หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,999,031
Page Views 23,562,804
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

เบื้องหลังวงการฟุตบอลฉาว อิทธิพล บังยี ล้นสมาคม

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

       ปริศนาผู้ตัดสินเอียง ปัญหาที่แก้ไม่ตกในวงการฟุตบอลไทย เมื่อเป้าใหญ่สนองบางทีมคว้าแชมป์ แถมตอนนี้เอื้อเฟื้อถึงทีมที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งนายกสมาคมฯ คนใหม่ ชี้ตำแหน่งแชมป์หรืออันดับดีมีผลต่อสปอนเซอร์รายได้หลักของทีม ฟันธงไม่มีทางแก้ได้หากทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม จับตาผู้ท้าชิง “วรวีร์” ไหวหรือไม่

        ใครที่ชมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อ 20 กันยายน 2558 เกมระหว่างการท่าเรือกับชลบุรี โดยเฉพาะการให้จุดโทษกับทีมการท่าเรือ ที่ค้านสายตาแฟนบอล ทำให้ผลการแข่งขันที่ออกมาทีมการท่าเรือเป็นฝ่ายชนะทีมชลบุรี 3:1 ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในวันนั้นคือนายสุเมธ สายแวว ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทันที
       
       รวมถึงนายจเด็จ มีลาภ ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี ที่ออกมาตำหนิการทำหน้าที่ของกรรมการอย่างรุนแรง พร้อมระบุว่า สถิติครึ่งแรก เราฟาวล์ 11 ครั้ง เสีย 2 ใบเหลือง และ 1 จุดโทษ แต่การท่าเรือไม่ฟาวล์เลยสักครั้ง
       
       "เกมนี้เหลืออดจริงๆ ผมเดินลงไปเพราะหมดความอดทน ซึ่งปกติผมไม่ค่อยมีปัญหากับผู้ตัดสิน ผมรู้ตัวว่าต้องโดนปรับ แต่ถ้าผู้ตัดสินคนนี้ไม่โดนลงโทษอะไร ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน"
       
       แม้กระทั่งนายสมชาย ทรัพย์เพิ่ม ผู้จัดการทีมการท่าเรือ ยอมรับว่าทีมไม่น่าได้จุดโทษ
       
       รุ่งขึ้นพลเอกชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมากล่าวว่า การตัดสินถูกต้องแล้ว ถ้าได้ดูภาพช้าจะพบว่ามีการใช้ขาตวัดเตะขาหลังของคู่แข่งด้วย ซึ่งก็เป็นไปตามวิจารณญาณของผู้ตัดสินที่จะยกเจตนาดังกล่าวขึ้นมาประกอบ ซึ่งผมมองว่าก็ถูกต้องแล้ว
       
       เวลาต่อมานายสุเมธ สายแวว ผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในเกมที่เกิดปัญหา ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการผู้ตัดสินสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยขอยุติบทบาทการ ทำหน้าที่ผู้ตัดสินฟุตบอลไทย โดยยอมรับว่าได้ทำหน้าที่ผิดพลาดถึง 2 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงการทำหน้าที่ในนัดล่าสุด
       
       จากนั้นประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินออกมากล่าวต่อว่า นายสุเมธ สายแวว ทำหน้าที่ผิดพลาดจริง หลังจากได้ดูเทปบันทึกภาพอีกครั้งอย่างละเอียด
       
       การออกมาปกป้องผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินคนดังกล่าวตัดสินใจลาออก และการออกมายอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการตัดสิน ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในวันที่ 21 กันยายน 2558 ของกระบวนการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
       
       ยิ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมากถึงมาตรฐานของกรรมการตัดสิน ฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีกและกังขาถึงการออกมาปกป้องผู้ตัดสินในหลายๆ ครั้งของพลเอกชินเสณ ทองโกมล
       
       เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง จนทำให้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้จากทางสมาคมและประธานคณะกรรมการผู้ ตัดสินด้วยการให้ผู้ตัดสินฟุตบอลไปทำพิธีสาบานที่วัดพระแก้วเมื่อ 28 กรกฎาคม 2557 จนถึงวันนี้เหตุการณ์ในลักษณะเดิมก็ยังคงมีให้เห็นอย่างเรื่อยมา
       
