http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,350
เปิดเพจ23,734,724

ความปั่นป่วนของ ตลาดน้ำมันดิบ

จากประชาชาติธุรกิจ

การที่สหรัฐอเมริกาสามารถพึ่งตนเองได้ในเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะสหรัฐอเมริกาสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้เรื่อย ๆ จากปริมาณการผลิตที่มากขึ้น พร้อม ๆ กับความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการผลิต การอัดน้ำลงไปแทนที่ก๊าซและน้ำมันที่อยู่ใต้ชั้นหินน้ำมัน Shale

ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันของโลกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพังทลายลง จากราคาที่เคยสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาเป็นเวลานาน จากที่เคยมีราคาสูงถึง 114 เหรียญเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา แล้วราคาน้ำมันดิบก็ดิ่งลงมาเหลือเพียง 45 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะไต่กลับมาอยู่ที่ประมาณ 60-65 เหรียญต่อบาร์เรลในขณะนี้



กลุ่มประเทศโอเปกที่เคยดำเนินนโยบายตัดโควตา ลดการผลิตของประเทศในกลุ่มของตนลงเมื่อราคาน้ำมันดิบลดลง เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไว้ ซาอุดีอาระเบียประกาศว่าจะไม่ดำเนินการเช่นว่านั้นอีกต่อไป เพราะเมื่อประเทศผู้ส่งออกน้ำมันลดปริมาณการผลิตลง ประเทศอื่น ๆ นอกกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศนอร์เวย์ รัสเซีย บราซิล จีน สหรัฐอเมริกา เวียดนาม รวมทั้งมาเลเซีย ก็จะเพิ่มปริมาณการผลิตขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบกลับลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น

ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตทั่วโลกในขณะนี้มีประมาณวันละ 100 ล้านบาร์เรล ในจำนวนนี้ประเทศในกลุ่มโอเปกมีโควตาการผลิตประมาณ 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน อีก 66-67 ล้านบาร์เรลต่อวันผลิตโดยประเทศนอกกลุ่มโอเปก

ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างหนักมาอยู่ที่ 45 ดอลลาร์ ก่อนที่จะไต่ขึ้นมาเป็น 60 เหรียญต่อบาร์เรล แทนที่สหรัฐอเมริกาจะลดการผลิตลง กลับกลายเป็นว่าสหรัฐอเมริกาเพิ่มกำลังผลิตมากขึ้นและผลิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

โครงสร้างของบริษัทที่ลงทุนขุดเจาะก๊าซและน้ำมันใต้ชั้นหินดานในสหรัฐนั้น แตกต่างจากบริษัทขุดเจาะน้ำมันในประเทศอื่น ๆ ทั้งในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกกล่าวคือ บริษัทขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในประเทศอื่น มักจะเป็นบริษัทที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือเป็นรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลของประเทศนั้น ๆ จึงเป็นผู้ควบคุมนโยบายทั้งในด้านราคาและปริมาณการผลิต

แต่บริษัทผู้ขุดเจาะก๊าซและน้ำมันใต้ชั้นหินดานของอเมริกานั้นมีถึงกว่า 4,000-5,000 บริษัท โดยที่รัฐบาลอเมริกันไม่ได้ร่วมถือหุ้นด้วย รัฐบาลจึงไม่มีอำนาจเข้าไปควบคุม กำหนดนโยบาย หรือแทรกแซงการตลาดของบริษัทที่ทำธุรกิจการขุดเจาะเหล่านี้ ตลาดในอเมริกาจึงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเสรีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

บริษัทอเมริกันเหล่านี้ระดมเงินทุนจากตลาดทุนในสหรัฐเอง ประชาชนผู้ลงทุนในสหรัฐยินดีลงทุนในหุ้นและพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของบริษัทเหล่านี้ แม้ว่าในขณะนี้บริษัทเหล่านี้จะยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยเงินฝากในสถาบันการเงินก็ต่ำมากใกล้ศูนย์เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยที่ผู้ลงทุนหวังว่าในอนาคตบริษัทเหล่านี้จะทำกำไรได้อย่างมหาศาล เมื่อสามารถขุดเจาะได้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของก๊าซและน้ำมันที่ขุดเจาะได้ในสหรัฐลดลง บริษัทเหล่านี้จึงมีสภาพคล่องค่อนข้างสูงด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในการลงทุนขุดเจาะเพื่อผลิตก๊าซและน้ำมัน ผลผลิตของสหรัฐจึงเพิ่มขึ้นแทนที่จะต่ำลง ผู้ลงทุนในหุ้นบริษัทเหล่านี้คาดว่าอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จะมีผลกำไรอย่างมาก

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ หากซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศโอเปกลดกำลังการผลิตลง ปริมาณน้ำมันลดลงก็จะยิ่งเป็นการชดเชยอุตสาหกรรมขุดเจาะก๊าซและน้ำมันในสหรัฐอเมริกามากขึ้น กลุ่มโอเปกจึงประกาศว่ากลุ่มประเทศของตนจะไม่ลดปริมาณ ไม่ลดกำลังการผลิตลง

สำหรับประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่น ๆ ทั้งที่อยู่ในและนอกกลุ่มโอเปก เช่น ไนจีเรีย แอลจีเรีย เวเนซุเอลา ลิเบีย ต่างก็พากันเดือดร้อนเพราะหลายประเทศเหล่านั้นมีรายได้จากการส่งออกกว่าร้อยละ 90 หรืออาจจะกล่าวได้ว่ารายได้ของประเทศทั้งหมดรวมทั้งรายได้ของรัฐบาลมาจากการขายน้ำมันดิบ เมื่อราคาน้ำมันลดลงประเทศเหล่านี้จึงต้องออกไปกู้เงินจากต่างประเทศมาชดเชยการขาดดุลการค้าและดุลงบประมาณ

