หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,621
Page Views 23,553,066
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

อดีตรมช.คลังชี้พรก.ปรส.ตัดอำนาจการเมือง

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"พิเชษฐ"อดีตรมช.คลังระบุที่มากำเนิดปรส. ชี้พ.ร.ก.ปรส.ตัดอำนาจการเมือง แจงขอความช่วยเหลือไอเอ็มเอฟ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรมช.คลัง และอดีตส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส์ระบุถึงการกำเนิด องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ว่า การตั้ง ปรส.ของรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ เกิดจากความจำเป็นที่จะต้องเข้าขอความช่วยเหลือทางการเงิน จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอ.เอ็มเอฟ.) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินของประเทศในขณะนั้น วิกฤตการณ์ทางการเงินที่สำคัญคือ ปัญหาที่รัฐบาลและธปท. ได้ใช้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF) เข้า “อุ้ม”ช่วยเหลือสถาบันการเงินต่างๆ หมดไปเกือบ 1 ล้านล้านบาท แล้วกลับต้องสั่งให้ปิดกิจการชั่วคราวถึง 58 แห่ง (ขอย้ำว่าความเสียหายร่วม 1 ล้านล้านบาทได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ตามรายงานของธปท.ลงวันที่ 14 พ.ย.40 ที่รายงานรัฐบาลชวน หลีกภัย ผู้มารับหน้าที่ภายหลัง)

อดีตรมช.คลัง กล่าวว่า การให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เข้าช่วยเหลือสถาบันการเงินจนเกิดความเสียหายมหาศาลนี้ไอเอ็มเอ็ม.ถือว่าเป็นความบกพร่องของฝ่ายการเมือง คือรัฐบาล ซึ่งปัญหาสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการชั่วคราวทั้ง 58 แห่ง จะได้กลับมาดำเนินกิจการกี่แห่งก็ดี การชำระบัญชีบริษัทที่ถูกปิดถาวรต่อไปเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯก็ดี จะต้องทำงานโดยหน่วยงานกลาง ที่เป็นอิสระเด็ดขาด ปราศจากการแทรงแซงก้าวก่ายของฝ่ายการเมือง วิธีการชำระบัญชีต้องถูกกำหนดโดย กฎหมายอย่างชัดเจน ความเป็นอิสระเด็ดขาดของหน่วยงานอิสระนี้ต้องมีกฎหมายรองรับ ตามข้อกำหนดของไอเอ็มเอฟ.

นายพิเชษฐ กล่าวว่า เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้รัฐบาลพล.อ.ชวลิต จึงได้ดำเนินการตามลำดับดังนี้ (1) วันที่ 4 ส.ค.40 รมว.คลัง.ขณะนั้น ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติเงื่อนไขในการขอความ ช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ. ซึ่งนายกรัฐมนตรีโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะนั้นเห็นชอบ และมอบหมายให้ รมว.คลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้ดำเนินการและลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (2) วันที่ 14 ส.ค.40 รมว.คลัง และ ผว.ธปท. ได้ลงนามในสัญญากับ ไอ.เอ็มเอฟ. มีเงื่อนไขในการต้องจัดตั้งปรส. มีองค์ประกอบ ความเป็นอิสระและอำนาจหน้าที่ดังกล่าว

อดีต รมช.คลัง กล่าวว่า (3) วันที่ 19 ส.ค.40 ครม.มีมติ “ให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวเพื่อให้สัมฤทธิผล ***ตามเงื่อนไข เวลาและเป้าหมาย***ที่ได้ตกลงไว้กับ กองทุนการเงินระหว่างประเทศต่อไป” และได้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเป็นประธานคณะกรรมการกำกับ แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจตามเงื่อนไขของ ไอเอ็มเอฟ.ด้วย (4) วันที่ 13 ต.ค.40 รมว.คลังขณะนั้น ได้ทำหนังสือ ลับมาก/ด่วนที่สุด ถึงเลขาธิการครม.ให้บรรจุวาระเรื่อง “มาตรการแก้ไขสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาร้ายแรง 58 แห่ง” โดยให้จัดตั้ง องค์การเพื่อการปฏิรูปและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน:ปรส. (Financial Secter Restructuring Authority :FRA) ขึ้นมาทำหน้าที่

นายพิเชษฐ กล่าวว่า (5) วันที่ 14 ต.ค.40 รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ได้เสนอเรื่อง มาตรการเพื่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในอนาคต มีประเด็นเกี่ยวกับ 58 สถาบันการเงินที่ถูกระงับการ ดำเนินกิจการดังนี้**"โดยเฉพาะปัญหาของบริษัทเงินทุน 58 บริษัท เป็นสิ่งเร่งด่วน ที่จะต้องได้รับการแก้ไข เนื่องจากมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของประชาชนและเจ้าหนี้ ที่มีต่อระบบการเงินและระบบสินเชื่อใน ภาพรวม นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหา ของสถาบันการเงินดังกล่าวก็จะช่วยแก้ไขปัญหาสินเชื่อของลูกหนี้ของสถาบันการเงิน มาตรการเรื่องนี้รวมถึงการประกันเงินฝากและดอกเบี้ยที่จะได้รับของประชาชนผู้ฝากและการประกันเงินกู้ของเจ้าหนี้สถาบันการเงินดังกล่าว"

