http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,443
เปิดเพจ23,734,817

ออฟฟิศรายชั่วโมง Coworking Space

จากประชาชาติธุรกิจ

เมื่อสภาพแวดล้อมมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน จึงเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมเมืองในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้า จนติดต่อข้ามทวีปได้ในเวลาเพียงชั่วนิ้วมือสัมผัสแป้นพิมพ์ จึงมักมีคนบางกลุ่มหอบหิ้วโน้ตบุ๊กมาทำงานนอกออฟฟิศกันอย่างแพร่หลาย โดยเลือกสถานที่บรรยากาศดีเป็นจุดฝังตัวตลอดทั้งวัน

ทำให้ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟหลายรายเริ่มปรับเปลี่ยนสไตล์ให้มีความ "ฮิป" เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานข้างต้น ที่ส่วนมากเป็นฟรีแลนซ์สายเทคโนโลยี, ครีเอทีฟ, นักออกแบบ, นักเขียน รวมทั้งคนที่ไม่จำเป็นต้องทำงานในบริษัท ให้รู้สึกสนใจมาเลือกใช้บริการ

ทว่าต่อให้เหล่าร้านกาแฟน้อยใหญ่ จะดีไซน์ตัวเองให้ออกมาโดดเด่นมากสักเพียงใด ก็ยังไม่อาจตอบสนองความต้องการของคนที่เข้ามาทำงานได้ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของการเกิด "Coworking Space" พื้นที่ทำงานที่มีพร้อมทั้งโต๊ะ, เก้าอี้, อินเทอร์เน็ต, ห้องครัว, ห้องประชุม ฯลฯ แม้ฟังแล้วให้อารมณ์คล้ายออฟฟิศอยู่บ้าง แต่หากได้ลองสัมผัสจะพบว่าต่างจากออฟฟิศเช่าทั่วไปอย่างสิ้นเชิง



โดยเฉพาะบรรยากาศอันผ่อนคลายยืดหยุ่นกว่าสำนักงาน ที่สำคัญคือเปิดบริการให้ผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพได้เข้ามาทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดเป็นสังคมการทำงานที่ไม่น่าเบื่อหน่ายขึ้นมา

"วศินี แว่นเกตุ" เมเนเจอร์โคเวิร์กกิ้งของ "Hive Bangkok" กล่าวว่าข้อเสียของทำงานในร้านกาแฟอันดับแรกคือ "ไม่มีพรินเตอร์" รองลงมาเป็นเรื่องของ "อินเทอร์เน็ต" ที่ไม่ค่อยเสถียร แต่สำคัญสุดอยู่ที่ปริมาณคนซึ่งมีจำนวนมากในบางร้าน ทำให้บางครั้งคนที่เลือกร้านกาแฟเป็นสถานที่ทำงานไม่มีสมาธิ แต่ถ้าจะเอางานกลับมาทำที่บ้านก็ไม่ค่อยเดินหน้าสักเท่าไร ซึ่ง Coworking Space นั้นถือเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างบ้านและร้านกาแฟ เพราะสามารถนั่งทำงานได้ชิล ๆ เหมือนอยู่บ้านแต่ไม่ใช่บ้าน

"ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เทรนด์ของเด็กจบใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองค่อนข้างบูมมาก กลุ่มครีเอทีฟและ Startup ก็กำลังบูม คนทำงานฟรีแลนซ์ก็มากขึ้น เมื่อเทรนด์การทำงานยุคใหม่เป็นแบบนี้ มันควรจะมีพื้นที่เกิดขึ้นมาซัพพอร์ตมากขึ้น ซึ่งช่วงไม่กี่ปีหลังก็เริ่มมี Coworking Space เปิดในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นหลายแห่ง" วศินีอธิบาย

ด้าน "อมฤต เจริญพันธุ์" หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Hubba และ Pah Space กล่าวถึง Coworking Space ว่า

