น ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ในกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนาที่มีจีนเป็นหัวหน้าใหญ่ หนี้ของจีนเพิ่มจาก 72% ของจีดีพีเป็น 217% แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวสูงกว่าของประเทศที่ก้าวหน้า แต่ภาระหนี้ของจีนก็ยังเพิ่มขึ้นไปจนใกล้กับของประเทศเหล่านั้นแล้ว ภาระหนี้ของอเมริกาอยู่ที่ 264% ของจีดีพี ของกลุ่มเงินสกุลยูโรอยู่ที่ 257% และของญี่ปุ่นอยู่ที่ 411% การคำนวณสัดส่วนนี้ไม่รวมหนี้ในภาคการเงินและหนี้ที่กู้จากแหล่งนอกกฎหมายซึ่งประเทศกำลังพัฒนามักใช้มากกว่าประเทศที่ก้าวหน้าสูงแล้ว หนี้นอกระบบจึงเป็นตัวก่อปัญหาในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าในประเทศก้าวหน้าสูง ยิ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีความฉ้อฉลมากจนเป็นชนิดเข้ากระดูกดำ หนี้นอกระบบก็ยิ่งมีโอกาสก่อปัญหามากขึ้น

คงเป็นที่ทราบกันดีว่า หนี้จำนวนมหาศาลนี้เป็นหนี้ที่อยู่ในบัญชี หรือสัญญา ถ้าพิมพ์หนี้ทั้งหมดออกมาเป็นกระดาษในรูปของเงินตราของแต่ละประเทศตามจำนวนหนี้ที่มีอยู่ในประเทศนั้นเพื่อนำไปชำระหนี้ คงจะได้เงินกองใหญ่จนเผาโลกไหม้ได้อย่างราบคาบ แต่เนื่องจากการชำระหนี้ส่วนใหญ่ใช้การหักลบกันทางบัญชี เงินที่เป็นกระดาษจึงมีไม่มากนัก กระนั้นก็ดี หนี้ยังอาจเผาโลกให้วอดวายได้ในทางอื่น

ในเบื้องแรก ลูกหนี้มีภาระที่จะต้องชำระหนี้ตามกำหนดเวลา รายได้ที่นำมาชำระหนี้จึงนำไปใช้อย่างอื่นมิได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการบริโภค เพื่อการลงทุน หรือเพื่อการใช้จ่ายในภาครัฐ หากหนี้มีไม่มากนัก การชำระหนี้จะไม่มีผลกระทบทางลบต่อการใช้จ่ายอย่างอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ฉะนั้น มันจึงไม่กระทบต่อภาวะทางเศรษฐกิจจนเป็นปัญหา แต่ในช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านมานี้ หนี้มีจำนวนสูงมากจนทำให้เกิดภาวะล้มละลายอย่างกว้างกวางทั้งในระดับบุคคล ในระดับห้างร้านและในระดับรัฐบาลของบางประเทศ หนี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจโลกซบเซายืดเยื้อมาหลายปี

อย่างไรก็ดี ความซบเซาในขณะนี้ยังไม่มีผลถึงขนาดเผาชาวโลกจนย่อยยับแม้นับล้านคนจะต้องประสบปัญหาสาหัสก็ตาม สิ่งที่อาจตามมาน่าวิตกกว่ามากหากการใช้จ่ายลดลงไปจนทำให้เกิดความไม่สมดุลร้ายแรงถึงขนาดราคาสินค้าลดลงมาอย่างกว้างขวางและการลดลงนั้นก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ การใช้จ่ายลดลงไปอีกเนื่องจากผู้ใช้จ่ายคาดว่าราคาสินค้าจะลดลงถ้าเขารอต่อไป การลดการใช้จ่ายไปตามแนวคิดเช่นนั้นเมื่อเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางจะนำไปสู่ภาวะล้นตลาดของสินค้าซึ่งราคาจะถูกกดดันให้ลดลงต่อไปจนทำให้เกิดภาวะเงินฝืดร้ายแรงพร้อมกับความถดถอยทางเศรษฐกิจ ภาวะเช่นนั้นจะมีผลทำให้ภาระหนี้สินยิ่งเพิ่มขึ้นไปเนื่องจากรายได้และจีดีพีลดลงซึ่งจะมีผลไม่ต่างกับโลกถูกเผาด้วยภาระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ภาวะนั้นนักเศรษฐศาสตร์วิตกกันมาก จึงมักสนับสนุนนโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวรวมทั้งการลดดอกเบี้ยลงมาใกล้ศูนย์และการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเข้าไปในระบบ อย่างไรก็ดี นโยบายเหล่านี้อาจมีผลทางลบด้วย โดยเฉพาะทางด้านที่จะกระตุ้นให้เกิดฟองสบู่ทางเศรษฐกิจอีกรอบ

ดังเช่นในกรณีของชาวนาที่เผาตัวเองซึ่งฝ่ายรัฐบาลต้องการให้เจ้าหนี้ยกหนี้ให้ นักเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไปสนับสนุนให้เจ้าหนี้ยกหนี้ให้ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะที่ชำระหนี้ไม่ได้ แม้จะยกให้ไม่ได้ทั้งหมดก็ควรเป็นส่วนหนึ่ง แน่นอน การยกหนี้จะต้องมีข้อแม้อยู่บ้าง อาทิเช่น ผู้ได้รับการยกหนี้จะต้องไม่ไปก่อหนี้ใหม่เพื่อนำมาใช้จ่ายแบบไม่รัดกุม ถ้าเป็นในระดับประเทศก็ไม่นำมาใช้จ่ายเพื่อนักการเมืองจะได้รับส่วนแบ่ง หรือใช้ในโครงการจำพวกตำน้ำพริกละลายแม่น้ำและขี่ช้างจับตั๊กแตน การใช้จ่ายในรูปเหล่านั้นเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามาตั้งแต่ต้น แต่จะป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างไรคงไม่ง่ายนักเนื่องจากความคุ้นเคยของบุคคลและความฉ้อฉลของนักการเมือง ต่อไปนี้ โลกจึงมีความเสี่ยงสูงมาก หากการคาดการณ์ผิดเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โลกมีทางถูกเผาย่อยยับด้วยกองหนี้ที่มีอยู่แน่นอน


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : กองหนี้ เผาโลก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view