หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,060
Page Views 23,552,461
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

อันเนื่องมาจากเรื่องความรวยความจน

อันเนื่องมาจากเรื่องความรวยความจน

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์ในโลกตะวันตกสองเรื่องที่สื่อพูดถึงกันมากนอกเหนือจากเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้าย

ในกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อน เรื่องแรกเกี่ยวกับปาฐกถาในรัฐสภาของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อวันอังคาร เรื่องที่สองเป็นการชุมนุมกันของชนชั้นผู้นำทั่วโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเปิดงานเมื่อวันพุธ เหตุการณ์ทั้งสองนี้เกิดขึ้นทุกปีจนเป็นประเพณีมานานแล้ว แต่ปีนี้มีประเด็นเชื่อมโยงกันและเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงได้รับการย้ำเน้นเป็นพิเศษ ประเด็นที่เชื่อมโยงและถกเถียงกันอย่างเข้มข้นได้แก่ความร่ำรวยกับความยากจนของคนทั่วโลก

เพื่อหวังจะให้ชนชั้นผู้นำของโลกใส่ใจกับปัญหาอันสืบเนื่องมาจากเรื่องความรวยความจน องค์กรเอกชนออกซ์แฟมได้นำข้อมูลชุดหนึ่งมาตีแผ่ก่อนการชุมนุมไม่กี่วัน ข้อมูลนั้นมาจากธนาคารแห่งหนึ่งซึ่งสรุปได้ว่า ณ วันนี้ ชาวโลก 1% ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดครอบครองทรัพย์สินสูงถึง 48% ของทั้งหมด ส่วนชาวโลกอีก 99% ครอบครอง 52% ที่เหลือ ออกซ์แฟมสรุปว่าภายในปีหน้า ชาวโลก 1% ดังกล่าวจะครอบครองทรัพย์สินเกินครึ่งและมองว่า ความเหลื่อมล้ำสูงเช่นนั้นคือต้นตอของปัญหาสารพัดที่ชนชั้นผู้นำของโลกควรให้ความใส่ใจและระดมสมองกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากปล่อยไว้ โลกอยู่ไม่ได้แน่

ในปาฐกถา ประธานาธิบดีโอบามาเสนอว่าจะต้องเก็บภาษีจากผู้มั่งมีมากขึ้นพร้อมกับลดภาษีให้ชาวอเมริกันที่มีรายได้จากระดับกลางลงมา ก่อนถึงวันที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวปาฐกถา มีข้อมูลที่แทบจะไม่มีใครคาดคิดเป็นข่าวพาดหัวออกมาว่า กว่าครึ่งของนักเรียนอเมริกันจากระดับชั้นปฐมวัยไปจนถึงชั้นมัธยมในโรงเรียนรัฐบาลมาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำจนต้องขอการสนับสนุนค่าอาหารกลางวันจากรัฐบาลกลาง นักเรียนบางส่วนยากจนมาก รัฐบาลต้องจ่ายค่าอาหารให้ทั้งหมด ที่เหลือ รัฐบาลจ่ายให้บางส่วน ข้อมูลนั้นเน้นความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย

เรื่องความรวยความจนและความเหลื่อมล้ำ คอลัมน์นี้เสนอหลายครั้งแล้วว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีมาตลอดประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีใหม่เป็นปัจจัยทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้เป็นเจ้าของ หรือเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่มักสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากเนื่องจากเราเห็นบุคคล เช่น บิล เกตส์ และ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สร้างความร่ำรวยมหาศาลได้ในระยะเวลาอันสั้น ในบริบทนี้ รัฐมีหน้าที่สำคัญที่จะต้องดูแลมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำจนทำให้สังคมแตกแยกร้ายแรงถึงขนาดขาดเสถียรภาพ โดยเฉพาะรัฐจะต้องป้องกันการผูกขาดรวมทั้งทางด้านเทคโนโลยีจนส่งผลให้คนกลุ่มเล็กๆ กอบโกยเกือบทุกอย่างไปและก่อให้เกิดความยากจนเพิ่มขึ้น รัฐจะทำหน้าที่ได้อย่างดีเมื่อผู้กุมอำนาจรัฐมีทั้งความเข้าใจในหลักวิชาการ มีความกล้าหาญทางด้านการเมืองและนโยบายพร้อมกับไม่ฉ้อฉล หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ในปัจจุบันนี้ เกือบทั่วโลกมีปัญหาเรื่องหน้าที่ของรัฐรวมทั้งในอเมริกาซึ่งเป็นผู้นำทางด้านการใช้แนวคิดระบบเศรษฐกิจตลาดเสรีในกรอบของการบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย

อนึ่ง นอกจากข้อมูลชุดดังกล่าว ออกซ์แฟมมีข้อมูลที่ชี้ว่าโลกมีมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินพันล้านดอลลาร์ขึ้นไปอยู่ 1,645 คนซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเมื่อครั้งยังไม่เกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2551 ในจำนวนนี้ ภาคการเงินมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุดถึง 326 คนตามด้วยภาคอสังหาริมทรัพย์ 160 คน ปรากฏการณ์นี้มีผลมาจากนักการเงินเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินกันจนร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ จีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคการเงินในอเมริกาจึงเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็นราว 8% สถาบันการเงินขนาดใหญ่มีบทบาทสูงมากจนรัฐปล่อยให้ล้มละลายไม่ได้แม้จะดำเนินนโยบายผิดพลาดจนขาดทุนย่อยยับก็ตาม ทั้งนี้เพราะการล้มลายจะก่อให้เกิดผลร้ายไปทั่วทุกหัวระแหง สถาบันเหล่านั้นจึงมีลักษณะคล้ายโจรที่จับสังคมเป็นตัวประกัน ยิ่งกว่านั้น พวกเขาและมหาเศรษฐีอื่นๆ ยังมักมีอิทธิพลทางด้านการเมืองสูงจนทำให้ระบอบประชาธิปไตยในอเมริกาแทบจะเป็นง่อยอีกด้วย ประเด็นนี้ บทความประจำวันที่ 5 กันยายน 2557 ได้นำเสนอไว้แล้ว

อาจจำกันได้ว่า คอลัมน์นี้ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 พูดถึงการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นเรื่องความเหลื่อมล้ำ การถกเถียงกันครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังการพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง Capital in the Twenty-First Century ของนักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Thomas Piketty เขาเสนอให้แก้ปัญหาผ่านการร่วมมือกันของรัฐบาลทั่วโลกเพื่อเก็บภาษีแบบก้าวหน้าทั้งจากรายได้และจากทรัพย์สิน การถกเถียงกันครั้งนั้นไม่ได้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายในประเทศใดรวมทั้งในอเมริกา

การถกเถียงกันครั้งล่าสุดจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ยากที่จะคาดเดา แต่ถ้าจะให้ฟันธง คงฟันว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในอเมริกาเอง ทั้งนี้เพราะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งล่าสุดส่งผลให้พรรครีพับลิกันกุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พรรคนี้มีจุดยืนมานานเรื่องการสนับสนุนกลุ่มเศรษฐีซึ่งส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงภาษีทุกอย่าง ประธานาธิบดีโอบามาคงไม่มีทางชักนำให้รัฐสภาผ่านกฎหมายเพื่อเก็บภาษีพวกเศรษฐีเพิ่มขึ้นได้ เมื่ออเมริกาไม่ทำ โอกาสที่ชาวโลกจะร่วมมือกันเก็บภาษีแบบก้าวหน้าตามข้อเสนอของ Thomas Piketty คงไม่เกิด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลของบางประเทศจะทำตามลำพังไม่ได้หากผู้นำมีความเข้าใจในหลักวิชาการ มีความกล้าหาญทางการเมืองและมีจริยธรรม เมืองไทยจะทำให้ชาวโลกดูเป็นตัวอย่างสักครั้งไหมหนอ?


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : อันเนื่องมาจาก ความรวยความจน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view