"หากมองผลสำรวจทั่วโลกช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าจำนวน Coworking Space เพิ่มขึ้นประมาณ 100 เปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา ในกรุงเทพฯเองนับตั้งแต่ Habba เปิดตัว ก็มี Coworkig Space เกิดขึ้นนับ 40 กว่าแห่ง"
อมฤตกล่าว

ความน่าสนใจของการเกิด Coworking Space ขึ้นในเมืองไทย นอกจากจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไม่ให้ต้องซ้ำซากจำเจอยู่กับสถานที่เดิม ๆ แล้ว ยังนับเป็นจุดศูนย์กลางสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งสร้างคอนเน็กชั่นวางรากฐานให้กลุ่มธุรกิจ Startup ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวได้เป็นอย่างดี

วศินี จาก Hive Bangkok บอกว่า คอนเซ็ปต์ของ Coworking Space คือการที่แต่ละคนซึ่งมีธุรกิจต่างกันมานั่งทำงานที่เดียว ก็มีโอกาสเกิดเป็นคอนเน็กชั่นระหว่าง 2 ธุรกิจ ซึ่งอาจออกมาในรูปของการร่วมโปรเจ็กต์ ไปจนถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเปิดช่องทางธุรกิจใหม่ได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่นั่งทำงานอยู่บ้านคนเดียวแล้วไม่รู้จักใครเลย

"ยกตัวอย่าง The Hive จะมีบอร์ดให้เมมเบอร์มาติดประกาศแสดงความต้องการคนช่วยทำงานในแต่ละสายอย่างดีไซเนอร์ โปรแกรมเมอร์ นักเขียน แล้วแต่ความต้องการ ซึ่งเมื่อคนที่ทำงานด้านนั้นเห็นและสนใจ ก็จะติดต่อคุยงานกันด้วยเรตราคาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งการที่ Coworking Space มีหลากหลายสาขาอาชีพ ก็ยิ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาธุรกิจของตัวเอง"

อมฤต แห่ง Hubba กล่าวว่า เทรนด์ Startup บางทีธุรกิจของคนกลุ่มนี้ยังไม่มั่นคง ยังไม่รวย เลยยังไม่อยากลงทุนกับออฟฟิศใหญ่ ๆ อยากเก็บเงินไว้ลงทุนอย่างอื่นแทน ประกอบกับอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น ได้ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกไม่เห็นถึงความจำเป็นของสำนักงาน เพราะสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ถือเป็นการถอดปลั๊กให้ชีวิตก็ว่าได้

"กลุ่ม Startup หลายทีมมีสกิลและไอเดียบางอย่างที่ทำออกมาแล้วดี แต่บางครั้งมันก็เหมือนกับการทำ Something for nothing ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเป็นธุรกิจ จะทำเงินยังไง เพราะต้องยอมรับว่าไม่มีใครเก่งไปทุกด้าน และการเข้ามาอยู่ใน Coworking Space มันจะช่วยให้ได้เจอคนที่หลากหลาย และผลักดันกันไปจนเปลี่ยนจาก Startup เป็น Business ได้ในวันหนึ่ง"


สำหรับคนที่ต้องการปลีกตัวออกจากการทำงานในร้านกาแฟ รวมทั้งอยากเปลี่ยนบรรยากาศหาไอเดียนอกออฟฟิศ หรือกลุ่มธุรกิจ Startup ที่กำลังมองหาสถานที่ทำงาน วันนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้เลือก Coworking Space ที่น่าสนใจในกรุงเทพฯมาให้ได้ลองพิจารณากัน

