http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,119,841
เปิดเพจ23,734,199

AIIB, New Silk Road, TPP และ Asia Pivot

AIIB, New Silk Road, TPP และ Asia Pivot
โดย : ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการลงนามจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย

(Asia Infrastructure Investment Bank หรือ AIIB) โดยมีสมาชิกร่วมก่อตั้งทั้งสิ้น 57 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศสำคัญๆ เช่น จีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพ เยอรมนี อังกฤษ และออสเตรเลีย ตลอดจนเกือบทุกประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย จะมี 2 ประเทศหลักที่ไม่ได้เข้าร่วม ได้แก่ สหรัฐและญี่ปุ่น แต่การจัดตั้ง AIIB เกือบจะไม่ได้มีการรับรู้โดยสาธารณชน เพราะถูกกลบโดยข่าวเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกรีซ

ในขณะเดียวกัน ข่าวเกี่ยวกับการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนโครงการประกันสุขภาพของประธานาธิบดีโอบามา และการตัดสินให้คนรักร่วมเพศ มีสิทธิทางกฎหมายที่จะจดทะเบียนแต่งงานกันได้ในสหรัฐ ก็บดบังข่าวการผ่านกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐ เจรจาทำความตกลงเขตการค้าเสรีแบบรวบรัด (fast track) กล่าวคือ เมื่อเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอเป็นกฎหมายให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบได้ แต่แก้ไขในเนื้อหาสาระไม่ได้ (up or down vote)

AIIB นั้น เป็นเครื่องมือทางการเงินการคลังที่สำคัญยิ่งของจีน ในการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจีนมองว่าจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมโยงทางถนน ทางรถไฟ ทางอากาศ ทางทะเล ทางน้ำ ฯลฯ ในเอเชีย ซึ่งจะขยายไปสู่แอฟริกาและยุโรปต่อไปได้ อันจะเป็นส่วนสำคัญของการสร้างโครงข่ายทางเศรษฐกิจที่จีนเรียกว่า News Silk Road ซึ่งหากศึกษาแผนการดังกล่าว ก็จะเห็นว่า ยุทธศาสตร์ทาง เศรษฐกิจของผู้นำจีนคือการใช้การพัฒนาความเชื่อมโยงทางคมนาคม เป็นพื้นฐานของการส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจ โดยจีนเป็นจุดศูนย์กลางของการรวมตัวดังกล่าว

ทั้งนี้ AIIB ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวมากกว่าองค์กรประเภทเดียวกัน ที่ได้ถูกจัดตั้งโดยประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ไอเอ็มเอฟ (ซึ่งสหรัฐมีคะแนนเสียงสูงพอที่จะยับยั้งการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ และให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ต้องเป็นคนยุโรป) ธนาคารโลก (ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธาน ต้องเป็นคนสัญชาติอเมริกา) และธนาคารเพื่อการพัฒนาของเอเชีย (ซึ่งประธานจะต้องเป็นคนสัญชาติญี่ปุ่น) แต่กรณีของ AIIB นั้น แม้จีนจะเป็นประเทศที่ลงเงินมากที่สุด แต่ก็จะมีคะแนนเสียงจำกัดที่ 25% จึงจะไม่ได้มีคะแนนเสียงสูงพอที่จะยับยั้งการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ได้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้น AIIB จึงเป็นองค์กรที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะได้ถูกกำหนดให้เงินร่วมลงทุนสูงถึง 100,000 ล้านเหรียญ และสามารถขยายเพิ่มได้อีก โดยคาดหวังว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า และน่าจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีน ในภูมิภาคเอเชียและเศรษฐกิจโลกโดยรวม

ในขณะเดียวกัน การผ่านกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษกับประธานาธิบดีสหรัฐเป็นเวลานานถึง 6 ปี ในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี ก็เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราจะจำได้ว่าประธานาธิบดีโอบามา เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากคุมได้ทั้ง 2 สภา ทำให้เกิดวิกฤติ ไม่สามารถผ่านกฎหมายงบประมาณ และขัดแย้งกันเรื่องงบประมาณ จนกระทั่งพนักงานของรัฐบาลต้องหยุดงาน

