http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,118,414
เปิดเพจ23,732,725

หน่วยรบไซเบอร์ ...เมื่อเทคโนโลยีทรงพลังกว่าการถือปืน

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ผลสำรวจของ "แคสเปอร์สกี้ แลป" ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสระดับโลก ระบุว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงถูกโจมตีทางไซเบอร์เป็นอันดับ 33 จาก 250  ประเทศทั่วโลก เนื่องจากยังมีผู้นิยมใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนและไม่นิยมอัพเดตซอฟต์แวร์  รวมทั้งยังไร้มาตรการดูแลเรื่องความมั่นคงและปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ที่ชัดเจนและรัดกุม

ข้อเท็จจริงดังกล่าวส่งผลให้กองทัพไทยเร่งพัฒนาหน่วยงานที่เรียกว่า “ศูนย์ไซเบอร์” ขึ้นมา เพื่อต่อกรกับปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ “ไซเบอร์”

หนทางนำพาประเทศไปสู่ความเจริญ มั่งคั่ง และมีเสถียรภาพ  จำเป็นต้องมีพลังทางอำนาจ 5 ด้าน ได้แก่ พลังทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การทหาร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่หากว่ากันเฉพาะ “พลังอำนาจทางทหาร”  กองทัพไทยเริ่มให้ความสำคัญกับ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องภัยคุกคามด้านไซเบอร์

พล.ต.ฤทธี  อินทราวุธ  ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร กองทัพบก อธิบายว่า พลังอำนาจทางทหาร  มีพื้นที่ปฎิบัติการหลักๆ อยู่  5 ด้าน ได้แก่ พื้นที่ปฏิบัติการบนดิน ( Land Domain ) , พื้นที่ปฏิบัติการในน้ำ ( Sea Domain ) , พื้นที่ปฏิบัติการในอากาศ ( Air Domain ) และพื้นที่ปฏิบัติการบนห้วงอวกาศ ( Space Domain ) 

"ทั้งหมดถูกควบคุม โดยไซเบอร์ โดเมน ( Cyber Domain ) ซึ่งนับเป็นโดเมนที่สำคัญมาก ต่อให้คุณมีรถถัง มีกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเต็มไปหมด แต่ไม่สามารถควบคุมสั่งการได้ก็เท่านั้น ไม่เห็นภาพการเคลื่อนไหวทางการรบ เพราะถูกแฮ็กเข้าไปในระบบ โจมตีในโครงข่าย บิดเบือนข้อมูลต่างๆนานาจนกองทัพเสียการควบคุมล่มสลายและพ่ายแพ้ ด้วยงบประมาณของพื้นที่ปฎิบัติการอื่นที่มีค่อนข้างมหาศาลเมื่อเทียบกับ “ไซเบอร์ โดเมน” ทำให้ประเทศขนาดเล็กหลายประเทศที่มีงบประมาณด้านการทหารจำกัด เลือกสร้างศักยภาพทางทหารให้แข็งแกร่งด้วยไซเบอร์ วอริเออร์ หรือนักรบไซเบอร์แทน"ผอ.หน่วยรบไซเบอร์กล่าว

4 ภัยคุกคามในไทย

ในต่างประเทศ เราคงเห็นตัวอย่างของภัยคุกคามหรือการโจมตีทางไซเบอร์ระดับรุนแรงกันอย่างบ่อยครั้ง เช่น การปล่อยไวรัสสตักซ์เน็ต (  Stuxnet )  ทำลายระบบโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่าน จนทำให้ต้องปิดโรงงานทั้งหมด 

หน่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber security and Integration Center:NCCIC) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดระดับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ( Spectrum of Cyber Threats ) ไว้  5 ระดับ ประกอบด้วย

1.ภัยคุกคามในระดับรัฐบาลแห่งชาติ (National Governments) คือ ภัยที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ การเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์ เพื่อสร้างความรำคาญให้กับหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนถึงขั้นทำให้เกิดการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา เป็นต้น 

2.การก่อการร้าย และ กลุ่มการก่อร้าย (Terrorists)  มุ่งสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งสร้างความหวาดกลัวไปยังประชาชนในประเทศเป้าหมาย

3.สายลับหรือพวกจารกรรมในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มองค์กรอาชญากรรม (Industrial Spies and Organized Crime Groups) การจารกรรมขององค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรเครือข่ายอาชญากรรมต่างๆ เป็นภัยคุกคามระดับกลางของประเทศ 

4.กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีอุดมการณ์ (Hacktivists) และกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีอุดมการณ์เป็นรูปแบบของกลุ่มเล็กๆ มีแรงจูงใจหรือแนวทางเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง หรือบุคคลทางการเมือง รวมทั้งกลุ่มต่อต้านต่างๆ ในระดับประเทศที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม

5.แฮ็กเกอร์  (Hackers) การโจมตีไซเบอร์แบบนี้จะเกิดมากที่สุด และมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยพวกเหล่าแฮ็กเกอร์มือสมัครเล่น สามารถก่อให้เกิดภัยคุกคามที่สำคัญอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบรวมทั้งการสร้างความเสียหายในระยะยาวให้กับโครงสร้างพื้นฐานในระดับชาติได้

5 ข้อดังกล่าวคือภัยคุกคามของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งห่างไกลจากระดับความรุนแรงของเมืองไทยที่ส่วนใหญ่จำนวนมากเป็นเพียงไวรัส มัลแวร์ การแฮกหน้าเว็บ และการโจมตีด้วยข้อมูลข่าวสาร สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย 

