หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,256
Page Views 23,552,663
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

จะตั้งเงินเดือนคนเข้าใหม่...ยังไงดี

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์

โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

เรื่องเงินทองของบาดใจนี่มักจะเป็นปัญหาในทุกบริษัทเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะสัจธรรมที่ผมเคยพูดไว้เสมอ ๆ ว่า "เงินเดือนเราได้เท่าไหร่..ไม่สำคัญเท่ากับเพื่อนได้เท่าไหร่" นี่แหละครับ (หรือใครว่าไม่จริง..อิ..อิ..)

วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องของเงินเดือนของพนักงานเข้าใหม่ ซึ่งปกติแล้วทาง HR ควรจะเป็นผู้กำหนดตามนโยบายที่ชัดเจนของบริษัท โดยผมแบ่งคนเข้าใหม่ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.พนักงานที่จบใหม่เอี่ยมและยังไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน และ

2.พนักงานที่เคยทำงานและมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว

ผมมักจะเห็นอยู่บ่อยครั้งที่ในหลายบริษัทไม่มีการกำหนดอัตราเงินเดือนเริ่มต้นตามคุณวุฒิ(StartingRate) ที่จบ (กรณีจ่ายตามคุณวุฒิที่จบ) หรือกำหนดอัตราเงินเดือนเริ่มต้นตามตำแหน่งงานนั้น ๆ (กรณีที่จ่ายตามตำแหน่งงาน) ที่ชัดเจน แต่จะจ่ายตามความรู้สึกของผู้บริหาร หรือไม่ก็จ่ายไปตามแต่ที่ผู้สมัครขอมา เช่น ถ้าผู้สมัครงานขอเงินเดือนมามาก แล้วผู้บริหารคิดว่าน่าจะเหมาะก็ตกลงให้มาก โดยที่หลายครั้งเมื่อรับผู้สมัครรายนี้เข้ามาแล้ว กลับทำงานสู้คนเก่าที่ทำงานอยู่เดิมในตำแหน่งเดียวกันไม่ได้ ก็เลยเกิดปัญหาดราม่ากันต่อไปอีก



หรือ บางที่จะพบว่าผู้สมัครงานขอเงินเดือนมาน้อยแบบเจียมเนื้อเจียมตัวผู้บริหาร ก็เลยให้ไปตามที่ขอแต่ต่อมาผู้สมัครรายนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองไปจนมีความสามารถและผลงานมากขึ้น แต่เงินเดือนที่ได้รับกลับน้อยกว่าเพื่อนที่เก่งน้อยกว่าก็เลยลาออก ทำให้บริษัทเสียคนดีมีฝีมือไปเสียอีก

นี่แหละครับคือตัวอย่างของการจ่ายเงินเดือนกันแบบ "มโน" ตามความรู้สึก แล้วจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาในภายหลัง ซึ่งเผลอ ๆ บริษัทของท่านยังเป็นแบบนี้อยู่ใช่ไหมล่ะครับ ?

ถ้างั้นควรทำยังไงเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ลง ?

ผมเสนอดังนี้ครับ

1.บริษัทของท่านควรมีการกำหนดอัตราเงิน เดือนเริ่มต้นตามคุณวุฒิสำหรับกรณีพนักงานจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานให้ ชัดเจนเช่นจบบริหารธุรกิจ, บัญชี, นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, สารสนเทศ ฯลฯ แล้วเข้ามาทำงานในตำแหน่ง...บริษัทจะจ่ายเงินเดือนเท่าไหร่, ค่าวิชาเท่าไหร่, ค่าภาษาเท่าไหร่ ฯลฯ เป็นต้น แล้วเมื่อผู้สมัครงานคนไหนสามารถผ่านการทดสอบข้อเขียน (ถ้ามี) หรือสัมภาษณ์เข้ามาได้ บริษัทจะจ่ายให้ตามอัตราเริ่มต้นที่กำหนดไว้ เช่น

