http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,117,114
เปิดเพจ23,731,388

นายกฯลั่นเร่งรัดมาตรฐานธุรกิจใหม่เป็นสากล

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"พล.อ.ประยุทธ์" พบปะนักธุรกิจ สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ขอบคุณ สนับสนุนการค้า การลงทุนในไทย ลั่นเร่งรัดมาตรฐานธุรกิจใหม่เป็นสากล

 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจการเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติ ระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2558 ว่า เมื่อเวลา 18.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น  ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 11 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะและหารือระหว่างอาหารค่ำกับผู้แทนจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา -อาเซียน (USABC) และผู้แทนระดับสูงจากบริษัทต่าง ๆ ประกอบด้วยบริษัทเชฟลอน จีเอสเค และฟิลลิป มอร์ลิส              

 พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ กับผู้แทนจากสภาธุรกิจ สหรัฐอเมริกา - อาเซียน ว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณUSABC ที่เป็นผู้สนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ไทย-สหรัฐฯ และมีส่วนช่วยอธิบายพัฒนาการต่าง ๆ ในไทย ซึ่งช่วยให้หลาย ๆ ฝ่ายในสหรัฐฯ เข้าใจไทยดีขึ้น บริษัทยังเชื่อมั่นและยังคงดำเนินธุรกิจและหลายบริษัทได้เพิ่มการลงทุนใน ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า“รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเข้ามาสร้างเสถียรภาพ ท่ามกลางความแตกแยกตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมไปกับการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคง รัฐบาลได้ปฏิรูปและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของประเทศที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน โดยมีเป้าหมายเพื่อทุกภาค ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนสามารถทำมาหากินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความตั้งใจดีที่จะปูพื้นฐานให้รัฐบาลในอนาคต สามารถเดินหน้าพัฒนาประเทศไปด้วยความสะดวกและไม่มีเจตนาจะครองอำนาจเพื่อตน เอง สำหรับภาคธุรกิจ รัฐบาลได้เร่งรัดทั้งเรื่องปรับปรุงมาตรฐานธุรกิจใหม่ให้มีความเป็นสากลและ ลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนเพื่อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนค้าขายกับประเทศ ไทย”                  

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ ในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมาว่า  ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นทำให้การบริหารประเทศ ต้องหยุดชะงัก ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบ อย่างมาก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาสร้างความสงบเรียบร้อย ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ  สร้างความปรองดองในชาติ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และขอยืนยันเดินหน้าตาม Roadmap และการปฏิรูปตามที่รัฐบาลได้เคยประกาศไว้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ไปข้างหน้าโดยยึดถือหลักนิติธรรม วางรากฐานความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และการต่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลต่อไปสามารถดำเนินนโยบายได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม             

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหาที่สะสมไว้มานาน ซึ่งที่ผ่านมาถูกละเลย อาทิ การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการทำประมงผิดกฎหมาย  โดยได้ดำเนินการออกกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551  พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558  พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในการจัดการกับผู้กระทำผิด ที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมไปถึงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมาย รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้ใช้แรงงานทาส การค้ามนุษย์ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ สำหรับเรื่องของ IUU รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะจัดการกับการประมงผิดกฎหมาย และจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้าประมงจากประเทศไทยปราศจากกระบวนการที่ผิด กฎหมาย ซึ่งหวังว่า USABC และสภาหอการค้าสหรัฐฯ จะช่วยให้ข้อมูลทำความเข้าใจกับบริษัทนำเข้าสินค้าประมงสหรัฐ ฯ เล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทย                    

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 2560 ตามขั้นตอนของ Roadmap  ดังนั้น รัฐบาลจะใช้เวลาที่มีอยู่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศด้วยการวางราก ฐานการปฏิรูปประเทศในทุกด้านให้มีความเป็นสากล พัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน วางระบบโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ และอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนไม่ว่าจะเป็น การปรับกฎระเบียบและข้อตกลงให้มีมาตรฐานสากล  การเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค  ทั้งในด้านการผลิตสินค้า การให้บริการ และการส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึง การพัฒนาบุคลากร/ แรงงานฝีมือให้มีคุณภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการคมนาคมขน ส่งและโลจิสติกส์ให้ทันสมัย                              

