หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,230
Page Views 23,554,810
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ย้อนรอย ฉาย บุนนาค ต้องคดีปั่นหุ้น

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ฉาย บุนนาค ถือเป็นบุคคลมีคดีเกี่ยวโยงการปั่นหุ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย หากพิจารณาจากข้อมูลก.ล.ต.

เนื่องจากรอบ10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ฉาย ถูกกล่าวโทษ โดยตรงถึง 4 คดี และถูกส่งให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบถึง 3 คดี โดยยอมเปรียบเทียบปรับ1คดี และล่าสุดถูกกล่าวโทษอีก 1 คดี กรณีปั่นหุ้นบริษัทบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด มหาชน (SLC) ทั้งนี้ ถือว่า ฉายเป็นบุคคลมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นมากที่สุดในตอนนี้

ล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมายอมรับว่า สำนักงานก.ล.ต. ได้ส่งสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษ คดีปั่นหุ้นบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด มหาชน (SLC) โดย ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิด 11 ราย ได้แก่ นายฉาย บุนนาค นายปฐมัน บูรณะสิน นายสุพิชยะ ฉายเหมือนวงศ์ นายมีศักดิ์ มากบำรุง นายอภินันทกานต์ พงศ์สถาบดี นายเทพฤทธิ์ สีหิสราภิสิทธิ์ นายทรี บุญปราศภัย นายพาวิตต์ นาถะพินธุ นางสาวชนาธิป ตันติพูนธรรม นางสาวศิริญา ดำรงวิถีธรรม และ นายไท บุญปราศภัย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัทโซลูชั่น

รายงานระบุว่า ก.ล.ต. ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับสภาพการซื้อขายหุ้น SLC ที่ผิดปกติระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-29 เม.ย. 2553 จึงตรวจสอบเชิงลึกพบพยานหลักฐาน ทั้งที่เป็นพยานวัตถุ และพยานเอกสาร เช่น บัญชีข้อมูลการซื้อขายหุ้น SLC บัญชีแสดงการหมุนเวียนเงินภายในกลุ่ม ซึ่งมีทั้งบัญชีกลาง บัญชีรายบุคคล บัญชีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือนให้กับบุคคล 7 รายที่ให้การช่วยเหลือสนับสนุน

ตลอดจนการให้ถ้อยคำยอมรับของผู้ต้องสงสัยบางรายเกี่ยวกับการควบคุมเงิน และการสั่งการในการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้เชื่อได้ว่า นายฉาย นายปฐมัน และนายสุพิชยะได้ตกลงรู้เห็นร่วมกันซื้อขายหุ้น SLC ในลักษณะสร้างราคาผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และบัญชีธนาคารของบุคคล 9 ราย ซึ่งพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น SLC ของบุคคลกลุ่มนี้ มีลักษณะสอดรับกันในด้านจังหวะเวลา

การส่งคำสั่งด้านซื้อและขายในปริมาณมากที่หลายระดับราคา เพื่อครองตลาดและควบคุมการเปลี่ยนแปลงราคา และทำราคาตลาดให้สูงขึ้น ด้วยการส่งคำสั่งให้เกิดการซื้อขายระหว่างบัญชีของบุคคลในกลุ่ม อันเป็นการลวงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา และปริมาณการซื้อขายหุ้น SLC เมื่อมีผู้ลงทุนจำนวนมากหลงเชื่อและเข้าซื้อขายตาม บัญชีซื้อขายของบุคคลทั้ง 9 รายก็ทยอยขายทำกำไร โดยมีนายไทช่วยเหลือสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ใช้เวลาสอบ6เดือน-1ปี

สอดคล้องกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ว่า กรณี การปั่นหุ้นโซลูชั่น นั้น เมื่อมีการส่งสำนวนมาที่ดีเอสไอ ตามขั้นตอนสำนวนจะถูกส่งไปยังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอ เพื่อสั่งการให้ส่งต่อสำนวนไปยังสำนักคดีการเงินและการธนาคาร โดยความผิดเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ เป็นกฎหมายแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนทันที ไม่ต้องรอเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) โดยปกติคดีปั่นหุ้นมีพยานเอกสารจำนวนมาก ในชั้นสอบสวนเบื้องต้นต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง1 ปี

กรณีของ ฉาย บุนนาค ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. เคยร้องทุกข์กล่าวโทษให้สอบสวนคดีปั่นหุ้น ไมด้า ลิซซิ่ง ซึ่งดีเอสไอมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานความเชื่อมโยงในการซื้อขายหุ้นของกลุ่มบุคคล แต่เมื่อ ก.ล.ต. ร้องทุกข์คดีใหม่เข้ามา ดีเอสไอ ต้องตรวจสอบว่า เป็นการปั่นหุ้นตัวใด ในช่วงเวลาใด และเชื่อมโยงกับบุคคลกลุ่มใดบ้าง กรณีของ ฉาย ยังมีคดีปั่นหุ้นที่ยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ การปั่นหุ้นเกิดขึ้นแทบทุกวันโดยก.ล.ต.จะมีโปรแกรมวิเคราะห์และแจ้งเตือนความผิดปกติ และหลายคดีก.ล.ต.จะเปรียบเทียบปรับ ยกเว้นเป็นกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงหรือทำความผิดหลายจึงจะส่งเรื่องให้สอบสวนคดีอาญา