บริษัทกำหนดอัตราเริ่มต้นตามวุฒิไว้สำหรับคนจบวิศวกรรมศาสตร์เข้ามาทำงานเป็นวิศวกรในสายการผลิตเดือนละ 20,000 บาท ก็ต้องจ่ายตามนี้ แม้ว่าผู้สมัครงานจะขอเงินเดือนมาที่ 18,000 บาท หรือผู้สมัครงานบางคนจะขอมาที่ 23,000 บาทก็ตาม เพราะถ้าผู้สมัครงานสามารถผ่านการสัมภาษณ์และบริษัทตัดสินใจรับเข้ามาแล้ว ต้องจ่ายตามกติกาที่บริษัทกำหนดไว้ครับ

สำหรับผู้สมัครที่ขอเงินเดือนเกินกว่าอัตราที่บริษัทกำหนดไว้ต้องมาพูดคุยกัน ถ้าเขารับอัตราที่บริษัทกำหนดได้ก็จบ แต่ถ้าเขาไม่รับก็ต้องปล่อยไปแหละครับ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรมตามหลักของการบริหารค่าตอบแทนที่ดี

แต่ทั้งนี้การกำหนดอัตราเริ่มต้นตามคุณวุฒิสำหรับพนักงานจบใหม่นั้น HR จะต้องทำการสำรวจตลาดค่าตอบแทนมาดีแล้ว และหาอัตราที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันในตลาดด้วยนะครับ ไม่ใช่กำหนดขึ้นมาแบบนั่งเทียนหรือมโนขึ้นมาเอง

2.ในกรณีตำแหน่งงานที่ผู้สมัครงานต้องมีประสบการณ์ทำงานจะมีหลักการคล้ายๆ กับข้อ 1 แต่ในบางบริษัทอาจจะมีวิธีคิดในการกำหนดอัตราเริ่มต้น (Starting Rate) สำหรับตำแหน่งงานที่ต้องมีประสบการณ์ทำงาน เช่น สมมุติว่าบริษัทจ้างเจ้าหน้าที่การตลาดมาเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่อัตราจบใหม่ 15,000 บาท ค่าเฉลี่ยขึ้นเงินเดือนประจำปีของบริษัท ปีละประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ปีที่ 1 เงินเดือนจะเท่ากับ 15,900 บาท (ขึ้นเงินเดือน 900 บาท) ปีที่ 2 เงินเดือนเท่ากับ 16,860 บาท (ขึ้นเงินเดือน 954 บาท แต่ปัดเศษให้ลงตัว) ปีที่ 3 เงินเดือนเท่ากับ 17,900 บาท (ขึ้นเงินเดือน 1,012 บาท แต่ปัดเศษให้ลงตัว)

ดังนั้น ถ้าบริษัทจะรับเจ้าหน้าที่การตลาดเข้ามาใหม่ โดยต้องการประสบการณ์ทำงาน 1 ปี จะมีอัตราจ้างอยู่ที่ 15,900 บาท หรือ 16,000 บาท แต่ถ้ามีประสบการณ์ทำงาน 2 ปี จะมีอัตราเริ่มต้นอยู่ที่ 16,800 บาท หรือ 17,000 บาท และถ้ามีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี จะมีอัตราเริ่มต้นที่ 17,900 บาท หรือ 18,000 บาท เป็นต้น

วิธีคิดแบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของพนักงานที่เข้า มาใหม่แล้วมีประสบการณ์ทำงานใกล้เคียงกับพนักงานเดิมที่ทำงานอยู่ในตำแหน่ง เดียวกันไม่ให้ลักลั่นกันมากจนเกินไป

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ผมไม่ได้คาดหวังให้ท่านก๊อบปี้วิธีที่ผมเสนอมาไปใช้ทั้งหมดนะครับ เพียงแต่แค่เป็นการแชร์ไอเดียในวิธีที่ผมเคยทำมาเท่านั้น ซึ่งอาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับบริษัทของท่านก็ได้ แต่สิ่งที่ผมต้องการคืออยากให้ท่านลองคิดต่อยอดหรือพัฒนาวิธีการเหล่านี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่าครับ

โดย วัตถุประสงค์ของเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการให้ท่านมีการบริหาร ค่าตอบแทนที่เสมอภาคและเป็นธรรมจะได้ลดปัญหาดราม่าในบริษัทของท่านให้น้อยลง ยังไงล่ะครับ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ตั้งเงินเดือน คนเข้าใหม่ ยังไงดี

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view