http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,005,523
เปิดเพจ23,592,010

กองปราบฯ ออกหมายเรียกอีก 26 ราย เอี่ยวโกงเงิน สจล.

กองปราบฯ ออกหมายเรียกอีก 26 ราย เอี่ยวโกงเงิน สจล.

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

กองปราบ ปรามออกหมายเรียกอีก 26 ราย เอี่ยวโกงเงิน สจล. เผยพนักงาน “มัทธุจัด” ให้การเป็นประโยชน์ โอนเงินตามคำสั่ง “กิตติศักดิ์” เท่านั้น ด้านอาจารย์ สจล.ยันเงิน 5.5 ล้านที่รับการโอนจาก ผจก.แบงก์กรุงศรีเป็นเงินส่วนตัว เคยให้ “ทรงกลด” ไปลงทุน 5 ปีก่อนแล้วทวงคืนเท่านั้น
       
       เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (13 ม.ค.) ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีฉ้อโกงเงินสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) ว่าล่าสุดจากการตรวจสอบและสรุปจำนวนยอดเงินที่หายไป พบว่าหายไปทั้งสิ้น 1,474 ล้านบาท จากบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ 5 บัญชี ส่วนการเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) นายสุกฤษ เขียวนันใจ พนักงานบริษัท มัทธุจัด จำกัด และคนดูแลสถานบันเทิงสตรีทผับของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
       
       จากการสอบปากคำของนายสุกฤษทราบว่าเป็นผู้จัดการสตรีทผับ มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องต่างๆ ของสตรีทผับ ตั้งแต่เรื่องก่อสร้าง พบว่าใช้เงินลงทุนถึง 100 ล้านบาท ก่อสร้างเมื่อเดือน ก.พ. 57 และเปิดบริการในกลางปี ค่าใช้จ่ายต่างๆ นายกิตติศักดิ์จะเป็นคนโอนเงินให้นายสุกฤษเพื่อนำไปจ่ายเกี่ยวกับค่าก่อ สร้าง และยังมีการโอนเงินให้กับบุคคลต่างๆ ตามคำสั่งของนายกิตติศักดิ์
       
       ทั้งนี้ นายสุกฤษไม่ทราบว่าเงินที่นายกิตติศักดิ์สั่งให้โอนไปให้บุคคลต่างๆ เป็นค่าอะไร โดยจากการสอบปากคำยังไม่พบข้อพิรุธในตัวนายสุกฤษ และให้การเป็นประโยชน์ ได้ข้อมูลเยอะ เงินที่เอามาฟอกมาลงทุนในสตรีทผับ 100 ล้านบาท บริษัท มัทธุจัด จำกัด ที่ให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถก็มีรถที่มาเข้าไฟแนนซ์เยอะ มีเงินหมุนเวียนในบริษัทหลายสิบล้านบาท
       
       พ.ต.อ.ณษกล่าวว่า วันนี้ได้ออกหมายเรียกบุคคลที่พบว่าได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีมาสอบปากคำ เพื่อพิสูจน์ทราบถึงที่มาที่ไปของเงินจำนวน 26 ราย โดยนัดให้ทยอยกันมาให้ปากคำระหว่างวันที่ 19-27 ม.ค. โดยทั้ง 26 รายเป็นพนักงานบริษัทต่างๆของนายกิตติศักดิ์ทั้ง 7 บริษัท กลุ่มเครือญาติ รวมแม่นายกิตติศักดิ์ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับโอนเงินจากนายกิตติศักดิ์ 8 ล้านบาท นอกนั้นเป็นน้องสาว แฟนน้องสาว คนที่สนิท และกลุ่มผู้ที่ได้รับการโอนเงินจาก สจล. บุคคลต่างๆ เหล่านี้พบว่าได้รับการโอนเงินตั้งแต่ 1-10 ล้านบาท
       