แต่มาวันนี้ประธานาธิบดีโอบามา กลับร่วมมือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกัน จนสามารถผ่านกฎหมายให้อำนาจพิเศษ เพื่อเจรจาเขตการค้าเสรีได้ ทั้งๆ ที่เสียงส่วนใหญ่ของพรรคเดโมแครต คัดค้านการเปิดตลาดของสหรัฐอย่างแข็งขัน ทั้งนี้ เพราะส่วนหนึ่งประธานาธิบดีโอบามา ต้องการจะมีผลงานในการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง คือ การการทำเขตการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศหลักรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ Trans Pacific Partnership (TPP)

ทั้งนี้ ในช่วงที่ประธานาธิบดีโอบามาพยายามขอเสียงสนับสนุน TPP นั้น ได้ตอกย้ำให้ สส.และ สว.ของสหรัฐเข้าใจว่าการก่อตั้ง TPP นั้น หมายความว่าสหรัฐและกลุ่ม TPP จะเป็นผู้ชี้นำและ “เขียนกฎเกณฑ์” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาค และ หากประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้มาซึ่งอำนาจพิเศษ ในการเจรจาเขตการค้าเสรีดังกล่าว นักธุรกิจสหรัฐก็จะเสียเปรียบในการเข้าสู่ตลาดในเอเชีย ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

และหากจะพูดกันอย่างไม่อ้อมค้อมก็คือ TPP นั้น จะเป็นเครื่องมือและยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐและญี่ปุ่น ในการยืนยันและรักษาสถานะของความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกาและทวีปเอเชีย ทั้งนี้ เพราะ TPP มีสมาชิกทั้งสิ้น 12 ประเทศ ได้แก่ ประเทศหลักในเอเชีย ยกเว้นจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งในส่วนของเกาหลีใต้นั้น คงไม่มีปัญหาในการเข้าร่วม TPP มากนัก เพราะมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอยู่แล้ว ในขณะที่อินโดนีเซีย ก็คงจะได้รับการต้อนรับด้วยดี หากแสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วมเขตการค้าเสรีดังกล่าว สำหรับจีนก็จะต้องตัดสินใจว่า จะยอมรับกฎกติกาที่ญี่ปุ่นและสหรัฐจะกำหนดขึ้นหรือไม่ และมองได้ว่า TPP นั้น สามารถบดบังยุทธศาสตร์ New Silk Road ของจีนได้ ประเทศที่จะตกที่นั่งลำบากน่าจะเป็นประเทศไทย ซึ่งผมจะขยายความในบทความต่อไป

สำหรับขั้นตอนต่อไป ผมเชื่อว่าสหรัฐและญี่ปุ่น จะเร่งเจรจาทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกัน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นต้นแบบ (template) ของข้อตกลงที่สหรัฐจะจัดทำกับประเทศสมาชิก TPP อีก 10 ประเทศ ให้แล้วเสร็จในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถเปิดเผยสาระของข้อตกลงทั้งหมดต่อสาธารณชนได้ในเดือนสิงหาคม เพราะกฎหมายกำหนดว่า จะต้องให้ประชาชนได้มีเวลาศึกษาข้อตกลงดัง กล่าวเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน และต้องทิ้งช่วงเวลารวมทั้งสิ้น 4 เดือน จึงจะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้

ซึ่งหากสามารถทำข้อตกลง TPP ให้แล้วเสร็จได้ภายในต้นเดือนสิงหาคม ก็จะสามารถนำไปสู่การพิจารณาและออกเสียงได้ภายในปลายปีนี้ ทั้งนี้ เพราะประธานาธิบดีโอบามาทราบดีว่า หากรีรอไปถึงปีหน้า TPP จะไม่สามารถผ่านสภาได้ เพราะ จะเข้าสู่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งการเมืองจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้น และการทำเขตการค้าเสรีนั้น กระทบต่อฐานเสียงของพรรคเดโมแครต เช่น สหภาพแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตัวเต็งที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของพรรคเดโมแครต คือนางฮิลลารี คลินตัน ไม่กล้าแสดงจุดยืนของตนเกี่ยวกับ TPP โดยกล่าวว่าจะต้องขอดูรายละเอียดก่อน ทั้งๆ ที่ครั้งที่นางฮิลลารี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ก็ได้รับหน้าที่หลักในการก่อตั้งและขับเคลื่อนเสียงสนับสนุน TPP ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของนโยบายหักเหมาสู่เอเชียหรือ Asia Pivot ของประธานาธิบดีโอบามา

