หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,996,459
Page Views 23,557,157
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

สารพัดความเสี่ยง ซิงเกิล เกตเวย์ ได้ไม่คุ้มเสีย

สารพัดความเสี่ยง ซิงเกิล เกตเวย์ ได้ไม่คุ้มเสีย

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ภายหลังปรากฏข่าวว่า รัฐบาลกำลังพยายามผลักดันให้มี "โครงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศผ่านโครงข่ายช่องทางเดียว" หรือ "ซิงเกิล เกตเวย์" โดยให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ เสียงต่อต้านจากผู้คนในสังคมก็ดังกระหึ่ม 

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยได้ไปเปิดแคมเปญรณรงค์ ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ ในเว็บไซต์ Change.org โดยล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 75,000 คน ขณะที่ กระทรวงไอซีทีได้ออกมายืนยันว่านโยบายนี้ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาความเป็นไปได้ และไม่ได้มุ่งไปที่ความมั่นคง แต่มุ่งไปที่การใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและเอกชนเท่านั้น

และบรรทัดต่อจากนี้เป็นหลากหลายความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อนโยบาย ซิลเกิล เกตเวย์

ละเมิดสิทธิ-เน็ตช้า-ถูกโจมตีง่าย ความเสี่ยงหากมีซิงเกิล เกตเวย์

"ซิงเกิล เกตเวย์" ที่สังคมกำลังถกเถียง หมายถึงแนวคิดที่จะทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศที่ออกสู่ต่างประเทศทำงานผ่าน International Internet Gateway (IIG) หรือ "ประตูทางผ่าน" เพียงประตูเดียว แทนที่ปัจจุบันซึ่งมีมากกว่า 10 เกตเวย์ 

อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต อธิบายให้เห็นถึง 4 ประเด็นหลักที่ อาจเกิดขึ้นหากรัฐบาลผลักดันนโยบาย ซิงเกิ้ล เกตเวย์ ต่อไปไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

1. ถ้ารัฐทำจริงเป็นไปได้สูงว่าจะทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง  ขาดเสถียรภาพ และมีความเสี่ยงมากขึ้นที่อินเทอร์เน็ตจะล่มพร้อมกันทั่วประเทศ

2.การเอาทุกอย่างมารวมไว้ที่เดียว ยังเพิ่มโอกาสในการถูกโจมตี ได้ง่ายขึ้น  หากมีคนมาโจมตีเกตเวย์เดียว ความเสียหายก็กระจายไปทั่วประเทศ 

"พอมีปัญหาเรื่องความไม่เสถียร ล่มง่าย หากติดไวรัส มัลแวร์หรือถูกแฮกจุดเดียว โอกาสกระจายไปทั่วประเทศก็มีสูง ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ทำให้อินเทอร์เน็ตโดยรวมของประเทศมีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือน้อยลง และเป็นไปได้ว่า บริษัทผู้ประกอบการที่ต้องการความปลอดภัยของระบบอินเทอร์เน็ตสูง อาจจะตัดสินใจย้ายไปใช้บริการนอกประเทศ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับเรื่องเศรษฐกิจ

"รายงานศึกษา ข้อเท็จจริง เมื่อปี 2013  ระบุว่า หลังจาก เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน เปิดเผย โครงการสอดแนมของหน่วยงาน NSA ในสหรัฐฯ ทำให้บริษัท ผู้ให้บริการฝากไฟล์ข้อมูลแบบออนไลน์ สูญเสียลูกค้าจำนวนหนึ่ง โดยพวกเขาตัดสินใจย้ายออกไปใช้บริการประเทศอื่น เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในสหรัฐ"

3. ซิงเกิล เกตเวย์ ไม่ใช่แค่การรวมศูนย์การสื่อสารมาไว้จุดเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมศูนย์อำนาจตัดสินใจในการคัดกรองข้อมูลด้วย ต่างจากระบบปัจจุบัน ซึ่งหากรัฐต้องการข้อมูลจำเป็นต้องร้องขอผู้ให้บริการ มีการร้องต่อศาลและบันทึกหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีความเสียหายเกิดขึ้นภายหลัง ทำให้สามารถหาตัวผู้รับผิดชอบได้  แน่นอน ซิงเกิล เกตเวย์ อาจจะมีข้อดีคือทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่ข้อเสียใหญ่ก็คือไม่มีกลไลการตรวจสอบ และ หลักนิติธรรม ก็หายไป

