หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,993,031
Page Views 23,553,517
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

หุ้นเพิ่มทุน IPO, PP และ RO (ตอน 1)

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ พินิจพิเคราะห์ โดย กิติชัย เตชะงามเลิศ


การที่บริษัทต่าง ๆ นำหุ้นของตนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ mai จุดประสงค์หนึ่งก็คือการระดมทุน ส่วนจุดประสงค์หรือประโยชน์อื่น ๆ ที่จะได้รับจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน ผมเคยเขียนไว้ในบทความก่อน ๆ ของผม ชื่อว่า "เอาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กันดีกว่า" โดยค้นดูได้จาก Blog ของผม kitichai1,blogspot.com

โดยก่อนจะเข้าตลาดก็ต้องจ้างที่ปรึกษาทางการเงินช่วยแนะนำการจัดทำข้อมูล และระบบบัญชีที่ถูกต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อทำการยื่นไฟลิ่งเพื่อขอเป็นบริษัทจดทะเบียน และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ก็สามารถที่จะขายหุ้น IPO เพื่อระดมทุนจากประชากรทั่วไปได้ ซึ่งในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา หุ้น IPO ได้สร้างผลตอบแทนให้กับผู้จองซื้อหุ้นเหล่านี้เป็นอย่างมาก โดยบางตัวให้ผลกำไรมากกว่า 200% เสียด้วยซ้ำ ภายในเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากผู้จองซื้อชำระเงินค่าหุ้นจองเหล่านี้ ต่างก็ได้รับผลประโยชน์กันถ้วนหน้า

พักหลังๆ นี้ นักลงทุนรายย่อยหรือรายละเอียด (รายเล็กจิ๋ว) ล้วนแล้วแต่ไม่มีสิทธิ์ได้จองหุ้นเหล่านี้ ถ้ามีวอลุ่มซื้อขายน้อยไม่ถึงเกณฑ์โบรกเกอร์ที่เป็น Underwriter กำหนด คนที่มีสิทธิ์จอง จึงมีแต่นักลงทุนรายกลางกับรายใหญ่เท่านั้น ซ้ำแล้วหุ้นจองหลายตัวก็ถูกเจ้าของบริษัทดึงโควตากลับไปจัดสรรให้ญาติพี่น้อง มิตรสหาย และผู้มีอุปการคุณ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือ Supplier ต่าง ๆ นอกเสียจากหุ้นจองที่มีปริมาณหุ้นมาก ๆ รายย่อยจึงอาจมีสิทธิ์ได้จองกับเขาบ้าง ซึ่งหุ้นเหล่านี้พอเข้าตลาด ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นไม่มาก หรือบางครั้งอาจทำให้ผู้จองขาดทุนก็เป็นได้ ดังนั้นเวลาโบรกเกอร์ถามรายย่อยว่าอยากได้หุ้นจองไหม นั่นหมายความว่า หุ้นตัวนั้นไม่ค่อยเป็นที่พิศวาสของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่

ส่วนกรณีหุ้นที่เข้าตลาด 2-3 วันแรกขึ้นหวือหวาเป็น 100-200% ถ้าผมเป็นเจ้าของหุ้น ผมคงโกรธที่ปรึกษาทางการเงินและ Underwriter เป็นอย่างมาก ว่าทำไมตั้งราคาหุ้น IPO ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมากอย่างนี้ แทนที่บริษัทจะได้รับเงินจากการขาย IPO มากกว่านี้ ลองดูตัวอย่าง สมมุติว่าผมเป็นเจ้าของหุ้นบริษัท DEF จำกัด มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท Par ที่หุ้นละ 1 บาท ต่อมาเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้น ขาย IPO หุ้นละ 2 บาท ปรากฏว่าเข้าตลาดวันแรกราคาขึ้นไปปิดที่ 6 บาท ต่อมาวันที่สอง ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ 7.20 บาท

ลองคิดง่ายๆ กันครับว่า ถ้าตั้งขายราคา IPO ที่ 5 บาท นักลงทุนก็น่าจะยังแฮปปี้อยู่ เพราะว่าได้ผลตอบแทนวันแรกก็ 20% แล้ว ถ้าถือไปถึงวันที่สองไปขายที่ 7 บาท ก็ยังได้กำไรรวมแล้ว 40% เสียด้วยซ้ำ นับว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเยี่ยมยอดในช่วงเวลาการลงทุนสั้น ๆ เพียงแค่ประมาณครึ่งเดือนเท่านั้น แต่เงินที่ขาย IPO แทนที่บริษัทจะได้เงินจากการระดุมทุนครั้งนี้เป็น 250 ล้านบาท กลับได้เพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น เงินส่วนที่บริษัทควรจะได้อีก 150 ล้านบาท ก็ไปตกอยู่ที่นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายกลางรายใหญ่ที่ได้สิทธิ์จองหุ้นเหล่านี้ไป

ผมอยากเห็นตลาดหลักทรัพย์ฯทำ Scoring ให้คะแนนบรรดาที่ปรึกษาทางการเงินและ Underwriter เหล่านี้ ถ้าหุ้น IPO เมื่อเข้าตลาดแล้วมีราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากกว่า 20% ควรจะได้คะแนนเต็ม 10 ส่วนหุ้น IPO ตัวไหนที่เข้าตลาดแล้วราคาเปลี่ยนแปลงมากกว่า 100% น่าจะได้คะแนนต่ำกว่า 5 แล้วนำ Scoring นี้มาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นระยะ ๆ และควรจะกำหนดกฎเกณฑ์การจัดสรรหุ้น IPO เสียใหม่ โดยกำหนดสัดส่วนให้กับนักลงทุนสถาบัน : นักลงทุนรายกลางและรายใหญ่ : นักลงทุนรายย่อย เป็น 30 : 40 : 30 โดยนักลงทุนรายกลางและรายใหญ่ หมายถึงนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายต่อเดือนมากกว่า 100 ล้านบาท และมีพอร์ตการลงทุนสูงกว่า 100 ล้านบาท แล้วบังคับให้บริษัท Underwriter เหล่านี้ต้องประกาศรายชื่อผู้จองซื้อหุ้น IPO และจำนวนหุ้นที่แต่ละรายได้ใช้สิทธิ์จองต่อสาธารณะ อาจจะเป็นทางเว็บไซต์ของบริษัทและเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อความโปร่งใส มิฉะนั้นหุ้นจองตัวที่มีโอกาสกำไรสูง ๆ หลาย ๆ ครั้งอาจจะถูกจองโดยญาติพี่น้องของผู้บริหารของ Underwriter เหล่านั้นเสียเอง แทนที่นักลงทุนรายย่อยทั้งหลายที่ถูกเรียกติดปากว่า แมลงเม่า จะได้อานิสงส์จากกำไรของหุ้น IPO กับเขาบ้าง

เนื้อที่หมดแล้ว คงต้องมาต่อเรื่องหุ้น PP และ RO ในบทความหน้า ส่วนภาวะตลาดหุ้นช่วงนี้ ผมขอแนะนำให้ขึ้นขาย-ลงไม่ต้องรีบซื้อนะครับ เพราะว่าผมคิดว่าผลประกอบการที่จะทยอยประกาศออกมา คงจะสร้างความผิดหวังให้กับนักวิเคราะห์และนักลงทุน ซึ่งจะทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนลงไปอีก ทั้ง P/E 58 ก็จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หุ้นเพิ่มทุน IPO  PP RO ตอน 1)

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view