อดีต รมช.คลัง กล่าวว่า (6) ครม.เห็นชอบให้ **ปรส.เป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการชำระบัญชีและดูแลบริษัทเงินทุนที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ เป็นองค์กรเฉพาะกิจ (7) วันที่ 25 ต.ค.40 รัฐบาลออก พระราชกำหนดจัดตั้ง ปรส. และประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2540 เป็นต้นไป (8) วันที่ 29 ต.ค.40 รมว.คลัง คนใหม่ (นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัฐ) ลงนามแต่งตั้งประธานฯปรส.และเลขาธิการปรส.มีพ.ร.ก.จัดตั้งปรส.ลักษณะพิเศษ อาทิเช่น (8).1 อำนาจในการพิจารณาปิดถาวร 58 สถาบันการเงินที่ถูกปิดชั่วคราว เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ ปรส. รมว.กค.มีอำนาจเพียงลงนามอนุมัติบริษัทที่ปรส.อนุมัติให้ดำเนินกิจการต่อไปได้เท่านั้น (8).2 การจัดการขายสินทรัพย์ ต้องกระทำโดยการประมูลขายโดย เปิดเผยเท่านั้น และม. 16(3) กำหนดให้เป็นอำนาจ โดยเด็ดขาดของคณะกรรมการปรส.เท่านั้น รมว.กค.ไม่มีอำนาจ ที่จะเข้าแทรกแซง

นายพิเชษฐ กล่าวว่า (8).3 รมว.คลัง ด้วยความเห็นชอบของครม. มีอำนาจแต่งตั้งประธานปรส. แต่ไม่มีอำนาจถอดถอน ประธาน กก.ปรส.ที่ได้แต่งตั้งไว้แล้ว (8).4 ห้ามรมว.กค.เข้าไป แทรกแซง หรือสั่งการใดๆเกี่ยวกับการบริหารงาน ทั่วไปของปรส. และปรส.เองก็ ไม่ต้องรายงาน ต่อรัฐมนตรี (8).5 รัฐมนตรีมีข้อจำกัดในการรับทราบข้อมูลของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ และอยู่ในกระบวนการชำระบัญชี เพราะปรส.อยู่ในข้อบังคับของ บทกำหนดโทษในมาตรา 39 ที่ว่า "ผู้ใดล่วงรู้กิจการของสถาบันการเงินใด เนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ๆ กำหนดไว้ตามพระราชกำหนดนี้ อันเป็นกิจการที่ตามปกติพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย แล้วนำไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามบทบัญญัตินี้ ปรส.ถูกตีความว่าเป็น "ผู้ใด" และรัฐมนตรีถูกตีความว่าเป็น "บุคคลอื่น"

อดีต รมช.คลัง กล่าวว่า (9) วันที่ 6 พ.ย.40 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ ลาออก ทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง (10) วันที่ 14 พ.ย.40 นายชวน หลีกภัย ผู้ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าถวายสัตย์ รับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินมีผลตั้งแต่วันดังกล่าว

นายพิเชษฐ กล่าวว่า ทั้งนี้ตนมีข้อสังเกต คือ การตั้งข้อสังเกตว่า การที่ พ.ร.ก.ปรส.ได้ตัดอำนาจทางการเมืองไปโดยสิ้นเชิง เหตุผลเนื่องจาก ไอ.เอ็มเอฟ.เห็นว่า ความเสียหายทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาล จึงไม่ควรให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญทั้งสองเรื่องกับอีกเหตุหนึ่งมีผู้เชื่อว่า เนื่องจากรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ แฝงเจตนาที่จะลาออกอยู่แล้ว จึงออกพ.ร.ก.มีลักษณะตัดอำนาจของรัฐบาลใหม่โดยสิ้นเชิง

อดีตรมช.คลัง กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 8 ธ.ค.40 สมัยรัฐบาลชวน คณะกรรมการปรส. ที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งไว้ มีมติเด็ดขาดเกี่ยวกับ 58 สถาบันการเงินที่ถูกสั่งปิดชั่วคราว ให้ปิดถาวรต่อไป 58 แห่ง อนุญาตให้กลับมาฟื้นฟูดำเนินกิจการต่อไปได้เพียง 2 แห่ง โดย 1ใน 2 แห่ง คือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน ซึ่งปัจจุบันได้เติบโตจนยกฐานะขึ้นเป็นธนาคารพาณิชย์ ในปี 2548 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) อย่างไรก็ตาม ขอให้ติดตาม ปรส.ตอนต่อไป เรื่องการชำระบัญชีและจัดการสินทรัพย์


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : อดีตรมช.คลัง พรก.ปรส. ตัดอำนาจการเมือง

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view