หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,709
Page Views 23,553,165
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

มาทำงานสาย...หักเงิน...ดีไหม

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์ :ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์ โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

วันนี้ผมมีดราม่าเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ท่านฟังกันอีกแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าดราม่าเรื่องนี้เกิดในบริษัทหลาย ๆ แห่งอย่างสม่ำเสมอซะด้วย

ก็เรื่องการหักเงินเมื่อพนักงานมาทำงานสายไงละครับ เป็นไงครับเป็นประเด็นเรียกแขกดีไหมล่ะ ?

หลายบริษัทมักจะมีกฎระเบียบในทำนองนี้ว่า...

ถ้าหากพนักงานมาทำงานสายบริษัทจะหักเงินเดือนเช่นกำหนดเวลามาทำงาน08.00น.ถ้ามาสายเกินเวลานี้ 3 ครั้งใน 1 เดือน จะหักเงินเดือนเท่ากับ 1 วัน ถ้ามาสาย 6 ครั้งใน 1 เดือน จะหักเงินเดือนเท่ากับ 2 วัน ยกตัวอย่างเช่น พนักงานเงินเดือน 9,000 บาท คิดเป็นรายวันคือ 300 บาท ถ้ามาสาย 6 ครั้งในเดือนนี้ก็จะถูกหักเงินเดือนไป 600 บาท เหลือรับในเดือนนี้เท่ากับ 8,400 บาท เป็นต้น

ถามว่าบริษัทจะออกกฎระเบียบทำนองนี้มาบังคับใช้ได้หรือไม่ ?

ถ้าดูตามมาตรา 76 ของกฎหมายแรงงานแล้วจะพูดถึงเรื่องการหักเงินจากลูกจ้างไว้ดังนี้

มาตรา 76 ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ

(1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้

(2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน

(3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไป เพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับความยินยอมล่วง หน้าจากลูกจ้าง

(4)เป็นเงินประกันตามมาตรา10หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

(5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

การหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับตามกำหนดเวลาการจ่ายตามมาตรา 70 เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

ดังนั้น ถ้าจะคิดแบบเร็ว ๆ ตามมาตรานี้ก็จะบอกว่า "หักเงินค่ามาสายไม่ได้" ครับ

แต่...ถ้ากรณีนี้เป็นกรณี "ไม่จ่ายค่าจ้าง" เนื่องจากลูกจ้างไม่มาทำงานให้นายจ้างล่ะ ?

ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีพนักงานขาดงานไป 1 วันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อบริษัทไม่อนุญาตโดยถือว่าขาดงาน (ไม่ได้มาทำงานจริง) บริษัทมีสิทธิ์จะ "ไม่จ่าย" (ไม่ใช่หักเงินนะครับ) พนักงานรายนี้หรือไม่ ?

ตอบได้ว่าถ้าบริษัทมีกฎระเบียบเรื่องของการไม่จ่ายค่าจ้างเนื่อง จากลูกจ้างไม่ได้มาทำงานให้กับบริษัทในลักษณะที่เรียกกันว่า"NoWorkNoPay" บริษัทก็สามารถไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่พนักงานขาดงานได้ครับ แต่เรามักจะเรียกกันว่า "หักเงิน" ในวันที่ขาดงานกันจนติดปาก



ในกรณีมาสายก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อพนักงานมาสายไม่ได้มาทำงานตามเวลาที่กำหนด หากบริษัทมีกฎระเบียบในเรื่องการไม่จ่าย เนื่องจากพนักงานไม่ได้มาทำงานให้กับบริษัทในเวลาทำงาน บริษัทก็ย่อมจะมีสิทธิ์ "ไม่จ่าย" ตามเวลาที่พนักงานยังไม่มาทำงานได้