       แถมด้วยเรื่องร้อนที่มีการทวงเงินของนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่ เรียกร้องว่ายังไม่ได้รับเงินอัดฉีด 12 ล้านบาทจากทางฟีฟ่า โดยที่สมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงว่าทางฟีฟ่ายังไม่ได้ส่งเงินมาให้กับทางสมาคม

      เหลือ 11 นัดมีอีกชัวร์
       
       “เราจะได้เห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ต่อไปอีกแน่นอน เพราะตอนนี้การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์ เหลืออีก 11 นัด อันดับ 1 คือเอสซีจี เมืองทอง อันดับ 2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต้มเท่ากันคือ 53 แต้ม แต่ผลต่างประตูเมืองทองดีกว่า 1 ลูก 2 ทีมนี้จะต้องเน้นผลการแข่งขันกันทุกนัดเพื่อแย่งตำแหน่งแชมป์ในปีนี้” ผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าประเมิน
       
       ปีที่แล้วเมืองทองพลาดแชมป์ทำได้อันดับ 5 บุรีรัมย์เป็นแชมป์ ซึ่งทั้ง 2 ทีมถือว่าเป็นทีมใหญ่ที่แย่งตำแหน่งแชมป์กันมาตลอด และเมื่อ 2 ทีมนี้พบกันมีความเป็นไปได้ทั้งโอกาสที่แฟนบอลจะปะทะกันหรือการเล่นกันอย่าง เต็มที่ของนักฟุตบอลทั้ง 2 ทีม ถือว่าเป็นเกมเดือดทุกครั้งที่พบกัน
       
       วลีอมตะที่เจ้าของทีมบุรีรัมย์อย่างนายเนวิน ชิดชอบ กล่าวไว้เสมอคือ “แพ้ใครแพ้ได้ แต่ไม่แพ้เมืองทอง”
       
       ฟุตบอล-การเมืองย่อส่วน
       
       แม้เรื่องกีฬาจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เมื่อคนการเมืองโดดลงมาทำทีมกีฬา ย่อมเป็นเรื่องที่คนนอกวงการกีฬาก็ต้องหันมามองถึงการขับเคี่ยวกันของทีม ฟุตบอล 2 ทีมนี้
       
       ชัดเจนว่านายเนวิน ชิดชอบ อดีตหัวเรือใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ถอยจากการเมืองหันมาทำทีมฟุตบอลจากระดับจังหวัดขึ้นมาเป็นระดับประเทศและ ก้าวขึ้นสู่ระดับเอเชีย เอสซีจี เมืองทอง ของนายระวิ โหลทอง เจ้าของสื่อใหญ่ด้านกีฬา แม้จะไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นที่รับรู้กันถึงสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน อีกตำแหน่งหนึ่งคือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย
       
       การตัดสินใจเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของสายของเนวินในอดีต ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นฝ่ายค้าน ท่ามกลางความไม่พอใจของนายใหญ่จากเพื่อไทยอย่างนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรียกเจ้าของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดว่า “คนทรยศ”
       
       โดยก่อนการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2556 เนวินได้ออกมาเปิดหน้าชนการทำงานของนายวรวีร์อย่างเต็มตัว แต่สุดท้ายผลการเลือกตั้งก็ออกมาโดยวรวีร์นั่งเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลต่อจน ถึงปัจจุบัน
       
       17 ตุลาคม 2558 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยกำหนดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 และเลือกตั้งสภากรรมการ คาดว่าในวันดังกล่าวจะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยกันใหม่
       
       ครั้งนี้มีผู้สมัคร 3 ทีมประกอบด้วยทีมของนายวรวีร์ มะกูดี ทีมของ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก และทีมของนายธวัชชัย สัจจกุล คงต้องรอดูว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีปัญหาความวุ่นวายเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วหรือไม่
       
       ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
       
       “สิ่งที่ผู้ชมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกได้เห็นเรื่องผู้ตัดสินตัดสิน แปลกๆ หรือเอียงนั้น ปัญหานี้จะแก้ไม่ได้ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย”
       
       ผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ด้วยโครงสร้างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ทำให้ทุกอย่างเป๋ไปหมด คุณวรวีร์เป็นนายกสมาคมฟุตบอล ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลลีกของประเทศไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณระวิ แห่งสยามกีฬา เจ้าของทีมเอสซีจี เมืองทอง ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกสยามกีฬาได้ไป ก่อนไปเสนอให้กับกลุ่มทรูวิชั่นส์ อย่างนี้แล้วจะไม่เกิดข้อครหาในวงการฟุตบอลได้อย่างไร
       