หากดูตัวอย่างจากต่างประเทศ  กรณี เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง NSA ของสหรัฐ ทำการติดตาม โซเชียลมีเดียของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามนโยบายความมั่นคง แต่เป็นไปเพราะเรื่องส่วนตัว หรือที่ประเทศเกาหลีใต้ ที่พบว่าหน่วยงานความมั่นคงทำการดักฟัง ติดตาม อีเมลและข้อมูล ของนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม นักข่าว นักกิจกรรมสังคม รวมไปถึง การสื่อสารของผู้บริหารระดับสูง ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่อาจจะใช้อำนาจที่มีไปในเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องความมั่นคง

4.ซิงเกิล เกตเวย์  อาจมีปัญหาในแง่ของการรับประกันสิทธิพื้นที่ฐานทางด้านการสื่อสารของประชาชน ไม่มีกลไลตรวจสอบผู้ใช้อำนาจ หมายถึงว่า ประชาชนต้องเชื่อใจรัฐอย่างเดียว ว่ารัฐจะไม่ทำอะไรที่ผิดพลาด   ซึ่งที่ผ่านมา คนทั้งโลกเห็นแล้วว่า ยิ่งรัฐตรวจสอบได้ยากมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสเกิดคอรัปชั่นได้มากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อาทิตย์ ไม่ได้ปฎิเสธว่า ซิงเกิล เกตเวย์ นั้นมีผลดีต่อความมั่นคง เพียงแต่เป็นไปในระดับที่ไม่มีนัยยะสำคัญเท่านั้นเอง

"รายงานขององค์การนิวอเมริกา ฟาวน์เดชั่น เมื่อปี 2014 ได้ทำการศึกษาหน่วยงานความมั่นคง NSA ของสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการสอดแนมเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายหลังเหตุการณ์ไนน์วันวัน พบว่า 1%ของการสอดเนม ช่วยนำไปสู่การต่อต้านการก่อการร้าย และอีก 4% นำไปสู่การปราบปรามการก่อการร้าย ภาพรวมของข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า โครงการสอดแนม มีผลต่อต้านการก่อการร้าย ในระดับไม่มีนัยยะสำคัญ เมื่อยิ่งเปรียบเทียบกับทรัพยากรและงบประมาณที่สูญเสียไปกับโครงการนี้ด้วยแล้ว ทำให้เกิดคำถามถึงความคุ้มค่า ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการละเมิดสิทธิประชาชน จนประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตัดสินใจ ไม่ต่อสัญญากฎหมายสอดแนมดังกล่าวในที่สุดและไปใช้กฎหมายอื่นที่เหมาะสมกว่า โดยกลไกในการตรวจสอบมากขึ้นและไม่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเท่ากับกฎหมายเดิม"

ยากที่จะเป็นไปได้

อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นคำอธิบายที่ชัดเจนของคำว่า "ซิงเกิล เกตเวย์" จากทางภาครัฐ ทำให้สังคมพากันคิด ตระหนก และจินตนาการต่างๆ นานา

"ที่ผ่านมาภาครัฐชี้แจงว่า ซิงเกิล เกตเวย์ ไม่ใช่การควบรวมเกตเวย์หรือยุบรวมเกตเวย์ แต่ตั้งใจให้มีผลทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถ้าบอกแบบนี้ แปลว่าซิงเกิล เกตเวย์ ไม่ใช่การรวมเกตเวย์ทุกเส้นเป็นเส้นเดียว แต่อาจเป็นการสร้างเกตเวย์ขึ้นมาอีกหนึ่งเส้น โดยเป็นเส้นหลักที่ภาครัฐและเอกชนใช้ร่วมกัน และอาจทำให้ค่าใช้จ่ายทางด้านอินเทอร์เน็ตลดลง"

