http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,119,783
เปิดเพจ23,734,141

ถึงเวลาค้าปลีกอินเดียหนีเมืองใหญ่ไปยึดเมืองรอง

ถึงเวลาค้าปลีกอินเดียหนีเมืองใหญ่ไปยึดเมืองรอง

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




พูดถึงเรื่องค้าปลีกของอินเดียแล้วต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ

เพราะนอกจากจะเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ด้วยขนาดตลาดค้าปลีกรวมที่คาดว่าจะมีมูลค่าพุ่งไปถึง 32.8 ล้านล้านรูปีในปี 2557 แล้ว (ประมาณ 16-17 ล้านล้านบาท) ธุรกิจค้าปลีกของอินเดียก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มมากขึ้นของร้านค้าปลีกแบบสมัยใหม่จากที่เคยอยู่ในสัดส่วน 5% ปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 8% ในขณะที่ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมลดสัดส่วนลงจาก 95% มาอยู่ใน 92% นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของนโยบายการเปิดเสรีค้าปลีกที่อนุญาตให้ธุรกิจค้าปลีกต่างชาติเข้าไปลงทุนได้มากขึ้น ทั้งแบบแบรนด์เดี่ยวและแบบหลากหลายแบรนด์ ล่าสุดมีข่าวว่า IKEA ยักษ์ใหญ่เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนก็มีแผนที่จะเปิดธุรกิจค้าปลีกแบบแบรนด์เดี่ยวในอินเดีย โดยคาดว่าจะเริ่มที่เมืองไฮเดอราบาดก่อน

ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกต่างชาติยังเข้าตลาดอินเดียไม่สำเร็จ ธุรกิจค้าปลีกเจ้าถิ่นของอินเดียเองก็มีการปรับตัวกันอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน โดยปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกของอินเดียเริ่มปรับยุทธศาสตร์การตลาดกันใหม่ด้วยการเล็งที่จะขยายตลาดเข้าไปในเมืองรองของอินเดียมากขึ้น เพราะการแข่งขันในเมืองใหญ่ของอินเดียเองเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนค่าเช่าก็แพงขึ้น ในขณะที่จำนวนนักช้อปในเมืองใหญ่ก็เริ่มลดลง โดยบางส่วนเริ่มหันไปช้อปออนไลน์มากขึ้น ทำให้ร้านค้าปลีกที่อยู่ตามศูนย์การค้าในเมืองใหญ่อย่างมุมไบ เดลีและปริมณฑล เจนไน บังคาลอร์ และกอลกัตตา ถึง 1 ใน 3 ได้ทยอยกันย้ายออกไปเปิดร้านในเมืองรองของอินเดียกันแล้ว

เมืองรองของอินเดียคือเมืองอะไรกันแน่ อันนี้เป็นผลมาจากการแบ่งกลุ่มเมืองของรัฐบาลอินเดียซึ่งปัจจุบันได้แบ่งอย่างกว้างๆ ออกเป็น 3 กลุ่มคือ เมืองหลัก (Tier-I Cities) ซึ่งก็คือเมืองใหญ่ของอินเดีย ปัจจุบันมีอยู่ 6 เมืองคือ เดลี มุมไบ บังคาลอร์ ไฮเดอราบาด เจนไน และกอลกัตตา กลุ่มที่สองก็คือ เมืองรองที่มีขนาดเล็กถัดลงไปจากเมืองใหญ่เรียกว่า Tier-II Cities ซึ่งมีอยู่ 35 เมือง เช่น ปูเน่ สุราต อักรา อินดอร์ ชัยปุระ กานปุระ นากปุระ เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่สามก็คือ เมืองรองที่เหลือที่มีขนาดเล็กกว่าสองกลุ่มแรกเรียกว่า Tier-III Cities และเมืองรองสองกลุ่มหลังนี่แหละครับที่ธุรกิจค้าปลีกของอินเดียมองเห็นโอกาสและเริ่มขยับขยายเข้าไปเปิดร้านค้าปลีกเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดนี้กันแล้ว

