หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,155
Page Views 23,554,734
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

บัญญัติ 10 ประการที่ผู้ลงทุนควรรู้เกี่ยวกับ ความผันผวน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นที่รู้กันดีว่าเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดซึ่งอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ มากมาย
       
       บทความในครั้งนี้จึงขอนำเสนอกฎ 10 ข้อที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับความผันผวนเพื่อเตรียมรับมือและพร้อมลง ทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ ในช่วงเวลานี้
       
       1. ยอมรับว่าความผันผวนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน คุณไม่สามารถที่จะหลีกหนีความผันผวนในตลาดการเงินไปได้ไม่ว่าจะพยายามมากสัก เพียงใด เพราะตลาดมักจะมีการแปรผันไปตามสภาวะเศรษฐกิจ การเมือง หรือปัจจัยต่างๆ นอกเหนือการควบคุมของผู้ลงทุน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญคือต้องทำใจยอมรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นให้ได้ เมื่อเกิดความผันผวนขึ้นมาจริงๆ ก็จะทำให้ไม่ตื่นตระหนกและจะมีการตอบสนองต่อสภาพตลาดได้อย่างมีเหตุมีผลมาก ขึ้น
       
       2. ในระยะยาวแล้ว ความเสี่ยงของหุ้นก็มักจะให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล จาก ข้อมูลในอดีตพบว่าการลงทุนในหุ้นมักให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่นๆ แม้ว่าในระยะสั้นราคาหุ้นอาจจะมีการแกว่งตัวขึ้นหรือลงได้อย่างมากเมื่อ เทียบกับราคาที่ควรจะเป็น แต่ในระยะยาวราคาหุ้นจะสะท้อนถึงผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทนั้นๆ ซึ่งหากบริษัทที่เราเลือกเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดีจริง สุดท้ายราคาก็จะปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้
       
       3. การปรับฐานของตลาดหุ้นอาจเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน การปรับฐานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วงขา ขึ้นหรือภาวะกระทิง ซึ่งในบางครั้งอาจมีการปรับฐานเกิดขึ้นได้หลายๆ ครั้ง ผู้ลงทุนจึงอาจใช้จังหวะเข้าลงทุนในราคาที่น่าสนใจเพื่อโอกาสได้รับผลตอบแทน ที่เพิ่มขึ้นเมื่อตลาดฟื้นตัวกลับขึ้นมา ทั้งนี้ จากข้อมูลในอดีต หลังการปรับฐานในหลายๆ ครั้งตลาดมักจะทำสถิติราคาสูงสุดครั้งใหม่
       
       4. พยายามเลี่ยงการจับจังหวะในการเข้าและออกจากตลาด ผู้ที่ลงทุนต่อเนื่องในตลาดเป็นเวลานานๆ มักจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น การพยายามกำหนดเวลาเข้าและออกจากตลาดมักมีความเสี่ยงในการตัดสินใจที่ผิด พลาด เช่น พลาดโอกาสเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดกำลังฟื้นหรือช่วงที่หุ้นมีราคาน่าสนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
       
       5. การทยอยเข้าลงทุนเป็นประจำและสม่ำเสมอจะส่งผลบวกต่อการลงทุน การลงทุนประจำสม่ำเสมอ เช่น ทุกเดือนหรือทุกไตรมาสหรือที่เรียกกันว่า Dollar Cost Average แม้ว่าจะไม่ช่วยการันตีว่าจะไม่ขาดทุนได้ แต่จะช่วยทำให้ต้นทุนเฉลี่ยในการลงทุนลดลง และแม้ว่าในภาวะที่ตลาดปรับตัวลงต่อเนื่องจนทำให้ผู้ลงทุนรู้สึกไม่อยากลง ทุนประจำ (เพราะยิ่งลงก็เหมือนว่าจะยิ่งถูก) แต่จริงๆ แล้วในช่วงที่ราคาถูกนี่แหละเป็นช่วงที่ควรเข้าลงทุนเพื่อรอจังหวะตลาดฟื้น กลับขึ้นมา
       
