หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 19/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,998,440
Page Views 23,560,804
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

วัฏจักรเศรษฐกิจ การลงทุนระลอกใหม่ของไทย

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ เติมความคิด พิชิตการลงทุน โดย พรเทพ ชูพันธุ์ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

แนวคิดเกี่ยวกับวัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycle) มีการพูดถึงมาราว 200 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 1819 ก็พูดถึงเรื่องนี้กัน แต่วัฏจักรเศรษฐกิจที่เป็นที่รู้จักในยุคหลัง ๆ คือวัฏจักรที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Technological Innovation) ซึ่งมีระยะเวลายาวนานถึง 50 ปี (Super Cycle) แต่ภายใต้วัฏจักรใหญ่ ๆ ยังมีวัฏจักรย่อย ๆ ที่สั้นกว่าซ้อนอยู่ภายใน ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยที่แตกต่างออกไป ทำให้เป็นการยากที่จะคาดเดาว่าวัฏจักรเศรษฐกิจหนึ่ง ๆ จะยาวนานแค่ไหน

ดังนั้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจลงทุน สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากอดีตว่า วัฏจักรสั้น ๆ ต่าง ๆ นั้นเกิดจากอะไร เพราะการหดตัว (วิกฤต) และขยายตัว (เฟื่องฟู) ของเศรษฐกิจมักมีสาเหตุไม่ต่างไปจากปัจจัยในอดีตมากนัก เช่น

1.การผลิตมากเกินไปหรือลงทุนมากเกินไป ที่เกิดจากการแห่ผลิตตาม ๆ กัน (เรียกว่าช่วงบูมขีดสุด) จนเกินสมดุล อุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ส่งผลให้ธุรกิจบางส่วนต้องปิดกิจการลง กลายเป็นการเข้าสู่วิกฤต หรือเศรษฐกิจหดตัว

2.การแกว่งตัวของระดับสินค้าคงเหลือ (Inventory) ที่เกิดจากการเร่งผลิตเพื่อขาย โดยข้อมูลจากการขายของจริง ๆ ในตลาดไม่ได้ถูกส่งมายังฝ่ายวางแผนการผลิตอย่างรวดเร็วพอ ทำให้เกิดการสะสมของสินค้าคงคลังมากเกินไป นำไปสู่ภาวะชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในที่สุด

3.วัฏจักรสินเชื่อ ที่เกิดจากสภาพคล่องล้นเป็นเวลานาน ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ เงินทุนเริ่มวิ่งหาโอกาสลงทุนที่ Take Risk มากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีอาจมาพร้อมกับการปล่อยสินเชื่ออย่างไม่ระมัดระวังโดยภาคธนาคาร เกิดเป็นภาวะฟองสบู่ที่มักจบลงด้วยวิกฤต เพราะเมื่อหนี้เสียลามเข้าสถาบันการเงิน จะทำให้ระบบสินเชื่อทั้งระบบหยุดชะงัก (Credit Crunch) ซึ่งวิกฤตลักษณะนี้มักรุนแรงและยาวนาน

4.วิกฤตจากการเลือกใช้นโยบายที่ผิดพลาด เช่น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ที่ทำให้เศรษฐกิจโตแบบชั่วครั้งชั่วคราว หากภาคธุรกิจเร่งกำลังการผลิตหรือลงทุนมากเกินไป เมื่อหมดแรงกระตุ้นระยะสั้นจะทำให้เหลือกำลังผลิตส่วนเกิน กลายเป็นต้นทุนที่ฉุดภาคธุรกิจเข้าสู่วิกฤต ขณะที่ภาคครัวเรือนต้องแบกหนี้ก้อนใหญ่เป็นแรงหน่วงเศรษฐกิจระยะยาว

5.จากเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ ทั้งภายนอกและภายในประเทศ เช่น วิกฤตจากประเทศเพื่อนบ้าน (นักลงทุนต่างประเทศกังวลและดึงเงินออกจากทั้งภูมิภาครวมถึงประเทศเรา) วิกฤตจากภาวะสงคราม และวิกฤตภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดหนี้ก้อนใหญ่ดึงเศรษฐกิจให้ชะลอในระยะยาว

วัฏจักรเศรษฐกิจมีผลต่อการแกว่งตัวของตลาดหุ้นแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมต่างกันไป ในช่วงขาขึ้น กลยุทธ์การลงทุนมักเน้นพวกหุ้น Growth Stock ในช่วงแรก ๆ (Early Bull) กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักออกตัวก่อนได้แก่ ภาคการเงิน ขนส่ง ตามด้วยกลุ่มที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสินค้าคงทน พอช่วงปลายของขาขึ้น (Late Bull) กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไปและกลุ่มพลังงาน มักจะเร่งตัวขึ้นตามมา ในขณะที่เมื่อเข้าสู่วัฏจักรขาลง กลยุทธ์การลงทุนควรเน้นพวกหุ้น Defensive (ปันผลดี ธุรกิจมีความแน่นอน ไม่หวือหวา) เช่นกลุ่มบริการสุขภาพ การอุปโภคบริโภคทั่วไปของภาคครัวเรือน (Staples) และกลุ่มสาธารณูปโภค เป็นต้น

วัฏจักรเศรษฐกิจของไทยน่าจะกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นขาขึ้นระลอกใหม่ มองย้อนกลับไป การลงทุนโครงสร้างของไทยระลอกแรก คือ การลงทุนอีสเทิร์นซีบอร์ดที่ทำให้เรามีเศรษฐกิจที่เติบโตดีจากการส่งออก ระลอกสอง คือ การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ทำให้เราสามารถรองรับการขยายตัวของภาคท่องเที่ยวทุกวันนี้ได้ สำหรับระลอกใหม่จะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมเพื่อเตรียมเข้าสู่ยุค AEC (เริ่ม 31 ธ.ค. 2558) ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน เป็นทำเลที่เหมาะกับการตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาค (Regional Head Quarter) สำหรับต่างชาติที่ต้องการฐานการผลิตในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็น Growth Story ที่สำคัญของไทยในระยะต่อไป

สมดุลใหม่ของเศรษฐกิจโลก (New Normal) จะทำให้เราต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ และพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ปริมาณการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกลดลง การส่งออกของไทยเลยชะลอตามไปด้วย เราต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ อย่างตลาดเพื่อนบ้านที่เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น หากไม่ทันสังเกตล่าสุดตลาดกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) 4 ประเทศรวมกันมีสัดส่วนถึง 1/10 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย หรือเทียบเท่าตลาดยุโรปไปแล้ว นอกจากนี้ เราต้องพึ่งพาตัวเองด้วยการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงความมั่นใจภาคเอกชน ถ้าสำเร็จก็จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางสำนักงานภูมิภาคได้

กลยุทธ์การลงทุน : เน้นหุ้นที่เกี่ยวกับมาตรการลงทุนระลอกใหม่ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง (โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน) กลุ่มค้าปลีก (ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้มีรายได้น้อย) กลุ่มอสังหาฯ (คาดว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือด้วย Soft Loan และลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ) กลุ่มท่องเที่ยว (ยังเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก เริ่มฟื้นตัวหลังเหตุระเบิด) กลุ่มโทรนาคม (รายได้มีความแน่นอนสูง ไม่ขึ้นกับความผันผวนนอกประเทศ) เป็นต้น


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : วัฏจักรเศรษฐกิจ การลงทุน ระลอกใหม่ ของไทย

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view