Hubba และ Pah Space

"Hubba" ถือเป็น Coworking Space แห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ เพราะก่อตั้งขึ้นมาตั้งปี 2554 จากการเล็งเห็นช่องทางยามยากช่วงน้ำท่วมใหญ่ ทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถไปทำงานได้ ประกอบกับพื้นที่ให้บริการคนทำงานในบ้านเรายังไม่มีอย่างจริงจัง อมฤต เจริญพันธุ์ จึงได้ร่วมหุ้นกับพี่ชายและกลุ่มเพื่อนเปิดตัว Hubba ขึ้นมาในซอยเอกมัย 4 เน้นซัพพอร์ตคนทำงานทางไอทีและกลุ่ม Startup ก่อนที่จะแตกไลน์ออกมาเป็น "Pah Space" ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งเน้นกลุ่มคนทำงานสายครีเอทีฟและออกแบบเป็นหลัก

ทางด้านไอเดียของการเริ่มต้น Coworking Space อมฤตเล่าว่า เกิดจากความรู้สึกอยากสร้างสถานที่ที่ทำให้คนอยากมาทำงาน ผ่อนคลายไม่เครียด เพียงแต่การทำโฮมออฟฟิศต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้น เราเลยทำ Hubba ขึ้นมา เพื่อให้คนทั่วไปสามารถมีโฮมออฟฟิศได้ในราคาไม่แพง

"ความพิเศษของทั้ง Habba และ Pah Space นอกจากการอยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งแฮงเอาต์แล้วยังอยู่ในซอยตัน ทำให้สามารถจอดรถได้จำนวนมากกว่าปกติและไม่มีค่าจอดรถ รวมทั้งจุดแข็งที่สุดของเราคือความใส่ใจในการสร้างคอมมิวนิตี้ให้แข็งแรง ส่วนเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่ที่ตัดกระดาษ โต๊ะ อินเทอร์เน็ต ห้องประชุม หรือโปรเจ็กเตอร์"


ส่วนของ Pah Space มีมากกว่าแห่งอื่นเล็กน้อย ตรงที่มีห้อง"Maker Zoo" เอาไว้บริการสำหรับคนที่ต้องการขึ้นรูปโมเดลอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่งานไม้ไปจนถึงพรินต์ 3D เลยทีเดียว

The Hive Bangkok

หลังจาก "คอนสแตนท์ เท็ดเดอร์" นักธุรกิจสัญชาติอังกฤษ ประสบความสำเร็จจากกิจการ Coworking Space ที่ใช้ชื่อว่า "The Hive" ในฮ่องกงได้สักระยะเวลาหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเปิดตัว "The Hive Bangkok" ขึ้นในเมืองไทยกลางย่านทองหล่อ

สำหรับการดีไซน์ The Hive สาขากรุงเทพฯ ยังคงยึดรูปแบบเดียวกันกับสาขาฮ่องกงคือ "อินดัสเทียล" เน้นการใช้คอนกรีตขัดมันเป็นหลัก แต่เพิ่มส่วนของไม้เข้ามาช่วยให้ตัวอาคารดูไม่แข็งจนเกินไป รวมทั้งโครงสร้างตึกที่ได้รับการดัดแปลงใหม่ให้โปร่ง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่อึดอัดกับการนั่งทำงานตลอดวัน พร้อมทั้งยังออกแบบให้มีกระจกเยอะเป็นพิเศษ เพราะมีความเชื่อว่าการปล่อยให้แสงธรรมชาติเข้ามามาก จะช่วยกระตุ้นสมองทางฝั่งของครีเอทีฟให้ทำงานได้ดีขึ้น

สิ่งที่จะได้พบจาก The Hive Bangkok นอกเหนือจากส่วนประกอบพื้นฐานของ Coworking Space อย่างโต๊ะทำงาน, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, พรินเตอร์, ห้องประชุม, ออฟฟิศขนาดเล็ก และบริการอาหารเครื่องดื่มแล้ว ยังมีบริการนวดสปาผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานอีกด้วย จุดน่าสนใจที่สะดุดตาคือ "บอร์ดประกาศเสนองาน" ซึ่งเปิดให้สมาชิกมาติดแนะนำตัวเอง ตลอดจนหาคนมาช่วยทำงานทางด้านที่ตัวเองไม่ถนัด

