http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,110,470
เปิดเพจ23,724,356

หนังสือกระดาษ-vs-อีบุ๊ค

จาก โพสต์ทูเดย์

เฟซบุ๊ก Vasin Permsup

"หนังสือกระดาษ VS อีบุ๊ค คำถามที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป"

ผมอยู่ในแวดวงคนทำหนังสือมากว่าสามสิบปี และด้วยแบ็คกราวด์ที่เรียนมาทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะพูดได้ว่าได้เห็นเทคโนโลยีดิจิตอลมาตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนจะมีอินเทอร์เน็ตเสียอีก และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้เห็นปฏิกิริยาของคนทำหนังสือที่มีต่อสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอีบุ๊ค (Ebook) ซึ่งเป็นไปในทางไม่ค่อยชอบใจปนสงสัยตลอดมา

คนในวงการหนังสือกลัวกันมากว่ามันจะเข้ามาแย่งตลาดหนังสือกระดาษที่เราคุ้นเคยกัน กลัวกันตั้งแต่เรื่องการถูกก๊อปปี้ เสียตลาดที่ควรได้ ซึ่งก็เป็นข้อที่มีเหตุผลฟังขึ้นในระดับหนึ่ง ต่อมาก็เถียงกันเรื่องว่าอ่านบนกระดาษสบายตากว่า และจับต้องได้ ในขณะที่อีบุ๊คต้องอ่านบนจอคอมพิวเตอร์ยุคนั้น (ซึ่งก็ยังไม่สบายตาจริงๆ น่ะแหละ) พอจอภาพของอุปกรณ์ทั้งหลายละเอียดมากขึ้น นิ่งขึ้น จนสามารถอ่านได้สบายตา แถมอยู่บนแท็บเล็ตที่หยิบจับได้เบากว่าหนังสืออีก ก็เปลี่ยนมาเถียงกันเรื่องความเป็นเจ้าของอีบุ๊คว่าถาวรมั้ย หรือสามารถโอนต่อให้ผู้อื่นได้เหมือนหนังสือเล่มหรือเปล่า หรืออย่างหนึ่งที่มักจะถูกยกมาอ้างถึงบ่อยๆก็เช่นว่าหนังสือมีกลิ่นและสัมผัสที่คุ้นเคย สามารถเปิดดูผ่านๆ (บราวซ์ - browse) ได้สะดวกกว่าอีบุ๊คเป็นต้น

ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าคำถามประเภทนี้ควรจะเลิกคิดเลิกถามกันได้แล้ว เพราะมันจะทำให้หลงประเด็นไปเป็นว่า "สื่ออะไรกำลังจะเข้ามาแทนที่หนังสือ?" เพราะที่จริงแล้วสิ่งที่จะถูกแทนที่หรือเปลี่ยนไปในอนาคต ไม่ใช่หนังสือกระดาษหรือแม้แต่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปคือ "กระบวนการ" ในการรับสารหรือเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ของคนยุคใหม่มากกว่า ดังนั้นคำถามที่ถูกจึงควรจะเป็นว่า "คนในยุคหน้าเขาจะรับรู้เรื่องราวต่างๆ อย่างไร?" ซึ่งคำตอบคงไม่ใช่การอ่านตัวหนังสือล้วนๆ อย่างเดียว (ไม่นับการอ่านงานวรรณกรรม) แต่น่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างข้อความ (ที่สั้นลง) กับภาพสวยๆ เสียงบรรยายหรือเล่าเรื่อง (เช่นในหนังสือเสียงหรือ audio book) วิดีโอ และอาจรวมถึงการโต้ตอบต่างๆ (interactive - ซึ่งจะนำเสนอได้แต่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น) นอกจากนี้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ยังสามารถสืบค้น (search) ได้ แบบเดียวกับที่เราเสิร์ชจากกูเกิ้ล ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องอ่านข้อความบรรยายต่อเนื่องยาวๆ หายไป กลายเป็นเจาะจงค้นหาเฉพาะตรงที่ต้องการรู้หรืออ้างอิงแทน