ทั้งนี้ การปฏิรูปประเทศและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้น จะดำเนินการควบคู่ไปกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังเร่งด่วน โดยรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ NGO เข้ามาร่วมดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง  นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายโครงการของรัฐ (คตร.) เพื่อดูแลการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปอย่างโปร่งใส  โดยทำงานควบคู่ไปกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นอกจากนี้รัฐบาลได้ริเริ่มนำสัญญาคุณธรรมมาใช้ในการประมูล จัดซื้อจัดจ้างโครงการของภาครัฐ เพื่อเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญภาคประชาสังคมสามารถตรวจสอบความโปร่งใส รวมทั้งการนำระบบการลงทุนการก่อสร้างภาครัฐ (CoST: Construction Sector Transparency) เข้ามาใช้ในการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล   ขอให้มั่นใจได้ว่า หากเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยแล้ว การลงทุนนั้นจะมีมาตรฐาน เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้              

สำหรับการพัฒนาการศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีคุณภาพ  สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศที่ก้าวไปข้างหน้า รัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา โดยมีผู้เชี่ยวชาญ  ด้านการศึกษา มาร่วมกันคิด เสนอแนะแนวทางการปฏิรูปเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกระดับชั้น นับตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงอุดมศึกษา รวมทั้งระดับอาชีวะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานนอกเหนือจากการพัฒนามาตรฐานฝีมือโดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพแรงงานในภูมิภาคและในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจที่เข้ามาลงทุน  ซึ่งหากบริษัทใด มีการฝึกอบรม และส่งเสริมการทำวิจัยและพัฒนา  รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต่างประเทศ ที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น  จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การลดหย่อนทางภาษี หรือการได้รับความอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งรัฐบาลจะแจ้งให้ทุกท่านรับทราบต่อไป  ทั้งนี้ หวังว่าจะมีบริษัทสหรัฐฯ และสถาบันการศึกษาสนใจเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาการศึกษาและพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์มากยิ่งขึ้น เช่น บริษัท Chevron ที่ได้จัดทำโครงการ Thailand Partnership Initiative เพื่อส่งเสริมการศึกษาด้าน สะเต็ม (STEM) และอาชีวศึกษา 

สำหรับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจถือเป็นหัวใจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ รัฐบาลให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่ภาครัฐจะส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งในทุกภูมิภาค ผ่านการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) การลงทุนใน Super Cluster และ การลงทุนด้านนวัตกรรม  ซึ่งจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเชื่อมโยงกันในแต่ละพื้นที่  การให้สิทธิประโยชน์ในการเข้ามาลงทุนเป็นพิเศษ และการส่งเสริมให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และง่ายต่อการที่ภาคธุรกิจจะเข้ามาลงทุน    ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้ จะควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่น  ผสมผสานความเข้มแข็งจากภายในด้วยการสนับสนุนและพัฒนาจากภายนอก

ในการส่งเสริมความเข้มแข็งจากภายนอกสู่ภายใน รัฐบาลจะสร้าง Cluster ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและ Super Cluster ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีสูง เพื่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ด้านในของประเทศส่งเสริมการกระจายตัวของเขต อุตสาหกรรมและการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ โดยกำหนดพื้นที่ภายในประเทศ 9 แห่ง (กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคใต้) เพื่อเป็นที่ตั้งของ Cluster ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ธุรกิจการแพทย์เครื่องมือแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์โทรคมนาคม  และอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอยู่เป็นทุนเดิม เช่น เกษตรแปรรูป สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 

ทั้งนี้ จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 15 ปี  ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำที่เข้ามาทำงานใน ประเทศ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร) และสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษีกับผู้ลงทุน (เช่น พิจารณาให้ถิ่นที่อยู่ถาวรสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ) รวมถึงการพิจารณายืดอายุการเช่าที่ดิน และคิดค่าเช่าในพื้นที่ราคาพิเศษ  

