หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,595
Page Views 23,555,193
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ตรวจเอกสารห้องผอ.กองคลังหาหลักฐานยักยอกเงิน

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

กองปราบตรวจเอกสารห้องทำงานผอ.กองคลัง หาหลักฐานเพิ่มโยงขบวนการยักยอกเงิน พบเพิ่ม 4 รายชื่อต้องสอบเพิ่ม

จากกรณีที่ รศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ส่งทนายความเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษกก.1 บก.ป. เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำการทุจริต โดยเบื้องต้นพบว่า เงินได้สูญหายไปจากบัญชีธนาคารรวม 80 ล้านบาท ก่อนจะมีการตรวจสอบในรายละเอียด กระทั่งพบว่ามียอดเงินสูญหายไปกว่า 1,600 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา และนางสาวอำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนกองคลังตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวพ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผกก.1บก.ป. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยมอบหมายให้พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าทีมสืบสวน และพ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าทีมสอบสวน ร่วมคลี่คลายคดีนื้ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่กก.1บก.ป.ได้นำตัวนายทรงกลด ศรีประสงค์ไปทำการฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ในส่วนของน.ส.อำพร น้อยสมฤทธิ์นั้น เจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารไปยื่นให้ศาล ระบุว่านำตัวนางอำพร ฝากขังแต่ไม่สามารถนำตัวนางอำพร มาด้วยได้ เนื่องจากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการย้ายนางอำพร ไปรักษาที่รพ.ตำรวจต่อไป

พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก.1บก.ป.ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นที่กองการคลังของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ซึ่งตั้งอยู่ที่ตึกอธิการ เพื่อมาตรวจสอบหาเอกสารหลักฐานหาความเชื่อมโยงในคดี โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปที่บริเวณชั้น6 ของตึกอธิการบดี ซึ่งเป็นห้องเก็บเอกสารที่ทางสถาบันได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีมาเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบของกลาง 17 รายการ ประกอบไปด้วยเอกสารทางราชการ สมุดบัญชีส่วนตัว บัญชีกองทุนส่วนตัวLTF กว่า 20 บัญชี และมีเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมซีพียู โดยใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำเอกสารและของกลางต่างๆ ไปเก็บไว้ในตู้เซฟดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ทำการใช้เทปกาวปิดผนึกและเช็นชื่อเพื่อความโปร่งใสและป้องกันการทำลาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ห้องการคลังซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารดังกล่าว และเป็นห้องทำงานของน.ส.อำพร โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนใช้เทปกาวปิดผนึกและเซ็นชื่อกำกับ โดยได้ปิดผนึกเทปกาวที่ประตูห้องของน.ส.อำพร

ภายหลังจากการตรวจค้นพ.ต.อ.กรไชย เปิดเผยว่าในวันนี้ทางสถาบันได้เชิญตำรวจมาทำการตรวจสอบห้องทำงานของน.ส.อำพร ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคารดังกล่าว ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้ทำการตรวจยึดเอกสารดังกล่าวไว้ เนื่องจากเห็นว่ายังไม่เหมาะสมติดขัดเรื่องข้อกฏหมายต้องขอหมายค้นก่อน เพื่อที่จะนำหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบประกอบเป็นหลักฐานทางคดี

จากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารทางราชการจำนวนมาก เอกสารกองทุน สมุดบัญชีหลายรายการ พบว่ามีอีก 3-4 รายชื่อมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่ทางตำรวจให้ความสนใจคือไฟส์เอกสารที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของน.ส.อำพรภายในห้องทำงาน ขณะตรวจสอบมีอธิการบดีและรองอธิการบดีร่วมตรวจสอบพร้อมกัน ขณะนี้ได้ทำการซีนของทั้งหมดไว้ รวมทั้งได้มีการซีนเอกสารทั้งหมดที่เก็บในตู้เซฟไว้ด้วย พร้อมทั้งเซ็นชื่อกำกับ เพื่อความโปร่งใส่ในการตรวจสอบ ขณะที่ทางสถาบันต้องการแสดงความโปร่งใสโดยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแล เพื่อให้การดำเนินการคดีเกิดข้อบกพร่องน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบบัญชี 4-5 บัญชี มีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาประมาณ 3-4 รายชื่อ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้จะเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยาน ในประเด็นที่ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าบัญชีมีความผิดปกติตั้งแต่ปี2555 แต่ทำไมผู้ที่มีรายชื่อ 3-4 รายไม่แจ้ง ถึงสาเหตุความผิดปกติของเงินในบัญชี ว่ามีความผิด ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวมาสอบถามข้อเท็จจริงต่อไป ในชั้นแรกเห็นว่ายังไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากไม่มาเข้าให้การ ก็สงสัยได้ว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อาจออกหมายเรียกหรือหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ยังได้ประสานไปทางธนาคารเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโอนเงิน ซึ่งการโอนเงินของสถาบันต้องมีผู้เซ็นร่วมจึงจะสามารถเบิกถอนหรือโอนเงินได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะขอเอกสารดังกล่าวมาทำการตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่า มีผู้เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่น่าเชื่อว่ามีการทำเป็นลักษณะขบวนการ