       ผู้ตัดสินก็อยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คุณวรวีร์เชิญพลเอกชินเสณ ทองโกมล ให้เข้ามารับหน้าที่เป็นประธานผู้ตัดสิน เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งบางประการกับคุณเนวิน หลายครั้งที่ทั้ง 2 ทีมเจอกัน มีปัญหาเรื่องการตัดสินของกรรมการบ้าง แต่คุณเนวินก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้เหมือนในอดีต
       
       “แต่จะมีสักกี่ทีมที่ทำได้อย่างทีมบุรีรัมย์ โดนสารพัด โทษเบากลายเป็นโทษหนัก เจ้าของทีมต้องแก้ปัญหาประการเดียวคือยิงประตูคู่แข่งและเอาชนะให้ได้ ทีมอื่นคงยากเพราะทุนไม่มากพอที่จะหานักเตะฝีเท้าดีเข้ามาอยู่ในทีม”
       
       ทุกทีมอยากเป็นแชมป์ทั้งนั้น โดยเฉพาะทีมใหญ่ที่มีความหวัง เพราะอันดับการแข่งขันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลถือเป็นสิ่งสำคัญของทุกทีม มีผลต่อรายได้และความอยู่รอดของทีม อย่างฤดูกาลนี้ทีมในระดับไทยพรีเมียร์ลีก 18 ทีมได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 20 ล้านบาท ผลงานของทีมจะมีผลต่อการหาสปอนเซอร์และรายได้จากผู้ชมทั้งบัตรผ่านประตูและ การจำหน่ายของที่ระลึก
       
       ไม่ว่าทีมนั้นจะมีนักเตะฝีเท้าดี หรือมีโค้ชที่มีความสามารถแค่ไหน ผู้ตัดสินจะมีผลต่อการแข่งขันต่อการแพ้ชนะของทุกทีม

        อันดับ-แชมป์ มีผลต่อรายได้
       
       ผู้จัดการทีมในไทยพรีเมียร์ลีกรายหนึ่งกล่าวว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีหลักฐานว่ากรรมการเอียงไปข้างใด พวกเราแค่ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมาจากสาเหตุใด แน่นอนว่าทีมที่แฟนบอลจับตามองมากที่สุดคือทีมเอสซีจี เมืองทอง ว่าได้รับประโยชน์จากการตัดสินแบบค้านสายตาอยู่บ่อยครั้ง
       
       อย่างก่อนหน้านี้ผลงานของทีมเมืองทองโดดเด่นมาก สปอนเซอร์ใหญ่อย่างเอสซีจีก็ย้ายจากทีมสมุทรสงครามมาอยู่กับเมืองทอง 3 ฤดูกาลกับงบประมาณ 100 ล้านบาท ปีที่แล้วเมืองทองพลาดแชมป์ หากปีนี้พลาดแชมป์อีกย่อมไม่เป็นผลดีต่อทีมแน่นอน ดังนั้นการได้แชมป์จึงมีความหมายกับทุกทีมที่จะส่งผลไปถึงเรื่องของ สปอนเซอร์รายใหญ่ในอนาคต
       
       การแพ้ชนะแบบไร้ข้อกังขาถือเป็นเรื่องธรรมดาของกีฬา เชื่อว่าทุกทีมยอมรับได้ แต่ในหลายครั้งหลายเกม การตัดสินของกรรมการออกมาในลักษณะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทุกทีมลงทุนในการทำทีมขั้นต่ำในเวลานี้คงไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ทีมใหญ่ลงทุนกัน 200-300 ล้านบาทต่อฤดูกาล เมื่อมาเจอแบบนี้หลายทีมก็รู้สึกท้อใจ เพราะฟุตบอลทุกวันนี้เป็นเรื่องของธุรกิจ
       