ประเทศหลายประเทศที่ยากจน เช่น ไนจีเรีย แอลจีเรีย อิหร่าน รวมทั้งประเทศที่มีเจ้าผู้ครองนครรัฐในคาบสมุทรอาหรับ ต่างก็มีปัญหาการขาดดุลงบประมาณแผ่นดินกันอย่างทั่วหน้า ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไนจีเรีย รายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกทั้งหมด และคิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายได้ ถ้าจะให้งบประมาณไม่ขาดดุลราคาน้ำมันดิบต้องอยู่ที่ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะนี้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกมีมากกว่าความต้องการใช้อยู่ที่วันละ 2.2 ล้านบาร์เรล โดยปริมาณการใช้เคยเพิ่มสูงขึ้นถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันทุก ๆ ปี แต่ในปี 2558 นี้คาดว่าปริมาณการใช้น้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นเพียง 65,000 บาร์เรลต่อวัน และคงจะเพิ่มขึ้นในปริมาณที่ลดลงในปีต่อ ๆ ไป เพราะนโยบายการลดปัญหาโลกร้อน การลดก๊าซเรือนกระจกจากพลังงานปิโตรเลียม นโยบายการประหยัดพลังงานของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีที่ช่วยในการประหยัดพลังงานที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าหากกลุ่มโอเปกไม่ลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ สหรัฐซึ่งมีบ่อน้ำมันที่อะแลสกา ยุโรปที่ทะเลเหนือ ประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน ที่รายได้ส่วนใหญ่ของรัฐบาลมาจากการให้สัมปทานน้ำมัน ในไม่ช้าก็คงจะเห็นปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้เกิดการเสียดุลยภาพทางการเงินในตลาดโลก ในอนาคตวิกฤตการณ์ทางการเงินก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แบบเดียวกับวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งหรือวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ แต่คราวนี้อาจจะเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดจากราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างหนักก็ได้

แม้ว่าซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโอเปก จะประกาศไม่ยอมเจรจากับประเทศในกลุ่มโอเปกเรื่องลดกำลังการผลิตน้ำมันลง แต่เชื่อได้ว่าปัญหาที่จะเกิดกับประเทศต่าง ๆ ที่เป็นประเทศที่ใกล้ชิดกับซาอุดีอาระเบีย เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ และอื่น ๆ ก็น่าจะมีปัญหาในการบริหารงบประมาณแผ่นดินไม่น้อยไปกว่าเวเนซุเอลา ไนจีเรีย แอลจีเรีย อิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ด้วย ในอนาคตหรือในทศวรรษหน้าประเทศเศรษฐีน้ำมันเหล่านี้อาจจะต้องออกไปกู้หนี้ยืมสิน โดยการระดมทุนจากตลาดทุนของโลกก็ได้

ผลกระทบจากราคาน้ำมันพังทลายลงมีมากมาย เหมือนกับตอนที่ราคาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมาจนถึงปี 1986 ราคาสินค้าเกษตรไม่ว่าจะเป็นอ้อยและน้ำตาล ยางพารา ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง และอื่น ๆ พากันขึ้นราคาตามราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อของโลกพุ่งขึ้นสูงกว่าร้อยละ 20 ต่อปี พาให้ดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันคือกว่าร้อยละ 20 ต่อปีเหมือนกัน อัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อในระดับนี้การลงทุนย่อมไม่เกิด จึงได้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก

มาบัดนี้เกิดปรากฏการณ์ตรงกันข้าม ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ราคาสินค้าเกษตรที่เชื่อมโยงกับพลังงานลดลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน สถานการณ์กลับข้างกันกับสมัยที่เกิดวิกฤตการณ์น้ำมันขึ้นราคากล่าวคือ อัตราเงินเฟ้อลดลงจนติดลบ อัตราดอกเบี้ยลดลงจนติดพื้นที่ร้อยละศูนย์ เศรษฐกิจแทนที่จะฟื้นตัวรุ่งเรืองกลับซบเซา หดตัว ทั้งนี้ ก็เพราะการที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ธุรกิจกิจการที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันหดตัวลงอย่างกะทันหัน ลดลงอย่างรวดเร็วในอัตราที่สูงกว่าการลดลงของราคาน้ำมัน

ภาวะเงินฝืดนั้นเป็นภาวะที่ผู้คนวิตกมากกว่าภาวะเงินเฟ้อ ถ้าหากภาวะเงินเฟ้อนั้นไม่ใช่ภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ภาวะเงินเฟ้อที่ไม่รุนแรงจะเป็นภาวะที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ ทั้งจากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ล้วนได้กำไร ได้ผลตอบแทนต่อการลงทุนสูงขึ้น ทำให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น

ตรงกันข้ามกับภาวะเงินฝืดที่ราคาสินค้าพากันลดราคาลง ผู้ผลิตทุกคนหรือส่วนใหญ่จะพากันขาดทุนหมด เพราะราคาสินค้าลดลงต่ำกว่าราคาในขณะที่ผู้ผลิตตัดสินใจผลิตเมื่อ 3 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 1 ปีก่อนหน้านั้น ภาวะเงินฝืดหรือภาวะราคาตกต่ำจึงทำให้การผลิตลดลง การจ้างงานลดลงจนกว่าระบบเศรษฐกิจจะปรับตัวได้

การที่ราคาน้ำมันพังทลาย ดิ่งหัวลงอย่างรวดเร็ว จึงสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจทั่วโลกได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน จนกว่าระบบเศรษฐกิจของโลกจะปรับตัวได้

ราคาสิ่งของขึ้นมากไปก็ไม่ดี ลดลงเร็วไปก็ไม่ดี


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ความปั่นป่วน ตลาดน้ำมันดิบ

view

*

view