ขณะเดียวกัน เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กภายในประเทศ (SMEs) สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือในเรื่องของแหล่งเงินทุน โดยมีการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ SMEs ในวงเงิน 100,000 ล้านบาท และลดภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับ SMEs จากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 10 รวมถึงการสนับสนุนการสร้างนักธุรกิจหน้าใหม่  ผ่านกองทุนร่วมทุน และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับธุรกิจที่ตั้งใหม่ที่เป็นธุรกิจที่ใช้นวัตกรรม (มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม) เป็นระยะเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของภาคการผลิตของไทย และเป็นแหล่งสนับสนุนในเรื่องของปัจจัยการผลิตหลักให้แก่ภาคธุรกิจ  โดยได้มีการดำเนินมาตรการทั้งในเรื่องการส่งเสริมแหล่งเงินทุนและการจัดทำ โครงการขนาดเล็ก ส่งเสริมธุรกิจชุมชนต่าง ๆ  ซึ่งหากชุมชนเข้มแข็งแล้ว ก็จะเป็นกำลังสำคัญในเรื่องของ Value Chain ให้แก่ ภาคธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศ

ล่าสุด ธนาคารโลกจัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ของโลกในเรื่องความสะดวกในการทำธุรกิจเพื่อให้การทำธุรกิจสะดวกยิ่งขึ้นอีก รัฐบาลจึงได้กำหนดแนวทางเพื่อลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติต่างๆ ของส่วนราชการให้ใช้ระยะเวลาสั้นลง และเป็นภาระกับผู้ประกอบการน้อยที่สุด  ดังเช่น ในเรื่องการขอใบอนุญาตประกอบการ และการติดต่อกับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน  ภาครัฐจึงมีมาตรการที่จะปรับ One Stop Service ให้สามารถลดระยะเวลา ลดการใช้ดุลยพินิจและขั้นตอนในการต้องไปติดต่อกับหน่วยราชการหลายแห่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการขณะนี้  ผลพลอยได้ด้านหนึ่งที่สำคัญในนโยบายและมาตรการของการปรับปรุงปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ ให้เป็นสากลยิ่งขึ้น การยกระดับมาตรฐานแรงงาน การเอื้อประโยชน์ต่อการค้าการลงทุน  ก็เพื่อเตรียมประเทศไทยให้พร้อมในกรณีที่รัฐบาลในวันข้างหน้าจะมีการตัดสิน ใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ด้วย 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้ามุ่งสู่การเลือกตั้งและการเป็นประชาธิปไตยตามที่ได้ ตั้งใจไว้  ประเทศจะขับเคลื่อนและเป็นประชาธิปไตยได้พร้อมๆ กับบ้านเมืองที่มีเสถียรภาพ มีการพัฒนาคน สังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน  

อนึ่ง  USABC เป็นองค์กรธุรกิจที่มีสมาชิกเป็นบริษัทชั้นนำที่เข้ามาลงทุนหรือทำธุรกิจกับ ประเทศไทยและในอาเซียน มีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทย กับสหรัฐฯ  และยังมีส่วนช่วยผลักดันให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ให้ความสนใจไทยและอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ  สมาชิก USABC ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ กลุ่มยา/เวชภัณฑ์  อาทิ Abbott, GlaxoSmithKline, Merck และ Pfizer กลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ / เครื่องดื่มน้ำอัดลมและอื่นๆ  ได้แก่ – Brown-Forman, Diageo และ Coca-Cola  กลุ่มยาสูบ - Philip Morris  กลุ่มอุตสาหกรรม - Caterpillar (ก่อสร้าง), Ford Motor (รถยนต์), Guardian (กระจก)  กลุ่มพลังงาน - Chevron, Conoco Phillips, General Electric และ Westinghouse  กลุ่มจัดส่งด่วน (Express Delivery Service - EDS) – FedEx และ UPS  กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ - Google, IBM, Oracle และ Time Warner   กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา - Deloitte and Touche (ด้านภาษี การเงิน และการประกอบธุรกิจ)  กลุ่มประกันภัย – Chartise (AIG) และกลุ่มบริษัทบัตรเครดิต อาทิ–Visa และ Mastercard เป็นต้น


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : นายกฯลั่น เร่งรัด มาตรฐานธุรกิจใหม่ เป็นสากล

view

*

view