ระบุไม่มีหลักฐานเอาผิด

นอกจากนี้ เมื่อย้อนอดีตไปกลางปี 2557 ในระหว่างที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เคยชี้แจงว่า เหตุผลที่ดีเอสไอและอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายฉาย บุนนาค กับพวกรวม 13 คน ตามที่ก.ล.ต.เคย ยื่นเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดี โดยกรณีการเห็นพ้องกันระหว่างดีเอสไอและพนักงานอัยการ ที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทำให้คดีต้องยุติลง เนื่องจากไม่พบหลักฐานการกระทำความผิด ซึ่งผลการสอบสวนนาน 1 ปี พบว่าในข้อกล่าวหาที่ระบุว่าเป็นการปั่นหุ้นนั้น ผู้ซื้อหุ้นต่างยืนยันว่า ซื้อหุ้นด้วยตัวเองและใช้เงินของตนเอง ไม่ได้ให้ใครยืมชื่อซื้อขาย อีกทั้งผู้ซื้อหุ้นส่วนใหญ่ไม่รู้จักกัน และไม่มีหลักฐานว่ามีการตกลงกันว่าจะปั่นหุ้นตัวไหน หรือวิธีปั่นใครทำหน้าที่อย่างไร

"หุ้นแต่ละคนที่ซื้อนั้นไม่สามารถที่จะนำหุ้นมานับรวมกันได้ เพราะต่างคนต่างซื้อ จึงไม่เป็นความผิดฐานตามมาตรา 246 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯที่ระบุว่า บุคคลใดได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการใดใน ลักษณะที่ทำให้ตน หรือบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหลักทรัพย์ในกิจการนั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลง ดังนั้นเมื่อไม่มีพฤติการณ์ปั่นหุ้นจึงไม่มีความผิดฐานไม่รายงานจำนวนหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในทุก 5%ต่อก.ล.ต.ภายในวันทำการถัดมาที่ได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการนั้น"

ธาริต เคยชี้ไม่พบหลักฐานะทำผิด

นายธาริต ให้ความเห็นว่า ผลการสอบสวนยังไม่พบหลักฐานการกระทำความผิดตามมาตรา 243 ฐานร่วมกันทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยรู้เห็น หรือตกลงกับบุคคลอื่นอันเป็นการอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดไปว่าขณะใดขณะหนึ่งหรือช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หลักทรัพย์นั้นได้มีการซื้อหรือขายกันมาก หรือราคาของหลักทรัพย์นั้นได้เปลี่ยนแปลงไป หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง อันไม่ตรงต่อสภาพปกติของตลาด หรือโดยตนเอง หรือร่วมกับผู้อื่นทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะต่อเนื่องกัน อันเป็นผลทำให้การซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด และการกระทำดังกล่าวได้กระทำไป เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้น

ย้อน4คดีปั่นหุ้น

สำหรับคดีที่ฉายถูกกล่าวโทษโดยตรง 4 คดี ได้แก่คดีปั่นหุ้น บริษัท ดี.ที.ซี. อินดัสตรี่ส์ (“DTCI”) คดีรู้เห็นหรือตกลงร่วมกับบุคคลอื่นในการใช้บัญชีของบุคคลหลายรายซื้อขาย 12 หุ้น คดีปั่นหุ้นบริษัทไมด้า ลิสซิ่ง (ML) บริษัทแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX) คดีการมิได้รายงานการได้มาหรือจำหน่ายไปของการถือครองหุ้นไมด้า และแมกซ์

ยอมจ่ายเงินปั่นหุ้นคดีแรก

ในคดีปั่นหุ้น บริษัท ดี.ที.ซี. อินดัสตรี่ส์ (“DTCI”) ในระหว่างนั้น ฉาย เคยปฏิบัติงานเป็นหัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จึงทำให้ราคาหุ้น DTCI ปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่เป็นไปตามกลไกสภาพปกติของตลาด เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้น DTCI จึงถูกกล่าวโทษว่าเข้าข่ายสร้างราคาหุ้นเป็นครั้งแรก ผลสรุปของการทำผิดในครั้งนั้น ปรากฏว่า ฉายเลือกที่จะรับผิดและยอมเปรียบเทียบปรับเป็น เงินมูลค่า 4.83 ล้านบาท

ยกฟ้องทุกคดี

ส่วนคดีอื่นๆ ฉาย ยอมให้สำนักงานก.ล.ต.กล่าวโทษ และส่งฟ้องต่อดีเอสไอ ซึ่งแต่ละคดีก็สิ้นสุดที่อัยการสั่งไม่ฟ้องดำเนินการ โดยกรณีการปั่นหุ้นบริษัทไมด้า ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (ML)และบริษัทแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MAX) โดยผลสรุปของคดีคือ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีรวมถึงคดีร่วมสร้างราคาหุ้น 12 หลักทรัพย์ ผลสรุปของคดีคือ พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง

ในระหว่างที่มีการดำเนินคดีต่างๆ ฉายยังคงเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เป็นระยะๆ โดยผ่านการลงทุนโดยตรงและนอมินี อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าเข้าลงทุนหุ้นตัวไหนหุ้นตัวนั้น จะมีการซื้อขายแบบหวือหวา จนเป็นที่สนใจของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานก.ล.ต. ที่จะต้องเกาะติด และสั่งให้บริษัทจดทะเบียนชี้แจงการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญเสมอ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ย้อนรอย ฉาย บุนนาค คดีปั่นหุ้น

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view