       ส่วนการเรียกอาจารย์ สจล.คนหนึ่งมาสอบปากคำหลังพบว่าได้รับการโอนเงินจากนายทรงกลด ศรีประสงค์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเงินที่โอนมาจากบัญชีของ สจล.นั้น อาจารย์คนดังกล่าวได้เข้าให้ปากคำเบื้องต้นแล้ว กรณีที่ได้รับโอนเงิน 5.5 ล้านบาทจากนายทรงกลด โดยระบุว่าเป็นเงินส่วนตัวที่เคยให้นายทรงกลดไปลงทุน 5 ล้านบาทเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซึ่งนายทรงกลดมาชักชวนให้ลงทุน แต่ผ่านมา 5 ปีไม่มีความเคลื่อนไหวจึงได้ทวงถาม นายกรงกลดจึงได้โอนเงินมาให้ 5.5 ล้านบาท ตอนนี้พนักงานสอบสวนรอเอกสารหลักฐานยืนยันถึงที่มาที่ไปของเงินว่าเป็นไปตาม ที่ให้การหรือไม่ หากไม่มีมายืนยันตามที่กล่าวอ้างก็ต้องส่งให้ ปปง.ทำการอายัดทั้ง 5.5 ล้านบาท เพราะถือว่าเป็นเงินของ สจล.
       
       พ.ต.อ.ณษกล่าวว่า ส่วนการติดตามจับกุมตัวนายกิตติศักดิ์ ตามกำหนดจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 12 ม.ค. แต่จากการประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่พบว่านายกิตติศักดิ์เดินทางเข้าประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการติดตามจับกุมตัวได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่เตรียมออกหมายเรียกมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย 1. นางระดม มัทธุจัด 2. น.ส.จุฑารัตน์ ปัดภัย 3. นายสุกฤษ เขียวนันใจ 4. นายจักรี ปัดภัย 5. น.ส.โสมจำรัส แจ่มจำรัส 6. น.ส.วันเพ็ญ นิ่มเรือง 7. นายองอาจ อภิญญายรรยง 8. น.ส.เปลียว แก้วด่านจาก 9. นายพรชัย ธาราเจริญชัย 10. น.ส.อรกัญญา ศิวัชกมลกร
       
       11. นายภาวัช ภัคคชวัจน์ 12. น.ส.จิตรานุช ปานประชาติ 13. นายศิริชัย มธุระเวช 14. น.ส.บุญมี นิลจันทร์ 15. น.ส.หทัยทิพย์ เพาะปลูก 16. นายอภิชัย ตั้งคีรีพิมาน 17. นางรุ่งนภา จิตตั้งสกุล 18. นายณรินทร์ เชยวัดเกาะ 19. นายธระพงศ์ ธีรมหานนท์ 20. นายธีระยุทธ สหพรอุดมการณ์
       
       21. น.ส.ณภัค รอดอินทร์ 22. นายเสกสิทธิ์ ทิพย์จินดาชัย 23. น.ส.จุฑามาศ เจริญชัยสกุลสุข 24. น.ส.วารินีย์ ปรีกินดา 25. น.ส.กรรณีการ์ สีทาสร้อย และ 26. นายวรชาติ เบียซิน


ตำรวจรู้ตัว “บอส” แก๊งลักเงิน สจล.แล้ว

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม

       ASTVผู้จัดการออนไลน์ - หัวหน้าทีมสืบสวนคดีลักเงิน สจล. เผยรู้ตัว “บอส” จอมบงการแก๊งลักเงินแล้ว ระบุเป็นผู้มีอำนาจบารมีคอยควบคุมสั่งการ “กิตติศักดิ์ - อดีตผู้จัดการแบงก์” แต่ยังขาดหลักฐานเชื่อมโยงถึง พฤติการณ์ระดับไม่ทิ้งร่อยรอย รับเงินไม่ผ่านบัญชีแบงก์
       

       
       พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวนกล่าวถึงความคืบหน้าคดีลักเงินสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง( สจล.) 1,474 ล้านบาท ว่า ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่อีก 3 ราย คือ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด นายสมพงษ์ สหพรอุดมการณ์ และ นายธวัชชัย ยิ้มเจริญ ซึ่ง นายกิตติศักดิ์ นั้น ยังหลบอยู่หนีอยู่ในต่างประเทศ ขณะที่ นายสมพงษ์ และ นายธวัชชัย นั้น ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี, จ.สมุทรสาคร รวมถึงแนวชายแดนที่เชื่อว่าทั้ง 2 อาจจะหลบหนี ซึ่งอยากฝากบอกผู้ต้องหาที่เหลือทั้งหมดว่าให้เข้ามอบตัวดีกว่า
       