เพียงแต่การไม่จ่ายเงินเมื่อ พนักงานมาทำงานสายตามตัวอย่างที่ผมบอกมาข้างต้นไม่เป็นธรรมเพราะไม่ได้คิด ตามเวลาที่พนักงานมาสายนั่นคือควรจะต้องมาคำนวณว่าในเดือนนั้นพนักงานมาสาย รวมกี่นาทีพนักงานได้ค่าจ้างนาทีละกี่บาทแล้วนำค่าจ้างต่อนาทีคูณจำนวนนาที ที่มาสายอย่างนี้ถึงจะเป็นธรรม

แต่ก็อีกนั่นแหละครับ วิธีการไม่จ่ายค่าจ้างเมื่อลูกจ้างมาทำงานสายเป็นวิธีที่จะแก้ปัญหาการมาสายได้จริงหรือ ? แล้วไม่มีวิธีอื่นจะทำนอกจากนี้บ้างหรือ ?

โดยความเห็นส่วนตัว ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการหักเงินค่ามาสายทำนองนี้นัก เพราะจากประสบการณ์ของผม มักจะพบว่าพนักงานยอมให้บริษัทหักเงินเมื่อเขามาสายได้แม้บริษัทจะมาออก หนังสือตักเตือนแล้วแต่พนักงานก็มักจะคิดว่ายอมจ่ายค่ามาสาย(ซึ่งเขาถือว่า บริษัทได้ลงโทษเขา)ชดเชยกันไปแล้วนี่

ผมกลับมองว่ากรณีพนักงานมาทำงานสายนั้นบริษัทน่าจะมีวิธีปฏิบัติได้ดังนี้

1.ดำเนิน การทางวินัยตามระเบียบอย่างชัดเจนเช่นตักเตือนด้วยวาจา, ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร หากผิดซ้ำคำเตือนเรื่องมาสายจนถึงจุดที่ระเบียบบอกไว้คือบริษัทจะเลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะผิดซ้ำคำเตือนซึ่งเรื่องนี้บริษัทถือเป็นโทษทาง วินัยและจะเป็นการส่งสัญญาณให้พนักงานทุกคนทราบว่าบริษัทจะมีหลักในการ ปฏิบัติกับพนักงานในลักษณะแบบนี้กับทุกคนที่มาทำงานสาย

คือพูดง่ายๆว่าขันนอตเรื่องนี้กันอย่างจริงจังโดยไม่ต้องมีระเบียบเรื่องการหักเงินค่ามาสายเข้ามาวุ่นวายใจกันทั้งสองฝ่ายหรือ

2.บริษัท อาจจะกำหนดวิธีปฏิบัติอีกแบบหนึ่งที่น่าจะสร้างแรงจูงใจที่ดีกว่าการหักเงิน ค่ามาสายเช่นสมมุติให้พนักงานทุกคนมีคะแนนการมาทำงานทั้งปีเท่ากับ100คะแนน ถ้าพนักงานคนใดมาสาย 1 ครั้งหักครั้งละ 5 คะแนน หากคะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน บริษัทจะไม่จ่ายโบนัสให้กับพนักงานคนนั้น

โดยไม่ต้องมาหักเงินค่ามาสายอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีนี้ทำควบคู่กับการตักเตือนตามข้อ 1 ไปด้วยก็ยังได้

ที่สำคัญคือคนที่เป็นหัวหน้าผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้น ๆ ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับลูกน้องในเรื่องการมาทำงานแล้วหรือยัง ? ไม่ใช่หัวหน้ามาสายเสมอ หรือออกไปกินข้าวกลางวันก็ 2-3 ชั่วโมง ฯลฯ ให้ลูกน้องเห็นเป็นประจำ แล้วอย่างนี้จะมีหน้าไปตักเตือนให้ลูกน้องมาทำงานตรงเวลา รักษาผลประโยชน์ให้บริษัทได้ยังไงละครับ

จึงขอฝากไว้เป็นข้อคิดนะครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มาทำงานสาย หักเงิน ดีไหม

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view