หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,995,067
Page Views 23,555,704
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

กลยุทธ์อีคอมเมิร์ซสำหรับSMEไทย (1)

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์



อ่านข่าวบริษัท E-commerce สัญชาติจีน ที่กำลังเตรียมชักธงรบ เรียงรายเข้าเมืองไทยในปีนี้แล้ว

แอบอดเป็นห่วง SME ไทยไม่ได้ว่า จะสู้เข้าได้หรือไม่

ที่จริงไม่ใช่แค่พี่มังกรใหญ่เท่านั้น ของค่ายพี่ฝรั่งหัวทองเองก็ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เล่น ขี่จรวดเข้าเมืองไทยเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถมายืนหัวหาดอีคอมเมิร์ซของประเทศได้ ยังไม่นับของทางค่ายญี่ปุ่น ที่เข้ามาปักหลักลงทุน ซื้อบริษัทอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ของไทยมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังทำตัวเป็นเสือซุ่มไม่ออกโจมตีหนักๆ ให้เห็นสักที แถมยังมีบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่บิ๊กเบิ้มในไทย ทั้งเครือซีพี, เซ็นทรัล ที่ส่งสัญญาณเตรียมตัวรุกอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่

ศึกช้างชนช้าง ไดโนเสาร์ชนไดโนเสาร์ ครั้งนี้น่าจับตาดูยิ่งนักว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง

แต่ยิ่งแข่งกันเดือดเท่าไหร่ในฐานะผู้บริโภค พวกเราคงยิ้มกันทั่วหน้า เพราะจะมีตัวเลือกในการจับจ่ายมากขึ้น โดยอาจซื้อสินค้าได้ในราคาถูกลง ขณะที่บริการที่ได้รับก็น่าจะดีขึ้น

หากมองมุมกลับในฐานะเจ้าของธุรกิจ SME เราจะมีกลยุทธ์ในการอยู่รอดในสังเวียนเลือดนี้ได้อย่างไร "โซวบักท้ง" มีข้อแนะนำดังนี้

1.พลิกวิกฤติเป็นโอกาสเปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตร

กลยุทธ์นี้อาจเหมาะกับ ธุรกิจ SME ที่ไม่ได้มีสินค้าหรือบริการชนกับคู่แข่งตรงๆ เราอาจจะมีสินค้าที่มีแบรนด์ของตัวเองไม่ซ้ำใครไม่ใช่แนวพ่อค้าคนกลางที่ซื้อมาขายไป

โดยส่วนใหญ่รูปแบบอีคอมเมิร์ซของต่างชาติที่รุกเข้ามามีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาในรูปแบบของ Market Place คืออนุญาตให้เจ้าของธุรกิจอย่างเราๆ เข้าไปเปิด Store หรือเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ในการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซของเค้าได้ โดยอาจเสียค่าต๋งหรือค่าธรรมเนียมเล็กน้อย บางเจ้าก็ใจดีไม่เก็บค่าธรรมเนียม แต่ขอเป็นส่วนแบ่งจากยอดขายที่เกิดขึ้น รายละเอียดก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของ Market Place แต่ละราย

แนะนำว่าไม่ต้องเลือกที่รัก มักที่ชัง เราสามารถเข้าร่วม Market Place หลายๆที่ได้ ตราบใดที่สามารถทำกำไรในการขายสินค้า ในแต่ละ Market Place ได้ยิ่งเปิดช่องทางมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสขายของได้มากขึ้น

2.ทำตัวเป็นกูรูในสินค้าหรือบริการของตัวเอง

ยุคนี้สมัยนี้เวลาเราจะซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ เชื่อว่าหลายคนน่าจะทำสำรวจวิจัยหาข้อมูลของสินค้าหรือบริการกันอย่างละเอียด ก่อนที่จะตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่าง ดังนั้นอันนี้ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ที่จะเข้ามาทำตัวเป็นกูรูให้ข้อมูล สินค้าหรือบริการของตัวเองเสียเลย อาจทำการรีวิว เปรียบเทียบสินค้าแต่ละอย่าง ที่จำหน่ายด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง หรืออาจออกตระเวนตาม Community ชื่อดังต่างๆ ตอบคำถามหรือแนะนำเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราจำหน่าย อย่างตรงไปตรงมา (แต่อย่าเนียนขายของจนน่าเกลียดนะครับ)

เชื่อว่าบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่จะขายตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ ดังนั้นหากจะมานั่งทำคอนเทนท์หรือให้คำปรึกษาอย่างละเอียดในสินค้าแต่ละตัวคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น SME ควรจะฉวยโอกาสในการทำการตลาดแบบที่เรียกกันว่า "Content Marketing"

ตัวอย่างการทำ Content Marketing ของ SME ที่เรียกได้ว่าสุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆ ที่อยากแนะนำให้ทุกคนเข้าไปดู คือ เว็บนี้ครับ "มั่นคง Gadget" www.munkonggadget.com เป็นเว็บ SME ที่ขาย Gadget จำพวก หูฟัง, ลำโพง ,เครื่องเสียงพกพา , ฯลฯ มีลีลาการเขียน หรือการทำคอนเทนท์ที่น่าสนใจมากๆ ถึงจะไม่มีตัวเลขยืนยัน แต่เชื่อว่าเว็บนี้น่าจะเป็นเว็บที่ขาย Gadget ประเภทหูฟัง อันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่างแน่นอน ขายพูฟังอย่างเดียว แต่มีคนเข้าเว็บวันหนึ่งเป็นหมื่นๆคน

3.บริการสุดใจ

สิ่งหนึ่งที่สร้างความประหวั่นพรั่นพรึง ให้กับบรรดา SME ในไทย ในการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซจีน คงหนีไม่พ้นเรื่อง "สงครามราคา"

เราต้องยอมรับว่าหากสินค้าของเราไม่ได้มีความแตกต่างจากของพี่จีนเลย (เดิมที เคย pre-order มาขายแบบชิวๆ รับตังค์สบายๆ) หากลูกค้าไปเจอสินค้าที่เหมือนกันเป๊ะ แต่ราคาถูกกว่าแน่นอนว่าคงต้องมีการโลเล แอบปันใจไปให้คู่แข่งอย่างแน่นอน ดังนั้นจากนี้ไปคงจะตั้งหน้าตั้งตาขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ ไม่งั้นจะเข้าทางพี่จีนอย่างมาก

จีนอาจผลิตสินค้าทุกอย่างในโลกในราคาที่ถูกมากๆได้ แต่รับประกันได้ว่าจีนไม่สามารถผลิต "ความเอาใจใส่" ในจำนวนมากๆได้

เชื่อว่าเรื่องบริการคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สไตล์เถ้าแก่ไทยนี่แหละ ชนะใจคนมานักต่อนัก ตอบอีเมล์ หรือ Line ด้วยความรวดเร็ว , แนะนำสินค้าอย่างตรงไปตรงมา, แพ็คสินค้าอย่างเรียบร้อยปลอดภัย , จัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว , โทรศัพท์ติดตามหลังจัดส่ง ฯลฯ

ยังมีคนจำนวนมากที่ยอมจ่ายแพงกว่าหากเรามีบริการที่ดีกว่าจริงๆ

คิดว่าเรื่องของกลยุทธ์อีคอมเมิร์ซสำหรับ SME คงไม่จบเพียงแค่นี้ ไว้มาอ่านต่อในตอนต่อไป


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : กลยุทธ์อีคอมเมิร์ซ SMEไทย

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view