อภิศิลป์ อธิบายว่า โดยปกติแล้ว เกตเวย์ จะมีหลายเส้น และวิ่งไปนำข้อมูลจากหลายประเทศ  ซึ่งข้อมูลจะเข้าใช้เส้นไหนก็เป็นเรื่องของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี แต่ละรายในการหาวิธีบาลานซ์ตัวข้อมูล

"เวลาเราเปิดคลิปวิดีโอในยูทูป ผู้ให้บริการก็ต้องวิ่งไปต่างประเทศเพื่อเอาข้อมูลกลับมาให้คนไทยดู ซึ่งการที่วิ่งออกไปแล้วเอาข้อมูลกลับมานั้น ผู้ให้บริการของไทยจะต้องจ่ายเงินให้เจ้าของเกตเวย์ ซึ่งลงทุนวางระบบโครงสร้างไฟเบอร์ต่างๆ ไว้ ยิ่งมีการโหลดข้อมูลจากต่างประเทศมากเท่าไหร่ก็ต้องจ่ายเงินมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากมีเกตเวย์เส้นหลักขึ้นมาอาจจะประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้บ้าง"
 
อย่างไรก็ตามดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากรัฐบาลต้องการหวังผลในเรื่องความมั่นคงจาก ซิงเกิล เกตเวย์

อภิศิลป์ ให้ความเห็นว่า ซิงเกิล เกตเวย์ ไม่น่าจะช่วยในเรื่องความมั่นคง พร้อมยังเห็นว่าเป็นเรื่องล้มเหลวและสร้างปัญหาได้ง่ายเสียกว่ารูปแบบเดิม

"อินเทอร์เน็ตในโลกนี้มันเกิดขึ้นมาเพราะยุทธศาสตร์ทางการทหารในสหรัฐอเมริกา เขาต้องการกระจายความเสี่ยงไม่ให้ข้าศึกโจมตีจุดเดียวแล้วล่มทั้งหมด เลยเลือกทำให้เป็นเครือข่าย เมื่อถูกโจมตี หาก ล่มจุดหนึ่ง จุดอื่นยังสามารถใช้งานได้อยู่ ตรงนี้คือคุณูปการของอินเทอร์เน็ต เพราะฉะนั้นทหารไทยน่าจะเข้าใจอยู่แล้วว่าการรวมศูนย์นั้นอันตราย ไม่ได้ช่วยให้มั่นคงขึ้นเลย"

ขณะเดียวกันในทางปฎิบัติจริง นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย บอกว่า ซิงเกิล เกตเวย์ เป็นไปได้ยากและไม่คิดว่าจะทำได้สำเร็จ

“ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ซิงเกิล เกตเวย์ มันคืออะไรกันแน่ เพราะถ้าเราไปดูแผนที่อินเทอร์เน็ตประเทศไทย เกตเวย์มันมีการเชื่อมต่อไหลเวียนของข้อมูลมหาศาลมากมาย  การจะไปบังคับให้เอกชนมาใช้ด้วยกันที่เดียวจะทำได้อย่างไร ซึ่งถ้าจะบังคับก็ต้องมีการออกกฎหมายก่อน และถ้าออกกฎหมายเชื่อว่าผู้ให้บริการต้องมีการไปยื่นเรื่องไม่ให้กฎหมายข้อนี้ผ่าน 

"เมื่อมองไปในทางเทคนิคก็น่าสงสัย เมื่อเราจำเป็นต้องมีการสำรองเกตเวย์ไว้หลายๆ เส้นเพื่อกระจายความเสี่ยง หากจะไปรวมเหลือเส้นเดียวจะทำได้อย่างไร และหากคิดในแง่การแข่งกัน ผู้ให้บริการจะแข่งกันอย่างไรถ้าเกตเวย์เหมือนกันหมด เนื่องจากทุกวันนี้เขาแข่งกันด้วยขนาดของเกตเวย์ ใครท่อใหญ่กว่า รองรับข้อมูลได้มากกว่า"ผู้เชี่ยวชาญอินเทอร์เน็ตกล่าว

