http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,110,894
เปิดเพจ23,724,793

สัญญาณบวก ทูตสหรัฐ คนใหม่

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย ปรีชาญาณ วงศ์อรุณ preechayana@hotmail.co.uk

ในที่สุด นายกลิน ที เดวีส์ ได้เดินทางถึงกรุงเทพฯเพื่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย นับเป็นทูตอเมริกันคนที่ 43 อย่างเป็นทางการ

ทำไม ? และไฉน ? ตำแหน่งทูตอเมริกันคนใหม่จึงกลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์กันก่อนหน้านี้ในสังคมเมืองไทย เมื่อเปรียบเทียบกับทูตอเมริกันคนก่อน ๆ ในอดีต

ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงและยืดเยื้อมาตลอด 1 ทศวรรษ จนนำไปสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้งในปี 2549 และปี 2557 กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เปิดโอกาสให้ ทูตคริสตี้ เคนนีย์ แสดงบทบาทในฐานะเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย อย่างขยันขันแข็งจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า "ล้ำเส้น" และ "ฝักใฝ่" ถือหางเลือกข้างทางการเมืองอย่างออกหน้าออกตา กลายเป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในสังคมการเมืองไทย

ดังนั้น ด้วยมรดกตกทอดที่ทูตคริสตี้ทิ้งให้เป็น "ภาระ" อย่างที่ไม่เคยมีทูตอเมริกันคนไหนทำได้เทียบเท่า จึงทำให้สังคมการเมืองไทยจับตามอง ทูตอเมริกันคนใหม่ ในวงกว้างมากเป็นพิเศษ และยังมีการตีความผิด ๆ ถูก ๆ ตามพื้นฐานความเชื่อทางการเมืองของแต่ละคน

หากนับช่วงเวลาจริงบนหน้าสื่อแล้ว สถานทูตสหรัฐในกรุงเทพฯไม่มีเอกอัครราชทูตประจำการเนิ่นนานถึง 10 เดือนครึ่ง เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าถือเป็นช่วงระยะเวลาที่ว่างเว้น "เบอร์หนึ่ง" ประจำสถานทูตสหรัฐยาวนานที่สุดในรอบหลายทศวรรษ จนมีการตีความว่า "ผิดปกติ"

หากพิจารณารายละเอียดตามเงื่อนไขเวลาแล้ว อาจกล่าวได้ว่ากระบวนการพิจารณาทูตอเมริกันคนใหม่ เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ของปีนี้ (1 สัปดาห์หลังจากที่เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐคนใหม่ เดินทางไปรับตำแหน่งที่กรุงวอชิงตัน) เมื่อรัฐบาลสหรัฐส่งชื่อ "Glyn T. Davies" ให้ทางการไทยพิจารณาก่อนตามธรรมเนียมปฏิบัติว่าจะเห็นชอบหรือขัดข้อง ฉะนั้น หากนับระยะเวลาจากวันที่ทูตคริสตี้ เคนนีย์ พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ (6 พฤศจิกายน 2557) จนถึงวันที่มีการเสนอชื่อทูตคนใหม่อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสุด จะเห็นว่าทิ้งระยะห่างกันเพียงแค่ 3 เดือนครึ่งเท่านั้น แทบไม่ได้บ่งบอกความผิดปกติใด ๆ ในความสัมพันธ์ ทั้งนี้ การเสนอชื่ออย่างไม่เป็นทางการอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ก็เป็นได้ หากว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าวไม่มีเรื่องการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกใหม่ 33 คน

หลังจากนั้น รัฐบาลไทยจึงได้พิจารณาและแจ้งให้รัฐบาลสหรัฐทราบผล ในทันทีว่าไม่ขัดข้องกับชื่อที่เสนอมา โดยใช้เวลานานกว่า 5 สัปดาห์ก่อนมีคำตอบออกมา (ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่สามารถตอบกลับได้เร็วกว่านี้) สะท้อนให้เห็นว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐบาลไทยไม่ได้เร่งรีบ เพื่อให้ทางการสหรัฐพิจารณาตรวจสอบให้มั่นใจที่สุด ว่าทูตคนใหม่จะไม่สร้างปัญหาเหมือนทูตคนเก่า และเมื่อได้รับคำตอบจากทางการไทยแล้ว รัฐบาลสหรัฐใช้เวลาอย่างรวดเร็วเพียง 2 สัปดาห์ในการเริ่มต้นกระบวนการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ถือฤกษ์ 13 เมษายน 2558 เป็นวันประกาศชื่อ "กลิน ที เดวีส์" เป็นว่าที่ทูตสหรัฐคนใหม่ ให้สาธารณชนไทยได้รับทราบเป็นครั้งแรก เป็นการยุติความคลุมเครือที่มีมาตลอดกว่า 6 เดือนนับแต่ทูตคริสตี้พ้นตำแหน่งไป