- See more at: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635019#sthash.DdptD5Lk.dpuf

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการลงนามจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย

(Asia Infrastructure Investment Bank หรือ AIIB) โดยมีสมาชิกร่วมก่อตั้งทั้งสิ้น 57 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศสำคัญๆ เช่น จีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพ เยอรมนี อังกฤษ และออสเตรเลีย ตลอดจนเกือบทุกประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย จะมี 2 ประเทศหลักที่ไม่ได้เข้าร่วม ได้แก่ สหรัฐและญี่ปุ่น แต่การจัดตั้ง AIIB เกือบจะไม่ได้มีการรับรู้โดยสาธารณชน เพราะถูกกลบโดยข่าวเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศกรีซ

ในขณะเดียวกัน ข่าวเกี่ยวกับการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนโครงการประกันสุขภาพของประธานาธิบดีโอบามา และการตัดสินให้คนรักร่วมเพศ มีสิทธิทางกฎหมายที่จะจดทะเบียนแต่งงานกันได้ในสหรัฐ ก็บดบังข่าวการผ่านกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐ เจรจาทำความตกลงเขตการค้าเสรีแบบรวบรัด (fast track) กล่าวคือ เมื่อเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอเป็นกฎหมายให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบได้ แต่แก้ไขในเนื้อหาสาระไม่ได้ (up or down vote)

AIIB นั้น เป็นเครื่องมือทางการเงินการคลังที่สำคัญยิ่งของจีน ในการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจีนมองว่าจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมโยงทางถนน ทางรถไฟ ทางอากาศ ทางทะเล ทางน้ำ ฯลฯ ในเอเชีย ซึ่งจะขยายไปสู่แอฟริกาและยุโรปต่อไปได้ อันจะเป็นส่วนสำคัญของการสร้างโครงข่ายทางเศรษฐกิจที่จีนเรียกว่า News Silk Road ซึ่งหากศึกษาแผนการดังกล่าว ก็จะเห็นว่า ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของผู้นำจีนคือการใช้การพัฒนาความเชื่อมโยงทางคมนาคม เป็นพื้นฐานของการส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจ โดยจีนเป็นจุดศูนย์กลางของการรวมตัวดังกล่าว

ทั้งนี้ AIIB ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวมากกว่าองค์กรประเภทเดียวกัน ที่ได้ถูกจัดตั้งโดยประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ไอเอ็มเอฟ (ซึ่งสหรัฐมีคะแนนเสียงสูงพอที่จะยับยั้งการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ และให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ต้องเป็นคนยุโรป) ธนาคารโลก (ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธาน ต้องเป็นคนสัญชาติอเมริกา) และธนาคารเพื่อการพัฒนาของเอเชีย (ซึ่งประธานจะต้องเป็นคนสัญชาติญี่ปุ่น) แต่กรณีของ AIIB นั้น แม้จีนจะเป็นประเทศที่ลงเงินมากที่สุด แต่ก็จะมีคะแนนเสียงจำกัดที่ 25% จึงจะไม่ได้มีคะแนนเสียงสูงพอที่จะยับยั้งการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ได้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้น AIIB จึงเป็นองค์กรที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะได้ถูกกำหนดให้เงินร่วมลงทุนสูงถึง 100,000 ล้านเหรียญ และสามารถขยายเพิ่มได้อีก โดยคาดหวังว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า และน่าจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีน ในภูมิภาคเอเชียและเศรษฐกิจโลกโดยรวม

ในขณะเดียวกัน การผ่านกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษกับประธานาธิบดีสหรัฐเป็นเวลานานถึง 6 ปี ในการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี ก็เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราจะจำได้ว่าประธานาธิบดีโอบามา เป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากคุมได้ทั้ง 2 สภา ทำให้เกิดวิกฤติ ไม่สามารถผ่านกฎหมายงบประมาณ และขัดแย้งกันเรื่องงบประมาณ จนกระทั่งพนักงานของรัฐบาลต้องหยุดงาน