ต้องชี้แจงเป้าหมายให้ชัด

ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญทางระบบคอมพิวเตอร์และความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ แสดงความคิดเห็นว่า เพื่อความชัดเจนของนโยบายดังกล่าว มี 3 ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องชี้แจง คือ

1.รัฐบาลทำไปเพื่ออะไร ประโยชน์คืออะไร  ยังไม่มีการทำความเข้าใจ และสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างเพียงพอ ซึ่งหากจะทำเพื่อความมั่นคงก็ควรบอกให้ชัดเจนเสียเลย ไม่ใช่มาบอกว่าทำเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ 

2.ความมั่นใจและความโปร่งใส ในการปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม

3.ผู้ปฎิบัติการดูแลนั้น มีความสามารถเพียงพอ มีอำนาจ และมีประสิทธิภาพในระดับที่สังคมสามารถยอมรับได้หรือไม่ ที่สำคัญมีกฎหมายใดคอยควบคุมผู้มีอำนาจ ซึ่งอำนาจต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ

"เป้าหมายที่แท้จริงของ ซิงเกิล เกตเวย์  คือรัฐบาลต้องการดู การจราจรของข้อมูล หรือ ทราฟฟิก (Traffic)เพื่อส่งเสริมความมั่นคง ซึ่งการดำเนินการคงไม่ใช่ลักษณะของการรวมศูนย์มาอยู่ที่เดียวเหมือนที่กำลังถกเถียงกัน แต่น่าจะเป็นลักษณะอื่น ซึ่งรัฐบาลจะดักข้อมูลอย่างไรต้องพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่มาดักข้อมูลทั้งหมดทุกคน ทุกช่องทาง และตอนนี้เรายังไม่มีกฎหมายใดรองรับเลย  ซึ่งมันไม่ได้ กฎหมายต้องออกให้ชัดเจน ถอยกลับมาตั้งหลักก่อน" ปริญญากล่าว

ส่งเสริมความมั่นคงด้วยกฎหมายดีกว่า

พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางทหาร กองทัพบก ให้ความคิดเห็นว่า การควบคุมข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคงนั้น ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายและทางสังคมควบคุม

"ทางที่ดีที่สุดในการส่งเสริมความมั่นคง ต้องควบคุมภัยคุกคามด้วยมาตรการทางกฎหมาย โดยให้ผู้ให้บริการเกตเวย์ทั้งหมดปฎิบัติตามข้อกฎหมายของไทย โดยรัฐอาจจะให้เงินอุดหนุน หรือมีเงื่อนไข ข้อตกลงให้เอกชนดำเนินการกรองหรือป้องกันข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ดีกว่าการที่รัฐจะไปทำเองทั้งหมด ขณะเดียวกัน นอกจากมาตราการร่วมมือทางด้านกฎหมายแล้ว มาตรการรณรงค์ทางสังคมก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ในการทำให้สังคมรับรู้ว่า สิ่งที่เป็นภัยต่อความมั่นคง อย่างเช่น ข้อความหมิ่นสถาบัน สื่อลามกอนาจาร นั้นปล่อยไว้ไม่ได้"

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ แห่งกองทัพบก ทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดทั้งมวล การวางบริบทของประเทศที่ชัดเจนจะสำคัญต่อการกำหนดนโยบายทางด้านความมั่นคง

ทั้งหมดนี้คือท่าทีล่าสุดของหลายภาคส่วนที่มีต่อ นโยบายซิงเกิล เกตเวย์ ของรัฐบาล


เปิดแนวรบ‘ซิงเกิ้ล เกตเวย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

เป็นกระแสร้อนขึ้นมาทันที เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจัดทำแคมเปญต่อต้านการจัดตั้ง “ซิงเกิ้ล เกตเวย์ (Single Gateway)” ของรัฐบาล ผ่านเว็บไซต์ www.change.org เนื่องจากมองว่ารัฐบาลกำลังควบคุมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนโดยอ้างเรื่องความมั่นคง และตั้งแต่เริ่มแคมเปญวันที่ 24 ก.ย. 2558 ล่าสุดมีผู้ลงชื่อคัดค้านแล้ว 54,083 คน (19.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 2558)