ผอ.หน่วยรบไซเบอร์ ระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับระดับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ 4 ด้าน ได้แก่

ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การใช้ไซเบอร์เพื่อสร้างให้เป็นภัยคุกคามในระดับประเทศ หรือระดับชาติ วิธีการอาจจะเพียงแค่ใช้เว็บไซต์ของประเทศตนเอง เผยแพร่ข่าวสารที่ทำให้เกิดความได้เปรียบทางการเมือง หรือด้านความมั่นคง หรือข้อมูลความลับของชาติ การแพร่กระจายโปรแกรมไม่พึงประสงค์

ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) เป็นการใช้ไซเบอร์ เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารของผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อให้สื่อมวลชนกระแสหลักนำไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐเกิดความกลัวเกรง ถือเป็นการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) การปฏิบัติการจิตวิทยาอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีการแสดงถึงผลงานของผู้ก่อความไม่สงบที่อาจจะส่งผลกระทบ ทำให้เกิดแนวร่วมของผู้ก่อความไม่สงบเพิ่มขึ้น

ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่กระทำได้ง่าย และยากต่อการดำเนินคดีต่อผู้กระทำ การดำเนินการดังกล่าว มีทั้งการเผยแพร่ภาพที่หมิ่นสถาบันฯ การวิจารณ์สถาบันฯ ในทางเสื่อมเสีย  โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่อาจจะดำเนินการได้  เนื่องจาก สาเหตุหลายประการ อาทิ ผู้กระทำไม่ได้อยู่ประเทศไทย หรือผู้กระทำใช้เครื่องมือของต่างประเทศ ซึ่งกฎหมายของต่างประเทศไม่ได้รับรองความผิดในฐานความผิดนั้น

ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพ เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพหรือผู้นำกองทัพเสื่อมเสีย เพื่อลดความน่าเชื่อถือในสังคม ย่อมจะสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการปกป้อง หรือพิทักษ์อธิปไตยของชาติ

“ปัจจุบันมีการมอนิเตอร์ เฝ้าระวัง ข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องและสร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของประเทศตลอดเวลา สิ่งไหนที่สามารถตอบโต้ได้ภายใต้กฎหมาย เราก็จะพยายามสร้างเนื้อหาเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันยังตรวจสอบไปยังแหล่งที่มาของการสร้างความเสียหาย เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงไอซีที เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป” ผอ.ศูนย์ไซเบอร์กล่าว

นอกจากเรื่องระบบข้อมูล ศูนย์ไซเบอร์ยังมีหน้าที่รณรงค์ปลูกฝังให้ความรู้แก่ข้าราชการทหารและประชาชนให้เกิดความตระหนักในการใช้เครื่องมือสื่อสารอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นพาหะในการแพร่กระจายความผิดโดยไม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์

เร่งพัฒนานักรบทั้งเชิงรุกและรับ

พล.ต.ฤทธี บอกว่า ปฎิบัติการของศูนย์ไซเบอร์ในปัจจุบันให้น้ำหนักไปที่เชิงรับคือการพัฒนาระบบป้องกันเครือข่ายข้อมูลของหน่วยงานในกองทัพ  ส่วนเชิงรุกเนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ก็ได้สร้างและพัฒนาคนไว้อย่างต่อเนื่อง  ดังเช่นการแข่งขันระบบงานจำลองการฝึกด้านไซเบอร์ (Cyber Range) ภายใต้งาน “อาร์มี ไซเบอร์คอนเทสต์ 2015” (Army Cyber Contest 2015) ที่ผ่านมา

"ในเชิงรุก ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้มีพัฒนาคนเพื่อไปละเมิดกฎหมายหรือสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแน่นอน เป็นหลักของการปฎิบัติงานในหน่วยงานอยู่แล้ว"

ขณะเดียวกัน พล.ต.ฤทธี บอกอีกว่า ในอนาคตกองทัพเตรียมพัฒนาหลักสูตรไซเบอร์เป็นของตัวเอง เนื่องจากปัจจุบันสร้างคนจากหลักสูตรของสถาบันและบริษัทเอกชนอื่นที่มีหลักสูตรเรื่อง การรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศ หรือ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ 

อีกหนึ่งความคาดหวังของ ผอ.ไซเบอร์ ก็คือ การลงทุนกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย

“มนุษย์มีข้อจำกัดทางด้านสมองและร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยเฝ้าระวังคัดกรองข้อมูลหรือจัดการกับภัยคุกคามแทนคนมากกว่าที่เป็น เนื่องจากปัจจุบันมีการกระทำความผิดในโลกไซเบอร์เยอะมาก  ส่วนตัวเชื่อว่าอำนาจกำลังรบที่ไม่มีตัวตนและลงทุนน้อยเป็นที่เรื่องควรให้ความสนใจ  เพราะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยรักษาความมั่นคงของประเทศที่ค่อนข้างได้ผลไม่น้อยหน้ากว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ แสนยานุภาพกำลังรบอื่นๆ เพราะแฮกเกอร์คนเดียว อาจจะหยุดกองทัพได้ทั้งกองเลยก็ได้”

สงครามไซเบอร์ทรงพลังมากกว่าการถืออาวุธปืนหรือยุทโธปกรณ์ เราสามารถที่จะสร้างความเข้าใจหรือบิดเบือนชี้นำให้คนเอาปืนหันไปทางอื่น หรือโจมตีกันเองได้ นับเป็นการเปลี่ยนวิถีการรบในอนาคตอย่างแท้จริง


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : หน่วยรบไซเบอร์ เทคโนโลยี ทรงพลังกว่าการถือปืน

view

*

view