แต่มาวันนี้ประธานาธิบดีโอบามา กลับร่วมมือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกัน จนสามารถผ่านกฎหมายให้อำนาจพิเศษ เพื่อเจรจาเขตการค้าเสรีได้ ทั้งๆ ที่เสียงส่วนใหญ่ของพรรคเดโมแครต คัดค้านการเปิดตลาดของสหรัฐอย่างแข็งขัน ทั้งนี้ เพราะส่วนหนึ่งประธานาธิบดีโอบามา ต้องการจะมีผลงานในการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง คือ การการทำเขตการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศหลักรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ Trans Pacific Partnership (TPP)

ทั้งนี้ ในช่วงที่ประธานาธิบดีโอบามาพยายามขอเสียงสนับสนุน TPP นั้น ได้ตอกย้ำให้ สส.และ สว.ของสหรัฐเข้าใจว่าการก่อตั้ง TPP นั้น หมายความว่าสหรัฐและกลุ่ม TPP จะเป็นผู้ชี้นำและ “เขียนกฎเกณฑ์” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาค และหากประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้มาซึ่งอำนาจพิเศษ ในการเจรจาเขตการค้าเสรีดังกล่าว นักธุรกิจสหรัฐก็จะเสียเปรียบในการเข้าสู่ตลาดในเอเชีย ที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

และหากจะพูดกันอย่างไม่อ้อมค้อมก็คือ TPP นั้น จะเป็นเครื่องมือและยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐและญี่ปุ่น ในการยืนยันและรักษาสถานะของความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกาและทวีปเอเชีย ทั้งนี้ เพราะ TPP มีสมาชิกทั้งสิ้น 12 ประเทศ ได้แก่ ประเทศหลักในเอเชีย ยกเว้นจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งในส่วนของเกาหลีใต้นั้น คงไม่มีปัญหาในการเข้าร่วม TPP มากนัก เพราะมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหรัฐอยู่แล้ว ในขณะที่อินโดนีเซีย ก็คงจะได้รับการต้อนรับด้วยดี หากแสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วมเขตการค้าเสรีดังกล่าว สำหรับจีนก็จะต้องตัดสินใจว่า จะยอมรับกฎกติกาที่ญี่ปุ่นและสหรัฐจะกำหนดขึ้นหรือไม่ และมองได้ว่า TPP นั้น สามารถบดบังยุทธศาสตร์ New Silk Road ของจีนได้ ประเทศที่จะตกที่นั่งลำบากน่าจะเป็นประเทศไทย ซึ่งผมจะขยายความในบทความต่อไป

สำหรับขั้นตอนต่อไป ผมเชื่อว่าสหรัฐและญี่ปุ่น จะเร่งเจรจาทำความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกัน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นต้นแบบ (template) ของข้อตกลงที่สหรัฐจะจัดทำกับประเทศสมาชิก TPP อีก 10 ประเทศ ให้แล้วเสร็จในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถเปิดเผยสาระของข้อตกลงทั้งหมดต่อสาธารณชนได้ในเดือนสิงหาคม เพราะกฎหมายกำหนดว่า จะต้องให้ประชาชนได้มีเวลาศึกษาข้อตกลงดังกล่าวเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน และต้องทิ้งช่วงเวลารวมทั้งสิ้น 4 เดือน จึงจะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้

ซึ่งหากสามารถทำข้อตกลง TPP ให้แล้วเสร็จได้ภายในต้นเดือนสิงหาคม ก็จะสามารถนำไปสู่การพิจารณาและออกเสียงได้ภายในปลายปีนี้ ทั้งนี้ เพราะประธานาธิบดีโอบามาทราบดีว่า หากรีรอไปถึงปีหน้า TPP จะไม่สามารถผ่านสภาได้ เพราะจะเข้าสู่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งการเมืองจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้น และการทำเขตการค้าเสรีนั้น กระทบต่อฐานเสียงของพรรคเดโมแครต เช่น สหภาพแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตัวเต็งที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนของพรรคเดโมแครต คือนางฮิลลารี คลินตัน ไม่กล้าแสดงจุดยืนของตนเกี่ยวกับ TPP โดยกล่าวว่าจะต้องขอดูรายละเอียดก่อน ทั้งๆ ที่ครั้งที่นางฮิลลารี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ก็ได้รับหน้าที่หลักในการก่อตั้งและขับเคลื่อนเสียงสนับสนุน TPP ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของนโยบายหักเหมาสู่เอเชียหรือ Asia Pivot ของประธานาธิบดีโอบามา



สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : AIIB  New Silk Road  TPP Asia Pivot

view

*

view