กระทั่ง อุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องออกมาชี้แจงว่าการจัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์ เป็นการช่วยเหลือในด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้เน้นงานด้านความมั่นคง โดยจะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศให้ใช้งานในโครงข่ายเดียวกัน และขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น

“เราไม่ได้บังคับให้ใครเข้าร่วม และไม่จำเป็นต้องมีเกตเวย์เดียว เพราะถ้าระบบล่มจะมีปัญหาได้ เพียงแต่รัฐบาลต้องการสร้างฮับเนชั่นแนลซิงเกิ้ล เกตเวย์ในประเทศ” อุตตม ย้ำ

ทว่าเมื่อย้อนไปพลิกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการใน ครม.อย่างน้อย 4 ครั้งเร่งรัดซิงเกิ้ล เกตเวย์

เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษามาตรการในการแก้ปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ และเข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสม

นายกฯ ยังสั่งการให้กระทรวงไอซีที กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต

พร้อมทั้งให้ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีความจำเป็นต้องออกกฎหมายเพิ่มเติม  ก็ให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว

ต่อมา ในการประชุม ครม.วันที่ 21 ก.ค. 2558 และ 4 ส.ค. 2558 นายกฯ ได้ย้ำให้กระทรวงไอซีทีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการจัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์ตามมติ ครม.โดยด่วน และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ

“เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ต” มติ ครม. ระบุ

ล่าสุด วันที่ 25 ส.ค. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ เร่งรัดโครงการต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณ 2558 ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์ของกระทรวงไอซีที และรายงานให้นายกฯ ทราบภายในเดือน ก.ย.นี้

ทั้งนี้ ต่อประเด็นดังกล่าว นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า กสทช.มีนโยบายเปิดเสรีการให้บริการอินเทอร์เน็ต และที่ผ่านมาได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการไปแล้ว 10 ราย หากรัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายจะกระทบการลงทุนของเอกชน

“หลักการที่ผ่านมา คือ เปิดเสรีให้มีผู้ให้บริการหลายราย เพื่อให้เกิดการแข่งขันและจะทำให้ค่าบริการถูกลง แต่ทั้งนี้ก็ต้องไปดูนิยามให้ชัดว่าซิงเกิ้ล เกตเวย์ของรัฐบาลหมายถึงอะไร ต้องอธิบายให้ชัดและมีจุดสมดุลด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม แต่ส่วนตัวมองว่าการจัดทำซิงเกิ้ล เกตเวย์เป็นไปได้ยาก เหมือนกับเรามีด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทั่วประเทศ ถ้าจะมาบีบให้เหลือช่องทางเดียวคงเป็นไปไม่ได้” นพ.ประวิทย์ ระบุ

ด้าน อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งเว็บบล็อกนัน (blognone.com) มองว่า ในทางปฏิบัติการจัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์ทำได้ยากมาก ทั้งในเชิงเทคนิคและต้องใช้งบไม่ต่ำกว่าหลักแสนล้านบาทเพื่อลงทุนระบบเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ซึ่งในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศที่ใช้ซิงเกิ้ล เกตเวย์ เช่น จีน ที่จัดตั้งซิงเกิ้ล เกตเวย์และมีพัฒนาการไปอีกขั้นหนึ่ง โดยบังคับให้ทุกเว็บไซต์ต้องผ่านเกตเวย์ของรัฐบาล

“หากอ้างว่าทำซิงเกิ้ล เกตเวย์เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ คงไม่ใช่ เพราะการมีเกตเวย์เดียวมีความเสี่ยง หากมีปัญหาจะเสียหายทั้งระบบ มันไม่คุ้ม” อิสริยะ กล่าว

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (สมาคมอี-คอมเมิร์ซ) กล่าวว่า การนำอินเทอร์เน็ตมารวมไว้ที่เดียวไม่ดีแน่ เพราะทำให้การส่งผ่านข้อมูลกระจุกตัว และส่งผลให้การส่งผ่านข้อมูลช้า กระทบต่อการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ การค้าขายระหว่างประเทศ และการทำธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนความมั่นใจของนักลงทุน เพราะทุกข้อมูลจะต้องผ่านการสกรีน

