http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,011,974
เปิดเพจ23,606,371

มิตรแท้

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์สามัญสำนึก โดย สกุณา ประยูรศุข

ท่านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ท่านหนิง ฟู่ขุย เข้ารับตำแหน่งทำหน้าที่มาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2556 ได้ให้เกียรติเชิญคณะผู้บริหารจากเครือมติชน เข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำที่ทำเนียบ ซึ่งตั้งภายในสถานทูตจีน ย่านรัชดาภิเษก

คืนนั้นอาหารค่ำว่าเลิศรสแล้ว แต่มิตรจิตมิตรใจจากท่านทูตและคณะ ยิ่งเลิศกว่า

ท่านทูตหนิงพูดคุยสารทุกข์สุกดิบแบบเป็นกันเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นต่าง ๆ การเมืองบ้าง เศรษฐกิจบ้าง รวมทั้งเรื่องราวสนุกสนานของตัวท่านทูตเอง ว่าเป็นใครมาจากไหน เล่าเรียนอะไรมาบ้าง ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงเศษจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ช่วงหนึ่งของการพูดคุย ท่านทูตหนิงกล่าวถึงโครงการเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-หนองคาย และสายแก่งคอย-มาบตาพุด ที่จะร่วมมือกับทางรัฐบาลไทยนั้น อันที่จริงยังไม่มีการลงนามอย่างเป็นทางการ เพราะทางจีนรอผลศึกษาเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากฝ่ายไทย เพื่อจะใช้เป็นข้อมูลให้กับฝ่ายจีน ในการสำรวจสร้างเส้นทาง แล้วท่านทูตก็เปรยขึ้นด้วย ว่าเรื่องของรถไฟนี้ไม่ค่อยเข้าใจฝ่ายไทยเหมือนกันว่าทำไมเส้นทาง 3 เส้นทางถึงให้มีการลงทุนถึง 3 ประเทศ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ความต่อเนื่องในการบริการ ดูแลรักษา หรือเทคโนโลยี อาจมีปัญหา

แล้วถ้าจะพูดถึงแหล่งเงินทุน ท่านทูตหนิงบอกว่าจีนยินดีให้กู้ตามที่เคยหารือไปทางกระทรวงคมนาคม แต่ดูเหมือนฝ่ายไทยจะติดขัดอยู่ที่เรื่องของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งดูแล้วเรื่องดอกเบี้ยนั้นสามารถต่อรองยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ฝ่ายไทยจะกู้ว่าเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไหร่

"ถ้ามองวงเงินกู้จากญี่ปุ่นที่ให้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ส่วนของจีนร้อยละ 2 แต่ถ้าแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นและของจีนก็จะใกล้เคียงกันมาก" ท่านทูตว่าไว้อย่างนั้น

เรื่องนี้ต้องฝากไว้เป็น การบ้าน สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะมองเห็น "ช่องทาง" ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้มากน้อยขนาดไหน และรวมไปถึง วิสัยทัศน์ ที่มีอยู่ว่าจะมองให้กว้างและไกลได้แค่ไหน ในการสร้างความสัมพันธ์บนเวทีการทูต

เอาง่าย ๆ แค่ว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจขาลงไปทั้งโลก ถามว่า ประเทศไทยควรจะคบค้าสมาคมกับใคร ระหว่างสหรัฐอเมริกาที่ยังเอาตัวเองไม่รอดจากภาวะเศรษฐกิจฟุบ ญี่ปุ่นก็กระอักอยู่กับปัญหาค่าเงินเยน ส่วนรัสเซียก็เศรษฐกิจกระเจิดกระเจิงเพราะปัญหาภายในและเรื่องค่าเงินรูเบิล

ก็ยังคงเหลือแต่ "จีน" ที่ยังเป็น "มิตรแท้" ยามยาก

เวลานี้ประเทศจีนเข้าไปลงทุนและมีบทบาทในประเทศอาเซียนหลายต่อหลายด้าน ทั้งให้ความช่วยเหลือประเทศที่เดือดร้อนหรือประสบภัยพิบัติ ทั้งให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาประเทศ เป็นต้นว่าความช่วยเหลือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายการค้า ขายผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีตัวเลขระบุว่าการค้าขายระหว่างภูมิภาคอาเซียนกับจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

การแสดงออกของจีนแน่นอนว่าไม่ได้ปราศจากผลประโยชน์ ทั้งการเข้าไปลงทุนในอาเซียน หรือการแสดงท่าทีจริงใจต่อกัน เป็นผลดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศจีนด้วย แต่ก็เป็นผลประโยชน์ที่ "วิน วิน" ทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายไทยได้ประโยชน์ในด้านการขายผลผลิตทางการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว และความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ จะเป็นแบบ "ให้เปล่า" หรือ "มีดอกเบี้ย" ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาต่อรอง ส่วนฝ่ายจีนได้เชื่อมต่อในเรื่องของโลจิสติกส์ การคมนาคมขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่โลกภายนอก

จะว่าไปแล้ว หากมองในประเทศอาเซียนทั้งหมด จีนออกจะ "จริงใจ" และเห็นว่าความสัมพันธ์กับไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญและมีความหมายยิ่ง มีความเป็นพี่เป็นน้องเป็นคนแซ่เดียวกันมากกว่าอาเซียนประเทศอื่น ๆ

ไทยเองต่างหากที่จะต้องกลับมาทบทวน และไม่ควรมองข้ามความสัมพันธ์อันดีนี้ เพราะความสัมพันธ์อันดีต่อกันนั้น จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มิตรแท้

view

*

view