http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,007,063
เปิดเพจ23,601,197

ปรับการลงทุน...รับดอกเบี้ยลด

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ สถานีลงทุน โดย อภิรติ ชัยรัตน์ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด


คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2558 จากเดิม 2% ลดเหลือ 1.75% เพื่อกระตุ้นให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนดีขึ้น รวมถึงจะมีผลช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ อีกทั้งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่อนคลายหายใจได้โล่งขึ้น แต่เชื่อว่าธนาคารยังคงเข้มงวดตามกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ
คำถามที่หลายคนถามกันคือ แล้วประชาชนอย่างเราควรเอาเงินไปลงทุนในอะไรดี ให้เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้

เรามาดูตราสาร/หลักทรัพย์ที่จะรับผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ โดยหลักทรัพย์ตราสารแรกที่คนส่วนใหญ่ลงทุนคือเงินฝาก ตราสารหนี้ และกองทุนรวมตราสารหนี้ หลัง กนง.ลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ตราสารหนี้จะไม่ใช่ดาวเด่นเหมือนปีที่แล้ว ธนาคารหลายแห่งมีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเป็นต้นทุนหลักให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะปรับลดลง แต่ธนาคารยังต้องระมัดระวังการปล่อยเงินกู้เช่นเดิม เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้อยู่ในโหมดเติบโตอย่างแท้จริง กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน ตอนนี้คงยังได้ผลตอบแทนที่ดีจากส่วนที่ลงทุนในตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือพันธบัตรที่ยังไม่ครบอายุไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อลงทุนใหม่ ผลตอบแทนก็จะลดลง ส่วนกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวหรือคนที่ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ หรือถือตั๋วสัญญาใช้เงิน พันธบัตร อยู่แล้วจะได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะ Yield ที่ลดลงจะทำให้ราคาของตราสารหนี้เดิมปรับตัวสูงขึ้น แต่คนที่จะเข้าไปลงทุนใหม่จะต้องซื้อตราสารหนี้ในราคาที่แพงขึ้น ดังนั้นเราควรลดเงินลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ลงเพื่อไปลงทุนในตราสารอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่ขอให้ประเมินความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วยนะ

หุ้นและกองทุนตราสารทุน เป็นหลักทรัพย์ประเภทที่ 2 ที่ผู้ลงทุนสนใจจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายแห่งเห็นว่า ตลาดหลักทรัพย์น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้าง รวมทั้งได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยบวกจากต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ก็ได้มีการปรับตัวตามการคาดการณ์มาเป็นระยะ ๆ แล้ว การคาดหวังกำไรจากราคาที่ปรับขึ้นอาจจะไม่ได้มากมายเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นควรเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่น่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะปานกลางถึงยาว ช่วงนี้หุ้นปันผลเป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นปันผลก็น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากหุ้นปันผลเป็นกลุ่ม หุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลหลายปีติดต่อกัน แสดงว่าบริษัทนั้นมีการดำเนินธุรกิจที่แข็งแรง มีผลประกอบการที่ดี จึงมีกำไรให้จ่ายเงินปันผล และหุ้นปันผลส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดโดยรวม จึงเหมาะกับการลงทุนในระยะยาว

ตั้งแต่ต้นปี 2015 ถึงต้นเดือนมีนาคม ดัชนีหุ้นปันผลให้ผลตอบแทนประมาณ 4.38% ถ้าย้อนกลับไป 1 ปี ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 8% ขณะที่กองทุนรวมหุ้นปันผลให้ผลตอบแทนที่ผ่านมาประมาณ 4-9% ถ้าย้อนกลับไป 1 ปี ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 12-23% ขึ้นอยู่กับแนวทางการบริหารของผู้จัดการกองทุน ถ้าผู้ลงทุนที่ไม่สะดวกจะลงทุนเอง หรือไม่มีประสบการณ์ลงทุน ก็เลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมให้มืออาชีพเข้าไปบริหารจัดการ หรือรายใหญ่ที่มีเงินมากจะลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในหุ้นปันผล ก็จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีมากได้

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกอง REIT ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ประเภทที่ 3 ที่น่าสนใจ เพราะผลตอบแทนของกองเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยรายได้ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกอง REIT เกิดจากค่าเช่า หรือรายได้ ผลกำไรของอสังหาริมทรัพย์ที่กองไปลงทุน ปัจจุบันมีให้เลือกลงทุนตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม คลังสินค้า ศูนย์การค้า แม้ว่าผลตอบแทนจะสู้หุ้นไม่ได้ แต่ความผันผวนของราคาจะต่ำกว่า และส่วนใหญ่มีเงินปันผลสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะจ่ายปันผลทุก 3 เดือน หรือ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทนในส่วนของเงินปันผลที่ผ่านมาอยู่ที่ 6-8% ต่อปี จึงควรเลือกลงทุนในกองทุนที่มูลค่ากองทุนไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาทขึ้นไป และมีมูลค่าซื้อขายในตลาด (สภาพคล่อง) ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนให้เลือกประมาณ 10 กองทุน ประมาณการผลตอบแทนที่ผ่านมาย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 6-15% เพราะผู้จัดการกองทุนจับจังหวะเข้าไปซื้อเมื่อราคาต่อหน่วยในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลง ทำให้ได้ผลตอบแทนจาก Capital Gain ด้วย มีบางกองทุนที่ลงทุนในกอง REIT ต่างประเทศด้วยเพื่อโอกาศสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ผู้ลงทุนจึงควรดูนโยบายการลงทุนและสอบถามบริษัทจัดการหรือตัวแทนให้เข้าใจก่อนเลือกลงทุน

ที่นำเสนอมาล้วนแล้วแต่เป็นหลักทรัพย์ในประเทศเท่านั้น ทั้งนี้ ที่มาของข้อมูลมาจาก Morning Star และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน แต่ยังมีกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศที่น่าสนใจและเป็นโอกาสในการลงทุนช่วงนี้ ถ้า Theme ยังใช่อยู่ เรามาคุยกันต่อคราวหน้านะคะ ช่วงนี้เรามาจัดสัดส่วนการลงทุนใหม่เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในระดับความเสี่ยงที่ท่านรับได้กันนะคะ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ปรับการลงทุน รับดอกเบี้ยลด

view

*

view