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการเติบโตของอีบุ๊คอาจไม่ได้มากมายอย่างที่หลายๆ คนกลัว แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่น่ากลัว เพราะที่ควรกลัวจริงๆ ไม่ใช่อีบุ๊ค แต่เป็น เฟซบุ๊ค (Facebook) และสื่อสังคมออนไลน์ หรือ social media อย่างอื่นมากกว่า เพราะสื่อเหล่านี้มีหลายรูปแบบ และกระจัดกระจายกันออกไป ทั้ง เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ หรือแม้แต่เว็บไซต์ดังๆ ของไทยอย่าง Pantip.com, Dek-D.com, Sanook.com และอื่นๆ อีกหลายเจ้า แต่ที่เหมือนกันก็คือ สิ่งเหล่านี้แย่งเวลา แย่งความสนใจ หรือที่เรามักเล่นสำนวนกันว่า "แย่งสายตา" (eyeball) ของผู้อ่านที่มีเวลาจำกัดในแต่ละวันไปจากการอ่านทั้งหนังสือเล่มและนิตยสารต่างๆ ในสัดส่วนที่สูงจนน่าตกใจ (ลองนึกดูว่าในวันหนึ่งๆ คุณเข้าเฟซบุ๊คกี่หน หรือค้นหาข้อมูลจากห้องต่างๆ ใน Pantip.com หรือจะติดตามเบื้องหลังของดราม่าล่าสุดก็ตาม รวมๆ แล้วนานแค่ไหน เทียบกับเวลาในแต่ละวันที่ใช้กับการอ่านหนังสือเล่มหรือนิตยสาร) แถมในนั้นยังมีข้อมูลในปริมาณและรูปภาพที่มากมายมหาศาลอย่างที่ไม่สามารถหาที่พิมพ์ลงกระดาษเพื่อขายได้ ถึงแม้บางครั้งข้อมูลอาจจะหละหลวม กระจัดกระจาย ไม่ถูกต้องตรงเป๊ะ หรือไม่ได้อัพเดทให้ทันสมัยไปบ้าง แต่แหล่งข้อมูลเหล่านี้แหละที่น่าจะแย่งตลาดของหนังสือ non-fiction ไปได้มากพอสมควร

ลองนึกง่ายๆ ว่าแค่อ่านบทความที่แชร์มาในเฟซบุ๊คหรือไลน์ในแต่ละวัน คุณก็แทบจะไม่มีเวลาอ่านนิตยสารที่ซื้อมากองเป็นตั้งๆ แล้ว ที่หนักกว่านั้นก็คือ บทความเหล่านั้นบางทีก็ถูกคัดย่อมาแสดงแบบอัตโนมัติ และผู้อ่านก็มักจะอ่านเท่าที่คัดมาแสดงโดยไม่คลิกย้อนไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ต้นทางด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เว็บดังจริงๆ ทำให้เจ้าของบทความหรือ content ขาดรายได้ไปด้วย เพราะไม่ได้ทั้งจำนวนผู้เข้าชมเว็บที่มากขึ้นพอจะคุ้มค่าดำเนินการ หรือสามารถนำตัวเลขจำนวนผู้ชมไปอ้างอิงหาเพื่อโฆษณามาช่วยค่าทำเว็บ และที่ตามมาก็คือปัญหาว่า ธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างไร ทั้งๆที่บางที่ก็เป็นเพจที่มีเป็นคนไลค์เป็นแสนๆ หรือเฉียดล้านราย หรือเป็นเว็บที่มีคนกดเข้ามาดูจำนวนมากต่อวันก็มี

สรุปก็คือ อย่าไปกลัวเลยครับอีบุ๊ค ที่ควรกลัวคือเฟซบุ๊คและสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่จะแย่งเวลาการอ่านจากลูกค้าไปมากกว่า พอเค้าไม่มีเวลา เค้าก็เลยยังไม่ซื้อหนังสือไปเก็บไว้เฉยๆ เรื่องก็มีอยู่ง่ายๆ (แต่แก้ยาก) ประมาณนี้ ก็เท่านั้นเอง

ที่มา https://www.facebook.com/vasin.permsup/posts/10206434699045923?fref=nf 


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หนังสือกระดาษ อีบุ๊ค

view

*

view