http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

เล่าเรื่องในหลวง ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาฯพระราชวัง

จากประชาชาติธุรกิจ

หากต้องการพูดคุยเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช" เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 "ประชาชาติธุรกิจ" เชื่อว่าคงไม่มีใครถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีไปกว่า 2 พี่น้องตระกูล "วัชโรทัย" อย่าง "แก้วขวัญ" และ "ขวัญแก้ว" อีกแล้ว

เนื่องจากราชเลขาทั้ง 2 ท่าน ต่างถวายงานรับใช้ใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายาวนาน นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์จวบจนกระทั่งขวบปีนี้

ทว่าด้วยความที่ทั้ง 2 ท่านมีภารกิจสนองพระราชดำริของในหลวงมากมาย ไม่อาจปรากฏตัวนั่งลงสนทนาอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้ "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ขวัญแก้ว วัชโรทัย" ผู้น้อง ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง "รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ" เพียงคนเดียวเท่านั้น

แต่ในทางกลับกันของการได้พูดคุยกับขวัญแก้วก็ถือเป็นจังหวะเวลาที่ดี เพราะ "มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์" ซึ่งรองเลขาธิการพระราชวังท่านนี้เป็นหัวหอกหลักมาตั้งแต่ต้น กำลังนับถอยหลังเดินทางก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการดำเนินงานกระจายความรู้สู่ท้องถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างพอดิบพอดี ทำให้มีประเด็นใหญ่ให้แลกเปลี่ยนกันพอสมควร

ขวัญแก้ว ที่วันนี้มีตำแหน่งเป็นทั้งรองเลขาธิการพระราชวังฯ, นายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์, ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมทั้งประธานกรรมการบริหารและผู้จัดการโรงเรียนวังไกลกังวล เล่าย้อนถึงช่วงเวลาเริ่มต้นเข้ามาทำงานรับใช้ข้างกายในหลวงอย่างคร่าว ๆ ว่า



"ผมทำงานอยู่กับพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่อายุ 17 จนถึงบัดนี้ โดยหน้าที่ของผมคือการถ่ายภาพถวายพระเจ้าอยู่หัว ทำให้มีโอกาสได้ติดตามท่านไปทุกหนทุกแห่ง ก่อนจะมีโอกาสได้ติดตามท่านไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาเพิ่มเติมหลังขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ซึ่งผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นนักเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เรียนต่อทางด้านวิชาการบริหารโรงแรมจากโรงเรียนสอนวิชาการโรงแรม ในเมืองโลซาน"

หลังจากตามเสด็จฯไปยังสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ขวัญแก้วจึงได้เข้ารับราชการที่สำนักพระราชวังเต็มตัวในปี 2493 ก่อนจะรับหน้าที่เป็นหัวหน้าสถานีวิทยุ "อ.ส.พระราชวัง" ทำหน้าที่แจ้งเหตุสำคัญ เช่น การเกิดโรคโปลิโอระบาดในปี 2495, อหิวาตกโรคในปี 2501 และวาตภัยที่แหลมตะลุมพุกในปี 2505 อันเป็นต้นกำเนิดของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในเวลาต่อมา

"คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะจดจำผมได้ในตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง และอาจรวมถึงเป็นประธานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเท่านั้น แต่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าผมเป็นหนึ่งในช่างภาพส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นทีมเดียวกันกับอาณัติ บุนนาค"

รองเลขาธิการสำนักพระราชวังกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมฯว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริถึงโครงการนี้ หลังจากมีการทูลขอชื่อพระราชทานดาวเทียมดวงแรกของเมืองไทยอย่าง "ไทยคม" ประกอบกับการศึกษาของเมืองไทยยังมีเรื่องการขาดแคลนครู ทำให้ไม่สามารถกระจายความรู้ได้อย่างทั่วถึงและยังไม่ถูกแก้ไข พระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในอีก 2 ปีถัดมา (2538)

การดำเนินงานของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมนั้น เป็นการถ่ายทอดการสอนในโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปทั่วประเทศในช่อง DLTV เพื่อแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก หรืออยู่ในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนครู ช่วยให้เด็กสามารถเรียนหนังสือได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

"การสอนของมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯ ไม่ได้ให้ประโยชน์กับเด็กนักเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีให้กับคนทั่วไปที่ใฝ่การเรียนรู้เปิดโทรทัศน์ช่องของเรามาดูด้วย ยกตัวอย่างการสอนภาษาที่มี 5 ภาษา คืออังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น และจีน ที่มีคนขับรถสามล้อเครื่องในภูเก็ตเล่าให้ฟังว่า เข้ามาเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะต้องการนำไปสื่อสารกับนักเที่ยวญี่ปุ่นที่เริ่มมีมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและคุ้มค่ามากกับการเกิดการทำงานตรงนี้ของมูลนิธิ"

ขวัญแก้วกล่าวว่า เพื่อให้องค์ความรู้และการศึกษากระจายไปอย่างทั่วถึง พระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำให้ขยายช่วงเวลาออกอากาศ จากเดิมที่เริ่ม 7 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม ให้เปลี่ยนเป็นออกอากาศตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เป็นการรองรับกับกลุ่มคนที่ไม่สะดวกรับชมในช่วงเวลากลางวัน

หลังจาก DLTV ออกอากาศไปสักระยะหนึ่งแล้ว รองเลขาธิการพระราชวังฯท่านนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า พระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งถึงปัญหาของการเรียนผ่านทางไกลขณะนั้นว่า ครูผู้สอนพูดเร็วเกินไป เพราะต้องไม่ลืมว่า คนที่ได้ดูนั้นมีตั้งแต่เหนือสุด, ใต้สุด, ตะวันออก, ตะวันตก ซึ่งมีความแตกต่างกันทางด้านสำเนียง ทำให้บางคนฟังไม่ทัน ท่านจึงได้รับสั่งแนะนำให้เริ่มจากการจัดทำคู่มือครูผู้สอนให้เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก

"นอกจากเรื่องการศึกษาของคนภายในประเทศแล้ว ท่านยังเป็นห่วงคนไทยในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าคนทั้งประเทศจะเต็มไปด้วยความเครียด เพราะช่วงที่ผ่านมามีปัญหาหลายอย่างเข้ามาต่อเนื่องกันนานหลายปี"

ทว่าการทำงานตามพระราชดำริของในหลวงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างคิด ขวัญแก้วอธิบายว่า งานแต่ละชิ้นนั้นต้องทำให้คนทั่วไปเข้าใจเป้าหมายก่อน เพราะไม่ใช่แค่หยิบโครงการขึ้นมาแล้วบอกว่า

"นี่เป็นงานของพระเจ้าอยู่หัว" แล้วทุกอย่างจะจบ แต่จำเป็นต้องเอาเหตุและผลมากางชี้แจงประกอบ เพื่อให้ภาครัฐและประชาชนมีความเข้าใจตรงกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนได้จุดที่ลงตัวกับทุกฝ่าย

"ไม่มีใครที่ชอบถูกสั่งถูกป้อนให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้เพียงฝ่ายเดียวอยู่แล้ว ดังนั้น การทำงานที่เกิดผลลัพธ์ที่ดีสุดคือทำให้เขาเข้าใจ และเห็นพ้องไปกับงานแต่ละอย่างในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญมากในการทรงงานของพระเจ้าอยู่หัว" ขวัญแก้วอธิบายถึงแนวคิดการทำงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการปิดท้ายบทสนทนา


-----------------

เพลง ของ พ่อ

ในแต่ละปีเมื่อถึงวันพ่อแห่งชาติ หรือวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีบริษัท องค์กร ภาครัฐจัดทำบทเพลงเทิดพระเกียรติขึ้นมารวม ๆ กันแล้วเป็นปีละหลายเพลง หลาย ๆ เพลงได้ยินอยู่ปีเดียวแล้วหายไป แต่หลาย ๆ เพลงผ่านมานานหลายปีก็ยังดังก้องอยู่ในหัวคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้ มาดูกันว่าเพลงเทิดพระเกียรติระดับตำนานที่เรายังจำและยังร้องกันได้จนทุกวันนี้ใช่เพลงเดียวกันหรือเปล่า...