       พ.ต.อ.กรไชย กล่าวต่อว่า ส่วนในประเด็นของคนใน สจล. นั้น เจ้าหน้าที่ยังคงทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อได้ว่า น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ ผอ.ส่วนการคลัง สจล. ไม่มีทางนำเงินกว่า 1,400 ล้านบาท ออกจากบัญชีได้เพียงคนเดียว โดยก่อนหน้านี้พบว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา มีอาจารย์คนหนึ่งใน สจล. ได้รับการโอนเงินจากนายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ 2 เป็นจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งจากการสอบปากคำอาจารย์ดังกล่าว ยืนยันว่า เป็นเพียงการฝากให้นายทรงกลดซื้อหุ้นเท่านั้น ขณะนี้จึงยังต้องรอเอกสารการโอนเงินดังกล่าวของอาจารย์มายืนยันความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ยังคงสืบสวนเพื่อหาบุคคลภายใน สจล. ว่า ใครมีความเชื่อมโยงกับคดีอีกบ้าง
       
       พ.ต.อ.กรไชย กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ทราบว่า มีบุคคล 1 - 2 ราย ที่มีความเชื่อมโยงในคดีดังกล่าว โดยบุคคลดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นผู้มีอำนาจในการสั่งการ และควบคุมการกระทำดังกล่าว ทั้งยังมีอำนาจ บารมีมากพอที่จะสามารถ ปกป้อง ดูแล ผู้กระทำการทั้งหมดได้ โดยเชื่อว่าอาจเป็นบุคคลในสถาบันฯ หรือ อาจจะเป็นบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่าการบริหารงานภายในสถาบันฯ ก็ได้ โดยยังคงอยู่ระหว่างสืบสวน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของนายภาดา บัวขาว หรือ โอ๊ต ผู้ต้องหารายล่าสุดที่ให้ข้อมูลว่า เคยได้ยินนายกิตติศักดิ์ พูดถึง “บอส”
       
       “ทั้งนี้ นายภาดา ยืนยันว่า ในวันสำคัญต่างๆ นายกิตติศักดิ์ จะต้องนำของขวัญที่มีค่าไปให้กับ “บอส” เสมอ แต่นายภาดา ปฏิเสธว่าไม่ทราบว่า “บอส” คือใคร เนื่องจากได้ยินเพียงคำเรียกเท่านั้น ขณะที่จากการสืบสวนทราบว่านายทรงกลด รู้ว่า “บอส” คือใคร แต่นายทรงกลดยังคงปฏิเสธไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ส่วนเรื่องการที่ นายภาดา อ้างว่าถูกตั้งค่าหัว 30 ล้านนั้น เจ้าหน้าที่สืบทราบแล้วว่าผู้ที่โทรศัพท์ไปข่มขู่คือ นายทรงกลด นั่นเอง” พ.ต.อ.กรไชย กล่าว
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พอจะระบุตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น “บอส” คนดังกล่าวได้แล้ว แต่ยังไม่มีพยานและหลักฐานเพียงพอที่จะสาวไปถึงตัวได้ เนื่องจากการรับโอนเงินต่างๆ นั้น ไม่ได้ผ่านบัญชีธนาคารเหมือนบุคคลอื่นๆ แต่ใช้วิธีที่เรียกว่า “รับเงินใต้โต๊ะ” และ “หิ้ว” เงิน ไปให้ จึงทิ้งหลักฐานไว้น้อยมาก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนเพื่อตามหาบุคคลดังกล่าวมาให้ข้อมูลต่อไป
       