The Hive Bangkok ตั้งอยู่กลางซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 49) สามารถเดินทางมาใช้บริการได้ทุกวัน สำหรับขาจรใช้ได้ 08.00-20.00 น. ส่วนสมาชิกสามารถหิ้วงานมาทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Muchroom Coworking Space

เพราะหน่ายในภาพลักษณ์ของออฟฟิศรูปแบบเดิม ๆ ทำให้ "Muchroom CoworkingSpace" ของ "สรินธี นวลจันทร์ฉาย" 1 ใน 3 หุ้นส่วน เลือกที่จะรวบรวมรูปแบบของบ้าน ที่ทำงาน และร้านกาแฟ เข้าไว้ด้วยกันในบรรยากาศสบาย ๆ จึงเกิดขึ้นบนบ้านเก่าสองชั้น ที่ตระเตรียมอุปกรณ์สำนักงานไว้อย่างครบครัน รวมทั้งเพิ่มออฟฟิศเอาไว้ให้บริการอีก 6 ห้อง การเดินทางไปมาก็แสนสะดวก เพราะไม่ไกลจากบีทีเอสสะพานควาย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของที่นี่ เพราะหากต้องไปพบลูกค้าหรือโดนตามตัวอย่างเร่งด่วน ก็จะทำให้ไม่พลาดนัดสำคัญ สนนราคาในการแชร์ออฟฟิศของที่นี่ คิดอยู่ที่ 220 บาทต่อวัน หรือหากเป็นรายปีจะตกเพียงวันละ 80 บาทเท่านั้น แชร์ออฟฟิศที่มัชรูมโคเวิร์กกิ้งสเปซ โทร.0-2618-7800



522 Coworking Space

เนื่องจากต้องการตอบโจทย์ตัวเองที่จำเป็นต้องใช้ห้องเพื่อประชุมงานอยู่บ่อย ๆ "กำพล กำปั่นทอง" เจ้าของ 522 โคเวิร์กกิ้งสเปซ จึงเห็นถึงความสำคัญของสถานที่คุยงาน และไม่อยากให้การประชุมกลายเป็นเรื่องน่าขยาด จึงอยากลดทอนความเคร่งเครียดของการประชุมด้วยบรรยากาศของห้องทำงาน และเมื่อมีโอกาสได้เปิด Coworking Space เป็นของตัวเอง เขาจึงดึงปัญหาที่เคยพบจากสถานที่สาธารณะอื่น ๆ ยามไปใช้งานมาปรับให้ลงตัว

ความโมเดิร์นทันสมัยจึงถูกหยิบมาใช้ในการตกแต่ง พื้นที่หลักถูกใช้เป็นร้านกาแฟผสม Coworking Space ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ทำงาน พร้อมมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงชนิดลื่นปรื๊ดให้ใช้ฟรี 1 ชั่วโมง มีอุปกรณ์สำนักงานไว้รองรับ แต่กรุ๊ปไหนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ก็สามารถเปิดห้องประชุมได้ ซึ่งในแต่ละห้องก็ล้วนมีการตกแต่งแตกต่างกันไป ทั้งสไตล์ สีสัน รวมไปถึงโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้งาน

ทุกห้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบใจของผู้ใช้งาน เพื่อสร้างสรรค์แรงบันดาลใจได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเรตราคาแต่ละห้องก็จะต่างกันออกไป

522 Coworking Space ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐมนูธรรม แม้จะไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง แต่การเดินทางก็สะดวกสบายไม่ใช่น้อย อีกทั้งยังถือเป็นย่านออฟฟิศจำนวนมาก จึงมีทั้งครีเอทีฟ ออร์แกไนเซอร์ นักเล่นหุ้น นักธุรกิจขนาดย่อย นักการตลาด และอีกหลากหลายอาชีพมาพักพิงอยู่บ่อย ๆ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ออฟฟิศรายชั่วโมง Coworking Space

view

*

view