       เอื้อเฟื้อทีมที่เลือก
       
       เช่นเดียวกับอดีตผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอีกรายที่กล่าวว่า ตอนนี้ใกล้เลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล การตัดสินที่เอื้อประโยชน์ไม่ใช่ให้กับทีมใหญ่บางทีมเท่านั้น แต่ยังเอื้อเฟื้อไปถึงทีมอื่นที่เคยเป็นฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ด้วย เพื่อหวังจะซื้อใจสโมสรฟุตบอลที่เป็นสมาชิกให้กลับเข้ามาลงคะแนนเลือกตั้ง ให้อีกครั้ง
       
       ทีมไหนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับผู้บริหารสมาคมฯ ก็จะเจอปัญหาเรื่องการตัดสินของผู้ตัดสินที่ตัดสินเป็นลบกับทีมนั้น
       
       “เราอยู่ในอาชีพนี้มานาน ดูการตัดสินของรุ่นน้องๆ ก็มองออกว่าเจตนาอะไร แม้บางครั้งเกิดจากความผิดพลาดจริงๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับผู้ตัดสินทุกคน แต่หลายคนพลาดซ้ำอยู่ตลอด ทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ อีกอย่างเมื่อตัดสินไปแล้วโอกาสกลับคำตัดสินแทบไม่มี ดังนั้นทีมที่เสียประโยชน์ก็ต้องยอมรับสภาพ บางทีมอาจถึงขั้นพลาดแชมป์ บางทีมอาจถึงขั้นตกชั้น”
       
       นั่นหมายถึงรายได้หรือผลประโยชน์อื่นของทีมก็จะเสียหาย เพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเงินทั้งหมด ตกชั้นได้เงินบำรุงทีมน้อยลง เลื่อนชั้นได้เงินบำรุงทีมมากขึ้น ได้แชมป์มีรางวัลเพิ่มอีกไม่น้อย
       
       จริงๆ แล้วรายได้ของผู้ตัดสินในไทยพรีเมียร์ลีกไม่มาก เฉพาะผู้ตัดสินได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อนัด ไม่รวมค่าเดินทางและที่พัก ไลน์แมนและผู้ตัดสินที่ 4 ก็ได้ลดหลั่นกันไป แต่การตัดสินที่ผิดพลาดนั้นส่งผลต่อทีมฟุตบอลน่าจะเป็นหลักล้านบาท เพราะมีเรื่องค่าเดินทาง ค่าที่พักต่างๆ ของที่ต้องมาคำนวณอีก

        ข้อสังเกต-ตัดสินเอียง
       
       อดีตผู้ตัดสินฟีฟ่ายังยอมรับอีกว่า การแข่งขันฟุตบอลลีกที่เป็นอาชีพแบบนี้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งสิ้น ผู้ตัดสินถือว่าเป็นผู้ที่จะมีส่วนช่วยให้เกิดผลแพ้ชนะให้กับทีมหนึ่งทีมใด ได้ แน่นอนว่าย่อมมีเซียนพนันที่เข้ามาติดต่อกับผู้ตัดสินเพื่อล็อกผลการแข่งขัน ตรงนี้มีทั้งทำเฉพาะบางคู่ และทำให้กับทีมใดทีมหนึ่ง
       
       การตรวจสอบหรือหาหลักฐานทำได้ยากเพราะเป็นการติดต่อกันส่วนตัว อีกทั้งในทางปฏิบัติแล้วเรื่องอย่างนี้ถือเป็นดุลพินิจของผู้ตัดสิน การจะไปบอกว่าการตัดสินครั้งนี้เอียงหรือเข้าข้างอีกทีมหนึ่ง จะถูกข้อหาหมิ่นประมาทได้
       
       วิธีการดูว่าผู้ตัดสินคนนั้นตัดสินเอียงหรือไม่ ให้ดูจากการเป่าฟาวล์หรือล้ำหน้า การให้ใบเหลือง ใบแดง หากเน้นไปที่ทีมใดทีมหนึ่งเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่อีกทีมหนึ่งก็กระทำในลักษณะเดียวกันแต่ไม่ได้รับการลงโทษก็ถือว่าน่า สงสัย
       
       เกมฟุตบอลถือเป็นเรื่องของสมาธิ หากผู้ตัดสินเอียง แต่ตัดสินให้อีกทีมหนึ่งเสียฟาวล์บ่อยๆ แต่นี่สมาธิของทีมนั้นก็เสียไปแล้ว เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้อีกทีมหนึ่งเล่นและมีสิทธิทำประตูได้ง่ายขึ้น หากผลยังไม่เกิดขึ้นถึงขั้นแพ้ชนะ การทำฟาวล์ในจังหวะต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่กรอบเขตโทษ อะไรที่ 50:50 ก็ตัดสินให้เป็นจุดโทษ
       