       ยึดเบนซ์ภาดาฝากขาย
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.1.บก.ป. พร้อมกำลังได้เข้าตรวจค้นบ้านของ นายฐิติ วรเพียรกุล อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียักยอกทรัพย์ ของ สน.มีนบุรี เมื่อปี 2552 ที่บ้านเลขที่ 89/21 ซอย 2 หมู่บ้านคาซ่า วิว ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว ทั้งนี้ หลังจากที่ นายภาดา บัวขาว ได้ให้การสารภาพว่า ได้นำรถเบนซ์ เอส 400 และรถโตโยต้าอัลพาส ไปฝากขายไว้กับ นายฐิติ วรเพียรกุล ผู้ต้องหารายนี้เพื่อขายต่อ


ศิษย์เก่าลาดกระบังจี้สร้างหลักธรรมาภิบาลในสถาบันฯ

ศิษย์เก่าลาดกระบัง จี้สภาสถาบันฯ สร้างหลักธรรมาภิบาล ป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นในสถาบันการศึกษา

คาดสัปดาห์หน้าเตรียมประชุมศิษย์เก่าสจล.ระดมความคิดเห็นช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สถาบัน ขณะที่ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. ยันปรับระบบการตรวจสอบ อุดช่องโหว่ ร่วมกอบกู้ชื่อเสียงของสจล.ให้กลับมาโดยเร็ว

ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล.กล่าวภายหลังการหารือและชี้แจงความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ที่สถาบันฯถูกโกงเงินไปกว่า 1,600 ล้าน โดยมีศิษย์เก่าเข้าร่วมรับฟังประมาณ 50 คน ว่าครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่ทางสถาบันฯได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นทางการแก่ศิษย์เก่ารวมถึงได้เปิดโอกาสให้ทางศิษย์เก่าได้ซักถามและรับฟังข้อเสนอแนะ โดยศิษย์เก่าได้ขอให้ทางสถาบันเร่งดำเนินการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้น ซึ่งทางศิษย์เก่าเองก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมดีๆ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของสถาบัน อีกทั้งได้ขอให้สถาบันแก้ไข บริหารจัดการระบบต่างๆ ที่มีความบกพร่อง ซึ่งทางสถาบันฯก็ได้รับปากว่าจะดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นอีก

ทั้งนี้ ในเรื่องการตรวจสอบ ขณะนี้ทางสถาบันฯ ตรวจสอบเฉพาะในส่วนของบัญชีการเงินต่างๆ และได้มีการประสาน เตรียมข้อมูล เอกสารต่างๆ ให้แก่เจ้าพนักงานสอบสวน ดังนั้น กรณีดังกล่าวจะมีอาจารย์ บุคลากรของสถาบันฯ เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น คงต้องรอข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันฯ ได้มีการวางมาตรการแก้ไขปัญหา และจะมีการปรับปรุง ระบบปฎิบัติการต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่จนเกิดปัญหาอย่างกรณีดังกล่าว

นายวัชระ ฉัตรวิริยะ เลขานุการสมาคมศิษย์เก่าสจล. กล่าวว่าศิษย์เก่าที่มารับฟังคำชี้แจงครั้งนี้ เพราะอยากทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลตามกระแสมากมาย ซึ่งศิษย์เก่าบางคนยังสับสนว่าสถาบันทุจริตหรือฉ้อโกง ซึ่งในขณะนี้สถาบันเราโดนโกงไม่ใช่เรื่องการทุจริต และอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสมาคมศิษย์เก่า สจล.ได้มีการติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะต่อให้ศิษย์เก่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของสถาบัน แต่เราก็ทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมของสถาบันฯ หากมีการใช้งาน ใช้เงินอย่างไม่ถูกต้อง มีการโกงเงิน ทางสมาคมศิษย์เก่าสจล.จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน กรณีที่เกิดขึ้น อยากให้ศิษย์เก่าทุกคนพิจารณา และดูเรื่องนี้ตามข้อเท็จจริงไม่ใช่ดูตามกระแส รวมถึงอยากให้สถาบันฯ บริหารงานอย่างความโปร่งใส การบริหารงานเกี่ยวกับเงินทุนต่างๆ ทุกคนสามารถเข้าถึงตรวจสอบได้ และการบริหารการเงินต้องทำโดยคนมืออาชีพ