       6. การกระจายความเสี่ยงช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงาน หนึ่งในหลักสำคัญที่สุดของการลงทุนคือการกระจายความเสี่ยง เพราะในภาวะที่ตลาดผันผวน หุ้นที่มีผลประกอบการดีอาจจะเวียนจากกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งไปยังกลุ่มอุตสา กรรมหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว การกระจายการลงทุนจะช่วยทำให้เราไม่กระจุกน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์หรือ กลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งมีความเสี่ยงมากจนเกินไป ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความผันผวนในพอร์ตการลงทุนแล้ว ยังช่วยทำให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอขึ้นด้วย
       
       7. ลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพดี ปันผลสูง เพื่อสร้างรายได้ประจำ การลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพดีเพื่อสร้างเงินปันผลสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ช่วย ทำให้เรามีรายได้ประจำสม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลดีๆ มักจะเป็นบริษัทชั้นนำที่สามารถยืนหยัดได้ดีในทุกภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ราคาหุ้นของบริษัทกลุ่มนี้ก็มักจะมีความผันผวนต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งช่วยทำให้พอร์ตการลงทุนของเรามีความผันผวนลดลง และสามารถถือเป็นสินทรัพย์หลักในการลงทุนได้ในระยะยาว
       
       8. นำเงินรายได้ที่ได้รับมาไปลงทุนต่อเพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้รับเงินปันผลมาจากบริษัทที่เราลงทุน เราควรจะนำเงินที่ได้รับมาไปลงทุนต่อเพื่อผลตอบแทนโดยรวมที่จะเพิ่มขึ้นใน อนาคตจากการคิดทบต้นทบดอก (compound) นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรจะต้องมีวินัยและรู้จักอดทน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนอย่างมาก
       
       9. อย่าหวั่นไหวไปตามภาวะตลาด ตลาดมักจะมีกลุ่ม อุตสาหกรรมที่ดีและแย่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่ตลอด อาทิ หุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่เคยเป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วโลกก่อนจะเกิดภาวะวิกฤต เศรษฐกิจในปี 2008 ซึ่งหากมองภาพรวมเศรษฐกิจ แม้หุ้นกลุ่มนี้จะขาดความน่าสนใจไป แต่ก็ยังมีบริษัทในตลาดเกิดใหม่หลายๆ แห่งที่ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานดีและให้ตอบแทนที่ดีตามแนวโน้มเทรนด์ที่สำคัญใน ตลาดโลก เช่น เทรนด์ผู้สูงอายุ กลุ่มสุขภาพ หรือการอุปโภคบริโภค ดังนั้น จึงไม่ควรให้ความหวั่นไหวหรือความผันผวนมาบดบังปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของ สินทรัพย์ที่เราลงทุน
       
       10. การลงทุนแบบเชิงรุก (Active) ยังคงเป็นวิธีการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน การลงทุนตามดัชนี (Passive) จะมีความผันผวนไปตามตลาดนั้นๆ
       
       แต่การลงทุนแบบ Active อาจมีการคัดเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่จะช่วยทำให้การลงทุนนั้นๆ มีความผันผวนต่ำกว่าหรือเอาชนะตลาดโดยรวมได้ เนื่องจากการลงทุนในเชิงรุกจะมีการพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัทหรือ หุ้นตัวนั้นๆ เพื่อวิเคราะห์ภาพและราคาที่ควรจะเป็น ทำให้เปิดโอกาสที่จะคัดเลือกหุ้นที่ดีและมีความผันผวนต่ำกว่าตลาดเข้ามาเป็น ส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน
       
       คำเตือน ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
       
       แปลและเรียบเรียงโดย นายอาทิตย์ ทองเจริญ
       ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์การลงทุน
       บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด
       จากบทความ “Volatility: 10 Key Messages for Investors”
       (ที่มา : Fidelity Worldwide Investment, วันที่ 25 สิงหาคม 2558)


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : บัญญัติ 10 ประการ ผู้ลงทุนควรรู้ เกี่ยวกับ ความผันผวน

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view