       ยุทธวิธีบีบเป็นพวก
       
       ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้จะตำหนิผู้ตัดสินรายใด หากผู้ตัดสินยึดมั่นในหลักการและจริยธรรมทางวิชาชีพ ย่อมจะทำให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทีมที่แพ้ก็ยอมรับได้
       
       แต่ในปัจจุบันทุกอย่างเสมือนถูกควบคุมจากสมาคมฟุตบอล ผู้ตัดสินหากตัดสินผิดพลาดก็จะถูกลงโทษจากประธานผู้ตัดสิน ซึ่งก็คือหนึ่งในผู้บริหารของสมาคม บางท่านถูกพักงานตลอดชีพ บางท่านเป็นปี หรือบางท่าน 4 นัด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประธานผู้ตัดสิน
       
       ใครที่นอกแถวก็จะถูกบทลงโทษยาวหรือถึงขั้นเลิกตลอดชีวิต ส่วนใครที่เดินตามแต่เกิดเรื่องเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อย่างมากก็ห้ามตัดสิน 4 นัด หลังจากนั้นก็มาทำหน้าที่ต่อ และมักจะเข้ามาตัดสินในคู่ที่มีผลได้เสียกับทีมเป้าหมายทั้งนั้น
       
       บางครั้งก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจน้องๆ ผู้ตัดสิน เช่นบทลงโทษที่ให้รายละเอียดว่า เป็นเพราะไม่เป่าจุดโทษให้กับทีมใหญ่ทีมหนึ่ง ทีมไหนคนดูฟุตบอลก็รู้ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับการบีบให้ผู้ตัดสินต้องเอื้อประโยชน์ให้กับ ทีมเป้าหมายของคนในสมาคม ใครไม่ทำตามก็ถูกลงโทษ แล้วอย่างนี้จะเกิดความเป็นธรรมในการตัดสินได้อย่างไร
       
       นอกจากนี้หากเข้าไปดูในเรื่องของระบบการควบคุมการตัดสินให้ดีจะพบว่า มีกรรมการบางท่านถือหุ้นในบริษัทสยามสปอร์ต หรือสยามกีฬา เป็นกรรมการในทีมใหญ่แถวเมืองทอง และเป็นหนึ่งในกรรมการพิจารณาผู้ตัดสิน แล้วอย่างนี้จะเป็นธรรมกับทีมอื่นๆ หรือไม่
       
       ถามว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับผู้ตัดสินทั้งนักฟุตบอลและแฟนบอลจะ เข้าไปทำร้ายผู้ตัดสิน ส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากสาเหตุนี้ นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้กองเชียร์ของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดการปะทะกันได้
       
       นี่คือเรื่องที่แก้ไขไม่ได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสมาคมฟุตบอล
       
       วัดใจเลือกนายกคนใหม่
       
       หากไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สุดท้ายทีมอื่นๆ ก็อาจถอดใจเลิกทำทีม ผลเสียที่ตามมาคือคุณภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ผลงานในอนาคตอาจจะแย่ลง และอาจไม่มีนักฟุตบอลฝีเท้าดีรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทดแทน
       
       ดังนั้นความหวังในการเปลี่ยนแปลงจึงอยู่ที่การเลือกตั้งนายกสมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศไทยครั้งนี้ หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม เป้าหมายเพื่อให้บางทีมเป็นแชมป์
       
       คู่แข่งของวรวีร์ในครั้งนี้อย่าง พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก และนายธวัชชัย สัจจกุล จะฝ่าด่านเอาชนะทีมงานของคุณวรวีร์ได้หรือไม่ แต่นาทีนี้ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิม เมื่อปี 2556 พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ท่านมีตำแหน่งเป็นกรรมการในสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA)
       
       วันนี้เพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลและวรวีร์ไม่มีตำแหน่งในฟีฟ่าแล้ว เหล่าสมาชิกสโมสรฟุตบอลต่างๆ จะลงมติเลือกใคร


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เบื้องหลัง วงการฟุตบอลฉาว อิทธิพล บังยี ล้นสมาคม

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view