นอกจากนี้ ทางรักษาการอธิการบดี ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังว่า มีความผิดปกติตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใส โดยจะตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2555 ขึ้นไป โดยเฉพาะบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีการฝากเงินบัญชีแรกประมาณ 500 ล้านบาท บัญชีที่สองประมาณ 40 ล้านบาท และบัญชีที่สามประมาณ 400 ล้านบาท 3 บัญชีรวมกันกว่า 940 ล้านบาท ในส่วนของการติดตามตัวนายพูลศักดิ์นั้น ขณะนี้ได้มีออกหมายเรียกเพื่อให้มาสอบปากคำ โดยนายพูลศักดิ์ ได้มีชื่อปรากฏว่า เป็นเจ้าของบัญชีปลายทางจำนวนเงิน 80 ล้านบาท และปรากฏชื่อด้านหลังแคชเชียร์เช็คที่นำไปขึ้นเงิน. อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความสัมพันธ์พบว่า นายพูลศักดิ์ น่าจะรู้จักกับนายทรงกลด ซึ่งรู้จักกันอย่างไร หรือเป็นเพียงแค่คนเปิดบัญชีให้ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะนำหมายค้นเพื่อมาทำการเคลื่อนย้ายหลักฐานไปทำการตรวจสอบอีกครั้งต่อไป


ฝากขังอดีตผจก.แบงก์กรุงศรีฯ-ผอ.คลังเทคโนฯลาดกระบัง

ศาลมีนบุรีอนุญาตฝากขังครั้งแรก"อดีตผจก.แบงก์กรุงศรีฯ-ผอ.คลังเทคโนฯลาดกระบังปลอมเอกสาร-ลักเงินกว่าพันล้านบาท

ร.ต.ท.ธิติ เปฏะพันธุ์ พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซีศรีนครินทร์ และ น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ผู้ต้องหาที่ 1-2 ตามหมายจับศาลงวันที่ 22 ธ.ค.57 คดีร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์และใช้เอกสารปลอม เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค.- วันที่ 4 ม.ค.58 เนื่องจากการสอบสวน ยังไม่เสร้จสิ้น ต้องสอบพยานบุคคลอีก 30 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และความเสียหายมีมูลค่ามาก จึงเกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวไป จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น

ตามคำร้องฝากขัง บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.57 น.ส.วรวรรณ สุวรรณกูฏ ผู้รับมอบอำนาจ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายทรงกลด และ น.ส.อำพร ผู้ต้องหาที่ 1-2 และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันลักทรัพย์ของทางสถาบันฯ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 1,075,037,702 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ์และใช้เอกสารปลอม และร่วมกันลักทรัพย์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ในวันที่ 22 ธ.ค.57 โดยส่งตัว นายทรงกลด ผู้ต้องหาที่ 1 ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ซื้อ จัดการทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตน หรือไปเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 , 264 , 265 , 268 , 334 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4,11 ซึ่งนายทรงกลด ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ส่วน น.ส.อำพร ผู้ต้องหาที่ 2 ยังไม่สามารถ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวนได้ เนื่องจาก ผู้ต้องหาที่ 2 มีอาการป่วย และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาแจ้งว่า ผู้ต้องหาที่ 2 มีความจำเป็นต้องรักษาตัวและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จนถึงวันที่ 26 ธ.ค. ดังนั้นในวันนี้พนักงานสอบสวน จึงยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาที่ 2 มาศาลได้ แต่ก็ได้อายัดตัวผู้ต้องหาที่ 2 ไว้แล้ว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2 ฐานเจ้าพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ซื้อ จัดการทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตน หรือไปเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 , 264 , 265 , 268 , 334 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4,11 โดยผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาขณะที่ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้ว ในชั้นนี้ ยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขัง ยังเรือนจำมีนบุรี


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ตรวจเอกสารห้อง ผอ.กองคลัง หาหลักฐาน ยักยอกเงิน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view