“การมารับฟังข้อเท็จจริงของศิษย์เก่า เพื่อแสดงให้เห็นท่าทีว่าเรารักสถาบัน และเราจะเรียกร้องให้ศิษย์เก่ามาร่วมมือกันก็สร้างชื่อเสียง พัฒนาสถาบัน ซึ่งเรื่องนี้ชัดเจนว่าระบบการตรวจสอบทางการเงินของสถาบันมีความบกพร่อง ซึ่งเราไม่ได้เคลือบแคลงใจผู้บริหารชุดรักษาการ เพราะผู้บริหารชุดนี้ออกมาแจ้งข่าว จับโจรหรือชี้ช่องว่ามีโจรเข้ามา ส่วนชุดบริหารอื่นๆ คงต้องไปตามสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง และเรื่องนี้คงไม่ได้ทำเพียงคนสองคน อาจจะมีโคร่งข่ายในสถาบันฯ แต่คงต้องรอตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ศิษย์เก่าค่อนข้างพอใจมาตรการในการแก้ไขปัญหาของผู้บริหาร แต่ก็ยังกังวลใจ ว่าจะมีอาจารย์ พนักงานของสถาบันฯเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกจึงอยากให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็ว ซึ่งสมาคมศิษย์เก่าจะตามติดและไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอน”นายวัชระ กล่าวและว่า ในสัปดาห์หน้า ทางสมาคมศิษย์เก่า สจล.จะมีการประชุมระดมความคิดเห็นของศิษย์เก่าว่าจะมีการดำเนินการอะไรช่วยเหลือสถาบัน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สถาบันได้บ้าง

นายปุณลาภ ปุณโณทก ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า ทุกคนที่เป็นศิษย์เก่ารู้สึกอึดอัด และจุกที่ต้องเห็นคนในสถาบันการศึกษาที่เราเรียนมาไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องทางจริยธรรม ซึ่งสิ่งที่เสียหายไม่ใช่แค่เม็ดเงินเป็นพันล้าน แต่ยังทำให้สถาบันฯเสียชื่อเสียง และเกิดผลกระทบอีกมากมาย อีกทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความเละเทะของการคอรัปชั่น และการโกงบ้านโกงเมือง ดังนั้นสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหาร สจล.ต้องออกนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นขึ้นอีก และควรออกแบบโครงสร้างระบบการตรวจสอบการบริหารงานใหม่ นอกจากนี้ต้องเน้นย้ำเรื่องธรรมาภิบาลในสถานศึกษาให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นในบุคคล ทั้งนี้ตนอยากให้มีการยกเครื่องเรื่องจริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศด้วย เพื่ออย่างน้อยประเทศไทยก็จะมีสถาบันการศึกษาที่ก้าวพ้นเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น

“อยากให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกันออกมาแสดงท่าที เพื่อให้ สจล.เกิดมิติใหม่ในการบริหารงานที่ไม่ทำให้เกิดอะไรที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ขึ้นอีก เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่มีเหตุการณ์วิทยาลัยนวัตกรรมรับนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่ไม่เหมาะสม ตามมาด้วยอดีตอธิการบดี สจล. มีปัญหาทำให้ต้องออกจากตำแหน่ง จนมาถึงคดีโดนยักยอกเงินคงคลัง ทำให้ศิษย์เก่ารู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันการศึกษาที่เรารัก และยิ่งทำให้เคลือบแคลงสงสัยว่า ปัจจุบันยังจะมีสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่ และมันจะหมดไปได้อย่างไร” นายปุณลาภ กล่าวและว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหาร สจล. ต้องแสดงออกไม่ว่าทางใดทางหนึ่งให้มากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังสงสัยอยู่ว่ามีทีมผู้บริหารอยู่ในขบวนการนี้มากน้อยแค่ไหน ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.

Tags : กองปราบฯ ออกหมายเรียก 26 ราย เอี่ยว โกงเงิน สจล.

view

*

view