http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,121,199
เปิดเพจ23,735,589

ราคาน้ำมัน (1)

ราคาน้ำมัน (1)

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




ในช่วงเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงกว่า 35%

เพราะผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามีการผลิตน้ำมันเกินความต้องการประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวอย่างกระท่อนกระแท่นของยุโรป ซึ่งไม่น่าจะกระเตื้องขึ้นมากนักในปีหน้าคือเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวเพียง 1.2% และอีก 1.3% ในปี 2016 ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจจีนแม้จะยังขยายตัวที่ระดับสูงคือประมาณ 7.3% ในปีนี้ แต่ก็ลดลงจาก 10% ต่อปีในทศวรรษก่อนหน้าและน่าจะชะลอลงต่อไปอีกเหลือ 7% ต่อปีหรือต่ำกว่านั้นในปีหน้าและปีต่อๆ ไป

แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกลดลงอย่างฮวบฮาบคือการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากจากสหรัฐอเมริกา กล่าวคือการนำเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าการขุดเจาะทแยงและใช้ของเหลวผลักดันก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบซึ่งอยู่ที่ลึกหรือ hydraulic fracturing นั้นทำให้ผลผลิต shale gas และ shale oil ของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเกินความคาดหมายไปอย่างมาก กล่าวคือ shale oil เพิ่มจาก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2007 มาเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2014 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปเกือบถึง 7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2018 โดยรวมแล้วน้ำมันที่สหรัฐผลิตได้ทั้งหมดในขณะนี้จึงมากกว่า 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เชื่อกันว่าสหรัฐจะกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลกใน 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐจะกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกเพราะสหรัฐก็ยังต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ แต่การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากโอเปกโดยเฉพาะจากประเทศซาอุดีอาระเบียและเวเนซุเอลากำลังลดลงอย่างรวดเร็วโดยประมาณการว่าสหรัฐจะนำเข้าน้ำมันจากโอเปกเพียง 2 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น

กล่าวโดยสรุปคือ อุปสงค์ก็ขยายตัวน้อย ในขณะที่อุปทานจาก shale oil ขยายตัวสูงขึ้นเกิน คาดในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันก็ยังอยู่ที่ระดับสูงคือประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาโดยตลอด เพราะความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติทางการเมืองและความมั่นคงในตะวันออกกลาง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ลิเบียตามด้วยการสู้รบกันที่ซีเรียซึ่งลามมาที่อิรัก ตลอดจนการเผชิญหน้ากันระหว่างรัสเซียกับประเทศสหรัฐและยุโรปทำให้เกิดการตอบโต้กันทางการค้า ซึ่งกระทบถึงภาคพลังงานด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าในที่สุดความอ่อนแอของอุปสงค์โลกโดยรวม ตลอดจนการประเมินว่าตราบใดที่ราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การผลิต shale oil ก็จะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อไป ทำให้กลไกตลาดกดดันราคาน้ำมันให้ไหลลงอย่างต่อเนื่องจาก 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิ.ย. มาเป็น 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในขณะนี้

บางคนอาจตั้งคำถามว่า หากเห็นแนวโน้มความอ่อนแอของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมานาน 2-3 ปีแล้วและการผลิต shale oil ก็เพิ่มขึ้นมาหลายปีแล้วเช่นกัน ทำไมราคาน้ำมันจึงได้ยืนอยู่ที่ 100 ดอลลาร์มานานหลายปีและเพิ่งจะมาทรุดตัวลงใน 6 เดือนที่ผ่านมา ตรงนี้คำตอบอาจเป็นเพราะมีการคาดการณ์กันว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปกจะเป็นผู้ปรับลดการผลิตของกลุ่ม ทำให้อุปสงค์และอุปทานกลับมามีความสมดุลอีกครั้งหนึ่งเพราะในอดีตโอเปกโดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบียจะรับภาระเป็นผู้รักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงตั้งความหวังเอาไว้ว่าประเทศกลุ่มโอเปกจะประกาศหลังการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ว่าจะร่วมกันลดการผลิตจริงลงจาก 30.6 ล้านบาร์เรลต่อวันมาเป็น 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับการผลิตที่ได้เคยประกาศออกมานานแล้ว แต่ก็ผลิตเกินกว่าโควตาเสมอมา ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่าการลดการผลิตลงประมาณ 6 แสนบาร์เรลต่อวันจะช่วยให้ราคาน้ำมัน WTI คงอยู่ได้ที่ระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (Brent จะแพงกว่า WTI ประมาณ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)

