หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,000,547
Page Views 23,569,765
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยภัยพิบัติธรรมชาติ

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์คนเดินตรอก

โครงการป้องกันภัยพิบัติก็ดี โครงการเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติก็ดี หรือโครงการพัฒนาที่เป็นโครงการใหญ่ เช่น โครงการจัดการบริหารน้ำ โครงการขนส่งทางรางหรือโครงการอื่น ย่อมมีผู้ได้ประโยชน์และมีผู้เสียประโยชน์เสมอ การบริหารจัดการน้ำก็ย่อมมีผู้เสียประโยชน์จากโครงการป้องกันน้ำท่วมที่เป็นเส้นทางผ่านของน้ำลงทะเล เพื่อป้องกันน้ำท่วมบางพื้นที่ โครงการเยียวยาภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ เพราะฝนแล้งก็ดี การผันน้ำจากที่หนึ่งไปช่วยเหลืออีกที่หนึ่ง

โครงการพัฒนาทางหลวงแผ่นดิน โครงการพัฒนาการขนส่งระบบราง โครงการสร้างเขื่อน ผู้เสียประโยชน์คือผู้ที่ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ทางหลวง ระบบราง รวมทั้งการสร้างสนามบิน ท่าเรือเดินทะเล และอื่น ๆ แม้ว่าสังคมโดยส่วนรวมจะได้ประโยชน์ แต่ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งเสียประโยชน์ ซึ่งอาจจะรวมทั้งมลภาวะทางเสียง การสั่นสะเทือน ทัศนียภาพ การรบกวนต่าง ๆ

ประโยชน์ที่สังคมส่วนรวมหรือบางส่วนได้ จะนำมาเทียบกับความเสียหายที่สังคมอีกส่วนหนึ่งเสีย เพื่อเอามากลบลบกันไม่ได้ เพราะสังคมแต่ละสังคม ครอบครัวแต่ละครอบครัว บุคคลแต่ละบุคคล ให้คุณค่าสิ่งที่เป็นวัตถุจับต้องได้ และสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุจับต้องไม่ได้ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเชื่อ ประสบการณ์ความเป็นมาที่ต่างกัน

ผลประโยชน์ที่เท่า ๆ กันของสังคมหนึ่ง มีคุณค่าไม่เท่ากันกับคุณค่าของอีกสังคมหนึ่ง เงินจำนวนเดียวกัน เช่น 1 แสนบาท ย่อมมีคุณค่าไม่เท่ากันสำหรับบุคคลคนหนึ่งกับอีกบุคคลหนึ่ง ความเสียหาย 1 แสนบาทที่ทำให้คนอีกคนหนึ่งร่ำรวยขึ้น 1 แสนบาทจะเหมาเอาว่าความทุกข์กับความสุขของ 2 คนนี้รวมกันเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จะเหมาว่าสังคมที่มีเพียง 2 คนนี้มีความสุขเท่าเดิมไม่ได้ ความสุขหรือความทุกข์ของแต่ละสังคมหรือแต่ละคนนำมารวมกันหรือหักจากกันไม่ได้ เศรษฐศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องเหล่านี้จัดอยู่ในวิชา "การคลังสาธารณะ" (Public Finance) และวิชา "เศรษฐศาสตร์สวัสดิการ" (Welfare Economics) ที่ว่าด้วยเรื่องความสุขและความทุกข์จะเอามารวมกันหรือหักกลบลบกันระหว่างบุคคลไม่ได้ หรือ "Interpersonal Comparison"



เมื่อเรื่องความสุขกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลมีโครงการป้องกันหรือเยียวยาภัยพิบัติหรือโครงการพัฒนาของรัฐบาล เพียงแต่จะออกมาพูดว่า "ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะฝนมันแล้ง" ก็เป็นการพูดที่ไม่รับผิดชอบ ไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรมกับผู้ที่เสียหายที่เป็นสมาชิกของสังคม หรือพูดแต่เพียงว่าขอให้ผู้ที่ถูกเวนคืนที่ดินควรเสียสละเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ก็ไม่ยุติธรรมกับเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน

ในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์สวัสดิการ เมื่อจะมีโครงการอะไรของรัฐบาลเพื่อความสุขของผู้คนส่วนหนึ่ง โดยไม่มีประชาชนส่วนใดมีความทุกข์มีความเสียหาย เป็นโครงการที่ดีที่สุดหรือวิธีการที่ดีที่สุด หรือ "The best solution" แต่ก็เป็นไปไม่ได้ด้วยการชดเชยด้วยเงินหรือวัตถุ เพราะความสุขความทุกข์ทางจิตใจชดเชยกันไม่ได้ด้วยเงินหรือวัตถุ เพราะไม่รู้ว่าจะชดเชยอย่างไรมากน้อยอย่างไรหรือด้วยวิธีการอะไร

ใน ระบอบสังคมนิยมที่ถือว่าสังคมสำคัญกว่าปัจเจกชนพรรคสังคมนิยมหรือพรรค คอมมิวนิสต์ที่เป็นรัฐบาลถือว่าพรรคของตนเป็นตัวแทนของประชาชน ดังนั้นตนจึงตัดสินใจแทนประชาชนได้ ในระบอบเผด็จการโดยคนคนเดียว คนคนเดียวก็ตัดสินใจแทนประชาชนที่ตนเป็นตัวแทนได้ และสังคมที่ผู้ปกครองเผด็จการเป็นตัวแทนของคนชั้นสูงจำนวนน้อยที่อยู่ใน เมือง เสถียรภาพของรัฐบาลเผด็จการนั้นขึ้นอยู่กับนายทุน นักวิชาการและคนชั้นสูงในเมืองที่มีจำนวนน้อย คนส่วนใหญ่ที่เป็นคนชั้นล่างในเมืองและคนในชนบทภาคเกษตรไม่มีความหมาย ไม่มีส่วนในการเลือกรัฐบาล จึงไม่เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของรัฐบาล การสะท้อนความต้องการของคนชั้นล่างในภาคเกษตรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ผู้ปกครองคิดว่าเป็นคนโง่ไร้การศึกษายากจนจึงไม่จำเป็นต้องสนใจ

การที่เราไม่สามารถหามาตรการหรือนโยบายที่ดีที่สุดที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ได้ประโยชน์ โดยไม่มีใครเสียประโยชน์ ไม่เป็นทุกข์ ก็ไม่ได้หมายความว่าสังคมหรือรัฐบาลไม่ต้องทำอะไร มนุษย์ยังต้องการ "รัฐ" ซึ่ง "รัฐบาล" ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของ "รัฐ" ที่สังคมจะขาดเสียไม่ได้

นักเศรษฐศาสตร์จึงเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดอันดับสอง หรือ "Second Best Alternative" กล่าวคือ ถ้านโยบายใดหรือโครงการพัฒนาใด โครงการลงทุนหรือมาตรการเยียวยาใด แก้ไขหรือป้องกันได้ดีกับสังคมโดยส่วนรวม แต่มีสมาชิกบางส่วนเสียหายเป็นทุกข์ ก็ชดเชยให้คุ้มกับความเสียหายหรือความเป็นทุกข์

ส่วนสิ่งที่จะสะท้อนความต้องการหรือไม่ต้องการ ก็จะสะท้อนจากกระบวนการประชาธิปไตย หรือการดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตย เช่น การเลือกตั้งรัฐสภา การเลือกตั้งหัวหน้ารัฐบาล การทำประชามติ การทำประชาพิจารณ์ เพื่อสะท้อนความเห็นของคนส่วนใหญ่ที่ได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ขณะเดียวกันคนที่เสียประโยชน์ได้รับการชดเชยเป็นทรัพย์สินเงินทองสิ่งของ และได้รับการชดเชยทางด้านจิตใจด้วย ถ้าทำได้ ทฤษฎีทางเลือกที่ดีที่สุดอันดับสองจะเกิดขึ้นไม่ได้ในสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือผู้คนในสังคมที่อำนาจรัฐตกอยู่ในมือของคนชั้นสูงกลุ่มน้อย