เมื่อได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีแล้ว ขั้นตอนด่านหินต่อมา คือกระบวนการพิจารณาอนุมัติโดยวุฒิสภา ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด สามารถยืดเยื้อกินเวลานานเป็นปี ๆ เหมือนกรณีของทูตสหรัฐประจำประเทศแอลเบเนีย ที่ใช้เวลารอนานถึง 490 วัน นับจากวันที่ได้รับการเสนอชื่อ หรือ 476 วันในกรณีของทูตสหรัฐประจำประเทศติมอร์-เลสเต แต่ในบางกรณีที่จำเป็นหรือมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงต่อสหรัฐอย่างยิ่งยวด อย่างกรณีของอียิปต์ใช้เวลาเพียง 48 วันเท่านั้น

ในกรณีของทูตกลิน เดวีส์ ต้องถือว่าโชคดีเพราะใช้เวลาในกระบวนการพิจารณาอนุมัติเพียง 114 วัน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไทยไม่ได้อยู่ในฐานะ "ปกติ" หรือมาจากการเลือกตั้ง (ตามหลักการของสหรัฐ) สะท้อนให้เห็นว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐบาลสหรัฐและวุฒิสภา ก็ยังเห็นความสำคัญของประเทศไทยอยู่ไม่น้อย จึงไม่ต้องการถ่วงรั้งจนมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลพลเรือน

หากพิจารณาถึงการเดินทางมารับตำแหน่งของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มีสาระสำคัญที่ควรกล่าวถึง 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ความลงตัวของเงื่อนไขเวลา เชื่อกันว่าการเดินทางมาเริ่มต้นหน้าที่ของทูตสหรัฐคนใหม่ในวันที่ 23 กันยายน และการเดินทางไปสหรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 24 กันยายน น่าจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันเกินกว่าจะเป็นความบังเอิญใด ๆ

มีมูลเหตุให้เชื่อได้ว่าภายหลังจากที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว รัฐบาลสหรัฐต้องการให้ทูตคนใหม่เดินทามางรับตำแหน่งภายในเดือนกันยายนให้ได้ อย่างน้อยที่สุดเพื่อการอนุมัติวีซ่าให้ผู้นำไทยสามารถเดินทางไปสหรัฐร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 ที่นิวยอร์กได้สมความปรารถนา สามารถตีความได้ว่านี่คือของขวัญล้ำค่าชิ้นแรกที่ทูตสหรัฐคนใหม่มอบให้แก่นายกรัฐมนตรีไทย ถือเป็นการส่งสัญญาณบวกที่สร้างความประทับใจระหว่างกัน เปิดทางไปสู่บรรยากาศของการประสานงานโดยไม่มีข้อติดขัดในอนาคต

ประเด็นที่สอง คือเรื่องคุณสมบัติ ความเหมาะสม ในฐานะทูตสหรัฐคนใหม่ ว่ากันว่ารัฐบาลสหรัฐกังวลกับสภาพความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ณ ปัจจุบันที่มีช่องว่างห่างเหินจนถึงระดับตกต่ำเย็นชาที่สุดในรอบหลายทศวรรษ (The Diplomat, 26 Sept 2015) จนเป็นเหตุผลักดันให้ไทยต้องปรับเปลี่ยนนโยบายไปผูกมิตรกับจีนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทูตคริสตี้ถูกมองว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจึงตั้งใจเลือกทูตคนใหม่ที่จะไม่สร้างปัญหาเหมือนคนเดิม ซึ่งทูตกลิน เดวีส์ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะมาทำหน้าที่ "ประสาน" และ "ซ่อมแซม" ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลงานของทูตคนเก่า