"ต้นไม้ของพ่อ" เพลงนี้ไม่ใช่เพลงวันพ่อ แต่เป็นเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อ พ.ศ. 2539 แต่งคำร้องโดยนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงมือทองของเมืองไทย โดยมีอภิไชย เย็นพูนสุข แต่งทำนองและเรียบเรียงดนตรี และได้ซุป′ตาร์เบิร์ด ธงไชย เป็นผู้ขับร้อง

เนื้อเพลงว่าด้วยความระลึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงทำเพื่อคนไทย จนเกิดเป็นแรงผลักดันให้ตั้งใจจะดำเนินรอยตามพระราชดำริ

"พ่อใช้เหงื่อแทนน้ำรดลงไป เพื่อให้ผลิดอกใบออกผล ให้เราทุก ๆ คนเติบโตอย่างร่มเย็นในบ้านเรา" ได้ยินแค่นี้ก็น้ำตาร่วงกันทั้งแผ่นดินแล้ว

ตามมาด้วยเพลง "ของขวัญจากก้อนดิน" อีกหนึ่งเพลงที่ยังได้ยินบ่อย ๆ และเรียกน้ำตากันต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เป็นเพลงเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 แต่งคำร้องโดยนิติพงษ์ ห่อนาค ขับร้องโดย เบิร์ด ธงไชย อีกเช่นกัน

เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระนาม "ภูมิพล" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแปลว่า "พลังแห่งแผ่นดิน" ผู้แต่งพูดถึงมุมที่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า แล้วจูงใจให้คนไทยสามัคคี เพื่อถวายเป็นของขวัญแด่พระองค์ท่าน ดังเนื้อเพลงที่ว่า

"เราก็รู้ พ่อต้องเหนื่อยสักเพียงไหน ต้องลำบากใจกาย ไม่เคยสิ้น เพราะพ่อรู้ พ่อคือพลังแห่งแผ่นดิน ให้เราพออยู่พอกินกันต่อไป หากจะหาของขวัญให้พ่อสักกล่อง เราทั้งผองจะพร้อมกันได้ไหม บวกกันเป็นดินเดียว ให้พ่อได้สุขใจ ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปอย่างที่เป็นมา"

"King of Kings" เพลงนี้ก็ไม่ใช่เพลงวันพ่อ แต่เป็นเพลงพิเศษในอัลบั้ม H.M.Blues ซึ่งเป็นอัลบั้มพิเศษที่นำเพลงพระราชนิพนธ์มาถ่ายทอดใหม่ เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อ พ.ศ. 2549 ที่ควบคุมการผลิตโดยพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของฉายาพ่อมดแห่งวงการดนตรีเมืองไทย พงศ์พรหมแต่งทำนองและเรียบเรียง โดยมีสุรักษ์ สุขเสวีเขียนคำร้อง และได้นักร้องชื่อดังถึง 24 คนมาขับร้องร่วมกัน ออกมาเป็นเพลงที่ไพเราะและยิ่งใหญ่ ทั้งในพาร์ตเนื้อร้องที่พูดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม จนได้รับการเทิดทูนเหนือราชาทั้งปวง ส่วนในพาร์ตดนตรีนั้นก็ยิ่งใหญ่ในสุ้มเสียงแบบเวิลด์มิวสิก ไม่เสียยี่ห้อพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เล่าเรื่องในหลวง ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาฯพระราชวัง

view

*

view