“การจำกัดช่องทางสื่อสารข้อมูลเหลือเพียงช่องทางเดียวไม่ดีแน่ เหมือนเราไปจีน เวลาจะส่งข้อมูลมาประเทศไทยจะช้ามาก และทุกวันนี้เวลาอยู่เมืองนอกเราจะส่งข้อมูลเข้ามาไทยช้ากว่าสิงคโปร์ เกาหลี เพราะไทยมีเกตเวย์น้อย ขณะที่สมาคมอี-คอมเมิร์ซ สมาคมออนไลน์ เว็บไซต์ อินเทอร์เน็ต จะร่วมกันคัดค้านเรื่องซิงเกิ้ล เกตเวย์ เพราะเสี่ยงที่จะกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล” ภาวุธ บอก

เหล่านี้เป็นประเด็นล่อแหลมของซิงเกิ้ล เกตเวย์ ไม่ต่างจากเมื่อครั้งผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล 10 ฉบับ ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นพิจารณาของกฤษฎีกา หนึ่งในนั้น คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ... ซึ่งมาตรา 35 (3) ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ “เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารทั้งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสารคอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ สื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”


ไอซีทีย้ำเกตเวย์เน็ตต้องมีมากกว่า 1 จุดและไม่ผูกขาดรายเดียว

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รัฐมนตรีไอซีทีย้ำอินเทอร์ เน็ตเกตเวย์ไทยต้องมีมากกว่า 1 รายและมากกว่า 1 จุดเชื่อ ยืนยัน "Single Gateway" ยังไม่เริ่ม แค่มีไอเดียอยากรวมดีมานต์เช่าท่อเชื่อมต่อต่างประเทศ หวังลดต้นทุนผู้ประกอบการเพื่อลดค่าอินเทอร์เน็ตให้เท่าสิงคโปร์ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้น

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(กระทรวงไอซีที) กล่าวยืนยันว่า การรวมเกตเวย์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปต่างประเทศหรือ ซิงเกิล เกตเวย์ (single gateway) ที่มีการกล่าวถึงในสังคมออนไลน์อย่างมากนั้น กระทรวงยังไม่ได้เริ่มดำเนินการใดๆ  มีแต่เพียงการศึกษาโดยจะต้องสอบถามจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์สูงสุดเพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อการดักจับข้อมูล ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

"สิ่งที่ใกล้เคียง single gateway มากที่สุดและเป็นโครงการที่เริ่มแล้วคือ การผลักดันนโยบาย อินเทอร์เนชั่นแนล เกตเวย์(International Gateway) ที่อยู่ในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลมาแต่เดิม คือการรวมดีมานต์ของผู้ประกอบการแต่ละรายเพื่อรวมตัวกันไปเช่าท่อเกตเวย์ไป ต่างประเทศ แล้วแชร์กันใช้ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือการทำให้ราคาค่าบริการและคุณภาพอินเทอร์เน็ตของ ไทยเท่ากับสิงคโปร์ จากปัจจุบันที่สูงกว่ามากด้วยต้นทุนที่ยังสูง และยืนยันว่าไม่ได้จะมีรายเดียวและจุดเดียวอย่างแน่นอน อย่างน้อยต้องมี 2–3 ราย และแต่ละรายต้องมีจุดเชื่อมสำรองอยู่แล้ว เพื่อป้องกันเครือข่ายล่ม"

ส่วน ที่มีเอกสารระบุถึงมติหรือคำสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการจะใช้ single gateway เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสาร จากต่างประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น รัฐมนตรีไอซีทียืนยันว่าน่าจะเป็นการตีความที่คลาดเคลื่อนมากกว่าในการทำ ความเข้าใจ เพราะจริงแล้วนั้นเป็นเพียงการพูดถึงในทุกมิติไม่ใช่เฉพาะประเด็นด้านความ มั่นคงเท่านั้น และในความเป็นจริง single gateway ไม่ได้แก้ปัญหา เพราะปัญหาที่แท้จริงคือการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพ มากกว่า


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : สารพัดความเสี่ยง ซิงเกิล เกตเวย์ ได้ไม่คุ้มเสีย

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view