คุณสมบัติ บุคลิกของกลิน ที เดวีส์ จุดเด่นที่มีเสน่ห์มากคือ "รอยยิ้ม" ที่ติดใบหน้าอยู่เป็นนิตย์ จนดูเหมาะสมลงตัวมากที่มาดำรงตำแหน่ง ณ สยามเมืองยิ้มแห่งนี้ นอกจากนี้ ท่าทาง "การไหว้" ที่นอบน้อมเหมือนคนไทยจึงเป็นใบเบิกทางที่จะสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มาถึงเมืองไทย ดังนั้น ภาพประทับใจตั้งแต่วันแรก ๆ จึงถูกเผยแพร่ไปสู่สังคมไทยด้วยเจตนาเพื่อสื่อสารให้คนไทยในวงกว้างได้เชื่อมั่นว่าทูตสหรัฐคนใหม่ไม่เหมือนทูตคนเก่าอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ทูตคนใหม่ไม่ได้ละเลยในสิ่งดีงามที่ทูตคนเก่าได้ยึดถือปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงหัวใจของคนไทย

ในคลิปวิดีโอแนะนำตัวเองก่อนเดินทางมาประเทศไทย ทูตกลิน เดวีส์ กล่าวคำว่า "สวัสดี" พร้อมไหว้ตามธรรมเนียมไทยแล้วยังได้พูดถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ผูกพันกันมานานกว่า 9 ชั่วอายุคน แทนที่จะใช้คำว่า 182 ปี ที่สำคัญที่สุดคือการกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดพระชนมชีพ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แข็งแกร่ง ถือเป็น "ซอฟต์แลนดิ้ง" ที่ทำให้การเดินทางมารับตำแหน่งในไทยและการปฏิบัติหน้าที่ราบรื่นที่สุด

และเมื่อกลิน เดวีส์ เดินทางถึงประเทศไทยเริ่มต้นตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐคนที่ 43 อย่างเป็นทางการ ได้ยึดหลักปรับตัวให้สอดคล้องกับสังคมไทย แม้กระทั่งการสักการะศาลพระภูมิในสถานทูตด้วยธรรมเนียมแบบไทย พร้อมจุดธูปและดอกไม้บูชา ปรากฏเป็นภาพเผยแพร่ไปทั่ว ชนิดทำให้คนไทยเกิดความสงสัยที่เห็นทูตฝรั่งไหว้เจ้าที่

อย่างไรก็ดี คุณสมบัติเบื้องหลังความเป็นมาของกลิน เดวีส์ เป็นประเด็นที่มีการวิจารณ์ (ในแง่ลบ) ค่อนข้างมาก ด้านหนึ่งเขาถูกมองว่าเป็น "ตัวอันตราย" เนื่องจากประสบการณ์ในอดีตโดยเฉพาะบทบาทล่าสุดในฐานะทูตสหรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ แต่อีกด้านหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามคือ ภารกิจหลักของทูตกลิน เดวีส์ ไม่ใช่ "เหยี่ยว" เพื่อขยายความขัดแย้งหรือสร้างความแตกหักกับเกาหลีเหนือ รวมทั้งที่อิหร่าน

แต่แท้จริงแล้วมีลักษณะของการเน้นแสวงหาความร่วมมือที่จะดึงเกาหลีเหนือและอิหร่านมาร่วมเจรจาพูดคุย เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขของการเผชิญหน้าหรือสงครามใด ๆ


ดังนั้น หากจะมองเพียงพื้นฐานการศึกษาของกลิน เดวีส์ ที่ผ่านการอบรมระดับปริญญาโท ด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ โดยพิจารณาจากชื่อ "วิทยาลัยการสงคราม" (Nation War College) มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศ (The National Defense University) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

แล้วมาสรุปว่าเขาเป็นพวก "หัวเหยี่ยว" ที่ชื่นชอบและพร้อมสร้างเงื่อนไขก่อสงครามนั้น คงไม่ต่างกับการรีบปรามาสคนที่จบการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ ว่าเป็นพวกหัวเก่าล้าสมัย ซึ่งอาจเป็นการด่วนสรุปที่ผิดพลาดจนอาจเกิดความเสียหายได้


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : สัญญาณบวก ทูตสหรัฐคนใหม่

view

*

view