อย่างที่เรียนในตอนต้นแล้วว่าตลาดในเมืองหลักของอินเดียเริ่มอิ่มตัวเนื่องจากแต่เดิมธุรกิจค้าปลีกต่างก็มุ่งมาที่ตลาดนี้กันทั้งหมดเพราะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปแล้วเพราะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจในเมืองหลักหรือเมืองใหญ่ๆ ก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้ธุรกิจค้าปลีกหลายรายเริ่มหันไปหาตลาดในเมืองรองกันมากขึ้น ซึ่งก็หมายถึงเมืองในกลุ่มTier-II และ Tier III ที่ได้กลายมาเป็นความหวังใหม่ของธุรกิจค้าปลีกของอินเดีย ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าประชากรหรือผู้บริโภคในเมืองรองดังกล่าวได้เปลี่ยนไปจากอดีตแล้วอย่างสิ้นเชิงด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น ประชากรสตรีทำงานนอกบ้านมากขึ้น ได้รับอิทธิพลตะวันตกจากสื่อต่างๆ มากขึ้น

ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้นักช้อปในตลาดเมืองรองมีรสนิยมในการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนไปโดยมีความต้องการสินค้าที่หรูหราฟุ่มเฟือยมากขึ้นและที่น่าประหลาดใจกว่านั้นก็คือ ยอดจำหน่ายรถยนต์หรูหราราคาแพงในเมืองรองกลับสูงกว่าในเมืองหลักและนักช้อปในเมืองเล็กซึ่งมีค่าครองชีพต่ำกว่ากลับยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมากกว่านักช้อปในเมืองหลักเสียอีก ทั้งนี้ จากการสำรวจของสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งอินเดียหรือ Assocham พบว่าตลาดค้าปลีกในเมืองรองของอินเดียเติบโตอยู่ในอัตราสูงโดยในปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 3.5 แสนล้านรูปีหรือประมาณ 1.75 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตมีมูลค่าตลาดสูงถึงเกือบ 4.88 ล้านล้านรูปีหรือประมาณ 2.44 ล้านล้านบาทในปี 2569 เลยทีเดียว

จากการศึกษาของหลายสถาบันต่างยืนยันตรงกันว่าคนชั้นกลางของอินเดียที่มีกำลังซื้อสูงทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 350-400 ล้านคน และประมาณ 100 ล้านคนเป็นคนชั้นกลางที่อยู่ในเมืองรองในกลุ่มเมือง Tier II และ Tier III ซึ่งคนกลุ่มนี้เองที่มีความต้องการจะจับจ่ายใช้สอยเกี่ยวกับอาหาร การช้อปปิ้ง และความบันเทิงเช่นเดียวกับกลุ่มคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้ที่อาศัยอยู่ในเมืองรองต้องลงทุนเดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อจับจ่ายใช้สอยสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยเหมือนกับคนในเมืองใหญ่ทุกประการ แต่ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกกำลังจะเป็นฝ่ายเดินย้อนกลับเข้าไปหาคนกลุ่มนี้ในเมืองรองแทนเพราะมองเห็นศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยของคนกลุ่มนี้

ประเด็นเกี่ยวกับค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกสำหรับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งนอกเหนือจากศักยภาพของกลุ่มผู้บริโภคในเมืองรองที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกของอินเดียเริ่มทยอยกันออกไปขยายกิจการในเมืองรองมากขึ้น โดยอัตราค่าเช่าพื้นที่ในเมืองรองจะถูกกว่าในเมืองหลักประมาณ 30% ทั้งนี้ อัตราค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกเฉลี่ยสำหรับพื้นที่ชั้นล่างของอาคารในเมืองรองจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 รูปีต่อตารางฟุต ในขณะที่พื้นที่ลักษณะเดียวกันในเมืองหลักหรือเมืองใหญ่ของอินเดียจะอยู่ที่ประมาณ 100-120 รูปีต่อตารางฟุต