นอก จากจิตสำนึกของคนชั้นสูงที่กุมอำนาจจะต้องเป็นจิตสำนึกที่เป็นประชาธิปไตย แล้วคนชั้นล่างระดับรากหญ้าต้องหวงแหนทะนุบำรุงรักษาสิทธิ์ของการเป็นสมาชิก ส่วนหนึ่งของสังคมด้วย ต้องเข้าใจว่าประชาธิปไตยเป็น "สิ่งที่กินได้" เป็นขบวนการแบ่งปันผลประโยชน์ที่คนส่วนใหญ่มีส่วนร่วม

ความคิดของนักเศรษฐศาสตร์ ประชาธิปไตยเป็นตลาดของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และทรัพยากรของสังคมที่ยุติธรรม เป็นการกำหนดราคาและคุณค่าของมาตรการจากการดำเนินการของรัฐบาล ด้วยกลไกทางการเมือง กลวิธีของตลาด การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และทรัพยากรของสังคมเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาด ไม่เหมือนกับระบอบเผด็จการที่ขบวนการการเมืองไม่ได้เป็นตลาดของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ การจัดสรรทรัพยากรที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วม เป็นการจัดการของคนคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

ประโยชน์ของตลาดที่เกิดขึ้นจากขบวนการประชาธิปไตยก็คือ "ประสิทธิภาพ" และความพอใจของคนส่วนใหญ่ที่สามารถเรียกร้องและสามารถได้รับการตอบสนองในระยะยาว ส่วนต้นทุนหรือ Cost ของประชาธิปไตยก็คือความล่าช้าแต่สุขุมรอบคอบ "การทุจริต" หรือ Corruption หากขบวนการตรวจสอบของประชาชนไม่เข้มแข็งพอ ทุกสังคมที่เป็นประชาธิปไตยต้องผ่านกระบวนการที่ต้องเสียต้นทุนให้ เพื่อแลกกับประชาธิปไตย อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการสนองตอบความต้องการของสมาชิกในสังคมในระยะยาว เพราะจะเกิดตลาดในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของสังคม ถ้าทรัพยากรของสังคมมีอยู่อย่างไม่จำกัด ตลาดก็ไม่จำเป็น เมื่อตลาดไม่มีระบบ ขบวนการประชาธิปไตยก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกิดขึ้น รัฐบาลอยากทำอะไรอย่างไรและเพื่อใครเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครเสียโอกาส ค่าเสียโอกาสก็ไม่มี ซึ่งไม่มีสังคมใดในโลกมีลักษณะเช่นนั้น

เมื่อเกิดภัยพิบัติฝนแล้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่ตั้งกรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงไม่มีหลักฐานที่จดไว้ ทั้งโดยคนไทย คนจีน หรือฝรั่ง ว่าเกิดเหตุเภทภัยแล้งขนาดนี้ การบำบัดเยียวยา การสนใจ เอาใจใส่หรือมีการต่อรองแลกเปลี่ยนทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดระหว่างชาวนาชาวไร่ ชาวสวนที่มีจำนวนมาก กับคนในกรุง ระหว่างความทุกข์ของชาวนาชาวไร่ กับความไม่สะดวกสบายของคนในกรุง หญ้าในสนามกอล์ฟจะเสียหายกับน้ำจะมีรสกร่อย อุตสาหกรรมผลิตน้ำขวดจะต้องลดการผลิตลง จะไม่เห็นผู้นำของเราออกไปดูแลกำกับการบำบัดทุกข์ในพื้นที่ แม้ในวันสุดสัปดาห์ แต่อาจจะเห็นตีกอล์ฟอยู่ที่สนามราชพฤกษ์ก็ได้ ไม่สมกับที่เคยทวงบุญคุณกับประชาชน

ไม่มีประชาธิปไตย ก็ไม่มีตลาดต่อรองสำหรับคนรากหญ้า ประชาธิปไตยกินไม่ได้สำหรับคนชั้นสูงในเมือง แต่เป็นสิ่งที่กินได้สำหรับคนชั้นล่างที่ไม่มีปากเสียง

ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในเรื่องนี้คือ Dr.Jame M. Buchanan เคยเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

วิชาเศรษฐศาสตร์บางทีก็ล้ำเข้าไปในวิชารัฐศาสตร์


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เศรษฐศาสตร์ ว่าด้วยภัยพิบัติธรรมชาติ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view