แต่ผลปรากฏว่าประเทศที่เป็นแกนนำหลักของโอเปกคือซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าโอเปกจะไม่ปรับลดการผลิตแต่อย่างใด เพราะซาอุดีอาระเบียทราบดีว่าภาระหลักของการปรับลดการผลิตของโอเปกก็จะต้องกลับมาตกอยู่กับซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียว ทั้งนี้เพราะประเทศโอเปกอื่นๆ เช่นเวเนซุเอลาก็กำลังมีปัญหาขาดเงินงบประมาณอย่างมากเพราะมีรายจ่ายสูงและหากจะให้งบประมาณสมดุล ราคาน้ำมันก็จะต้องเท่ากับ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อิหร่านเองก็ต้องการผลิตมากขึ้นเพราะเพิ่งได้รับการผ่อนคลายการคว่ำบาตรจากการเจรจาจำกัดการผลิตอุปกรณ์เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ในขณะที่ลิเบียและอิรักก็ต้องการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐมาฟื้นฟูประเทศเช่นกัน นอกจากนั้นประเทศนอกโอเปกเช่นรัสเซียก็กำลังต้องการรายได้จากการส่งออกน้ำมันเพื่อช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินรูเบิลและกอบกู้เศรษฐกิจรัสเซียซึ่งกำลังเข้าสู่สภาวะถดถอย

กล่าวคือ การไม่ยอมลดการผลิตของซาอุดีอาระเบียในวันที่ 27 พ.ย. นั้นผิดคาดของผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนอย่างมาก ทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงทันทีในคืนนั้น 5% ซึ่งถือได้ว่าเสียงส่วนใหญ่คาดการณ์ผิดพลาดอย่างมาก เพราะความผันผวนของราคามากถึง 5% แปลว่าผู้ที่เก็งถูกจะสามารถทำกำไรได้มหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง คำถามคือทำไมเสียงส่วนใหญ่และผู้เชี่ยวชาญจึงคาดการณ์ผิดพลาดทั้งๆ ที่การประเมินท่าทีของประเทศเดียวคือซาอุดีอาระเบียในเรื่องเดียวคือจะลดหรือไม่ลดการผลิต ไม่น่าเป็นเรื่องที่ทำให้ถูกต้องได้ยากมากนัก

ซึ่งเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปเสียงส่วนใหญ่จึงสรุปความได้ว่าซาอุดีอาระเบียไม่มีทางเลือกเพราะหากลดการผลิตของตนเองลงไป ก็เหมือนกับการ “ใส่พาน” ส่วนแบ่งตลาดให้กับ shale oil เพราะผู้เชี่ยวชาญเองก็ประเมินว่าที่ราคาน้ำมันดิบที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น shale oil มีแต่จะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้น ซาอุดีอาระเบียจึงต้องเผชิญหน้ากับ shale oil แล้วตอบตัวเองว่าจะจัดการกับ shale oil อย่างไร ซึ่งเราก็ได้คำตอบแล้วว่าจะต้องทนเจ็บในระยะสั้นคือยอมให้น้ำมันดิบราคาลดลงไปที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งจะส่งผลให้การผลิต shale oil ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้

รายละเอียดเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ขอขยายความในตอนต่อไปครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ราคาน้ำมัน (1)

view

*

view