หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,038
Page Views 23,552,439
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

หยวน ในสงครามชิงเงินสกุลหลักของโลก

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ ช่วยกันคิด โดย ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร อรกันยา เตชะไพบูลย์

การแย่งชิงความเป็นมหาอำนาจของโลก ไม่เพียงแต่จะมีการต่อสู้แย่งชิงดินแดน เช่น ในกรณีของอิสราเอลกับปาเลสไตน์ หรือการต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร เช่น ในกรณีของรัสเซียและยูเครนเท่านั้น

แต่ในปัจจุบันมีการสู้รบในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่มีการรบราฆ่าฟันกันเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นการแย่งชิงความเป็น มหาอำนาจของโลกในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งคู่ต่อสู้สำคัญที่น่าจับตามองในขณะนี้คือฝั่งซีกโลกตะวันตก นำโดยสหรัฐ และฝั่งซีกโลกตะวันออก นำโดยจีน

ที่ผ่านมา จีนได้รบชนะในหลายสมรภูมิ ทั้งในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจีนก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหภาพยุโรป สหรัฐ และเยอรมนี และเรื่องขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งจีนได้แซงหน้าญี่ปุ่น เยอรมนี และฝรั่งเศส ไปเรียบร้อย ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ตามหลังเพียงสหรัฐ ที่ขนาดเศรษฐกิจยังคงใหญ่กว่าจีนเกือบ 2 เท่าตัว

แต่มีอีกสมรภูมิหนึ่ง ซึ่งสหรัฐยังสามารถยึดฐานที่มั่นได้อย่างมั่นคง แม้จีนจะมีความพยายามรุกเข้าตีอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ การผลักดันให้ เงินหยวน เป็น เงินสกุลหลักของโลก (RMB Internationalization) ซึ่งจีนหมายมั่นปั้นมือที่จะผลักดันให้เงินหยวนก้าวขึ้นแท่นเงินสกุลหลักของโลก ที่ในขณะนี้มีเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโร และเงินปอนด์ เป็นผู้นำ

โดยล่าสุดในปี"57 การชำระเงินด้วยเงินทั้ง 3 สกุลหลักนี้มีสัดส่วนรวมกันคิดเป็นกว่า 4 ใน 5 ของมูลค่าการชำระค่าสินค้าและบริการทั่วโลก โดยเงินดอลลาร์สหรัฐมีสัดส่วนมากถึงเกือบครึ่งของมูลค่าการชำระเงินทั้งหมดในโลก

แม้การใช้ "เงินหยวน" ในการชำระเงินทั้งหมดในโลกยังมีสัดส่วนน้อยเพียง 1.6% เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจและขนาดการค้าระหว่างประเทศของจีน ซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีนมีสัดส่วน 12.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก และมูลค่าการส่งออกของจีนเป็นสัดส่วน 11.1% ของมูลค่าการส่งออกรวมโลก และมูลค่าการนำเข้าเป็นสัดส่วน 9.8% ของมูลค่าการนำเข้ารวมโลก

แต่การใช้ "เงินหยวน" มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว จากที่เมื่อ 2 ปีก่อน การชำระเงินด้วยเงินหยวนถือเป็นอันดับที่ 20 มีสัดส่วนแค่เพียง 0.3% ของมูลค่าการชำระเงินทั้งหมดในโลก ได้ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นอันดับที่ 7 ในปีนี้ มีสัดส่วน 1.6% หรือเป็นการเพิ่มขึ้นถึงกว่า 5 เท่า

การเพิ่มขึ้นของปริมาณการชำระเงินด้วยเงินสกุลหยวนนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวางแผนยุทธการและการผลักดันอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ต่อเนื่องของทางการจีน ซึ่งทางการจีนทราบดีว่าจะต้องยอมเสียสละ เพลี่ยงพล้ำในบางสนามรบ เพื่อแลกกับการมุ่งสู่ชัยชนะในสงครามการผลักดันเงินหยวนขึ้นแท่นเงินสกุลหลักของโลก

สมรภูมิที่ทางการจีนรุกคืบมากที่สุดคือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน ซึ่งทางการจีนได้ยอมผ่อนปรนให้มีการเคลื่อนไหวเป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น โดยจากเดิมที่ได้ "ตรึงค่าเงินหยวน" ต่อดอลลาร์สหรัฐในลักษณะค่อนข้างอ่อน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการส่งออก ได้เปลี่ยนมาเป็น "ระบบลอยตัว" ภายใต้การจัดการ โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนรายวันและอนุญาตให้ค่าเงินหยวนเคลื่อนไหวได้ภายในกรอบที่กำหนด ซึ่งได้ขยายกรอบให้กว้างขึ้นเป็นระยะเพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง ธนาคารชำระดุลหยวน (RMB Clearing Bank) ในหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินหยวนและขยายช่องทางการเข้าถึงเงินหยวน และมีการทำความตกลงทวิภาคี ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่น (Bilateral Currency Swap Agreement) กับธนาคารกลางในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เพื่อสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นระหว่างกัน

สมรภูมิต่อมาที่ทางการจีนบุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปคือการผ่อนปรนการเคลื่อนย้ายเงินทุนให้เสรีมากขึ้น โดยยอมให้มีการลงทุนและระดมทุนในสกุลเงินหยวนได้บ้าง เช่น การเปิดบัญชีฝากเงินหยวนให้แก่ลูกค้ารายย่อยในธนาคารในต่างประเทศ การออกหุ้นกู้สกุลเงินหยวนหรือ Dim Sum Bond นอกประเทศ และการให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาออกหุ้นกู้สกุลเงินหยวนหรือ Panda Bond ในจีน และประกาศให้เซี่ยงไฮ้เป็นเขตบูรณาการการค้าเสรี เพื่อทดลองเปิดเสรีบัญชีทุนและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จีน

อย่างไรก็ตาม การลอยตัวค่าเงินหยวนให้เป็นไปตามกลไกตลาด และการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเต็มรูปแบบ จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ที่ระบบการเงินการธนาคารของจีนยังคงไม่พร้อม เพราะจะก่อให้เกิด "ความเสี่ยง" ที่เป็นอันตรายหลายอย่าง โดยเฉพาะเงินทุนมหาศาลที่จะทะลักไหลเข้าเพื่อเก็งกำไรในจีน ดังเช่นในช่วงต้นปี"56 ส่งผลให้ธนาคารกลางจีนต้องเข้ามาแทรกแซง

ดังนั้น การเปิดเสรีภาคการเงินของทางการจีนจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามลักษณะการดำเนินนโยบายของทางการจีนที่จะต้องทดลองในกรอบจำกัดให้แน่ใจก่อนขยายนโยบายไปสู่วงกว้าง

ด้วยเหตุนี้ การต่อสู้ของจีนจึงยังต้องใช้เวลาและความพยายามอีกระยะ กว่าที่เงินหยวนจะได้รับชัยชนะในการชิงชัยตำแหน่งเงินสกุลหลักของโลกได้ ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าการผลักดันให้หยวนเป็นเงินสกุลหลักของโลกจะได้คุ้มเสียหรือไม่ หรือจะเข้าทำนองชนะสนามรบย่อย แต่แพ้สงคราม (winning a battle but losing a war)


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หยวน สงครามชิง เงินสกุลหลักของโลก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view