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัตราค่าเช่าพื้นที่ในเมืองรองจะถูกกว่า แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงด้วยก็คือ รายได้จากการขายต่อตารางฟุต (Retail Sales Density) ในเมืองรองยังคงต่ำกว่าในเมืองหลักอยู่ ซึ่งจากการศึกษาของ Assocham พบว่ารายได้จากการขายต่อตารางฟุตของธุรกิจค้าปลีกในเมืองรองในกลุ่ม Tier II จะอยู่ที่ประมาณ 6,000-8,000 รูปีต่อตารางฟุต ในขณะที่ในเมืองหลักจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 รูปีต่อตารางฟุต และอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ นักช้อปในเมืองรองที่มีกำลังซื้อสูงยังคงอยู่กันกระจัดกระจายในเมืองเล็กๆ ประมาณ 8,000 เมืองและใน 6.3 แสนหมู่บ้านทั่วประเทศอินเดีย อันนี้เป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจค้าปลีกที่จะหันมาเล่นในตลาดเมืองรองแทนเมืองหลักว่าทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดนี้ได้ เพราะแม้ว่าต้นทุนในการประกอบธุรกิจในเมืองรองจะต่ำกว่าในเมืองหลัก แต่ยอดขายและกำไรในเมืองรองก็ต่ำกว่าด้วย

ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกจะต้องสามารถกำหนดพื้นที่ให้ได้ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของตนอยู่ที่ไหนเพื่อที่จะได้วางเครือข่ายกระจายสินค้าได้ถูกต้องและตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น จะต้องปรับตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ รวมทั้งราคาให้เหมาะสมกับตลาดเมืองรองอีกด้วย เพราะถึงอย่างไร นักช้อปในเมืองรองก็ยังคงมีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสินค้าไม่เท่ากับนักช้อปในเมืองใหญ่อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม มาถึงนาทีนี้ธุรกิจค้าปลีกในอินเดียต่างก็มุ่งหน้าไปยึดหัวหาดเมืองรองกันหมดแล้วอย่าง Domono’s Pizza ถือเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเจ้าแรกที่บุกเข้าไปขยายสาขาในเมืองเล็ก แถมประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยสาขาที่มียอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับที่สองในประเทศอินเดียก็อยู่ในเมืองรองในกลุ่ม Tier II ที่เมืองกานปุระ ในรัฐอุตตรประเทศ หรืออย่าง Pizza Hut ก็ไม่น้อยหน้า โดยขณะนี้ได้ขยายสาขาเข้าไปในเมืองรองในกลุ่ม Tier II เป็นจำนวนหลายเมืองแล้วและคาดว่ายอดขายของสาขาในเมืองรองจะขยายตัวถึง 20% นอกจากนั้น ก็ยังมีกลุ่มบริษัท Reliance ที่หันมาเปิดธุรกิจค้าปลีกและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยมุ่งขยายสาขาเข้าไปในเมืองรองจำนวนมากด้วยเหตุผลด้านค่าเช่าพื้นที่ที่ถูกกว่าในเมืองหลัก ขณะนี้ก็กำลังเล็งที่จะขยายเครือข่ายไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปในเมืองอาห์เมดาบาดในรัฐคุชราต หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในเมืองไฮเดอราบาดในรัฐอานธรประเทศมาแล้ว

การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในอินเดียจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจติดตามเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เราได้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของตลาดที่กำลังเติบโตแบบที่หาไม่ได้ง่ายนักในตลาดอื่นในปัจจุบัน พูดง่ายๆ ก็คือ นาทีนี้ถ้าจะหา “Growth” ก็ต้องมาที่อินเดียนี่แหละครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ถึงเวลา ค้าปลีกอินเดีย หนีเมืองใหญ่ ยึดเมืองรอง

view

*

view