http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,120,726
เปิดเพจ23,735,106

รู้ไว้รอดแน่! วิธีช่วยผู้บาดเจ็บในสถานการณ์คับขัน

จาก โพสต์ทูเดย์

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

บ่อยครั้งเราเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ นอนเเน่นิ่ง หรือส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด  การจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินเบื้องหน้า กลายเป็นความสับสนและเกิดคำถามมากมาย

โดยหลักสำคัญสุดที่ทีมงานกู้ภัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนได้รับการสอนมาคือ  "FIRST , DO NO HARM !"  แปลว่า ประการแรกอย่าทำอันตรายต่อผู้ป่วย ถ้าจะเข้าไปช่วยเหลือต้องเข้าไปช่วยอย่างถูกวิธีให้ผู้ป่วยปลอดภัย  ถ้าเข้าไปช่วยไม่ถูกวิธีแล้วผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บมากกว่าเดิม   ควรอยู่เฉยๆ อย่าเข้าไปทำอะไรดีกว่า

คำถามก็คือ เเล้วพลเมืองดีอย่างเราจะทำอย่างไรต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเบื้องหน้า...

ยิ่งแจ้งครบถ้วน ยิ่งมีโอกาสรอด

อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หัวหน้ารถกู้ภัยและรองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู  กล่าวว่า สำหรับประชาชนทั่วไป การช่วยเหลือที่เกิดประโยชน์สูงสุด คือการแจ้งเหตุแบบมีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์

"ทันทีที่พบเห็นเหตุการณ์ฉุกเฉินอุบัติเหตุขึ้น หากพลเมืองดีสามารถแจ้งรายละเอียดของข้อมูล สถานการณ์ จุดเกิดเหตุ เส้นทางการเข้าช่วยเหลือ พิกัด ซอย แยก สภาพเเวดล้อมโดยรอบ  ตลอดจนประเมินอาการบาดเจ็บของผู้ได้รับบาดเจ็บได้ด้วยจะเท่ากับเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ขณะเดียวกันการประเมินสภาพที่เกิดเหตุอย่างครบถ้วนให้กับเจ้าหน้าที่ ยังทำให้ชุดกู้ภัยสามารถจัดเตรียมอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือได้ตามระดับความเหมาะสมด้วย ตัวอย่างเช่น หากได้รับแจ้งว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนเเรง เจ้าหน้าที่ก็จะใช้ความเร็วในการเดินทางเข้าถึงที่เกิดเหตุสูงมาก ไม่เกิน 10 นาที"

อย่างไรก็ตาม นอกจากโทรแจ้งเจ้าหน้าที่แบบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้นได้ด้วย

อัญวุฒิ เเนะนำว่า ถ้าพลเมืองดีมีความใจกล้า เห็นผู้บาดเจ็บมีบาดเเผลเปิด เลือดไหล ท่านสามารถใช้ผ้าสะอาดหรือสำลี ที่มีอยู่ใกล้ตัว ปิดบาดเเผลหรือห้ามเลือดเอาไว้ ก็นับว่าได้สร้างประโยชน์ยิ่งในเบื้องต้น เพราะหากผู้บาดเจ็บเสียเลือดมาก อาจเกิดอาการช็อคเเละมีผลต่อเนื่องในทางลบอื่นๆได้

ส่วนอุบัติเหตุที่ไม่ได้รับการกระเเทกหรือไม่ได้มีอาการทางกระดูก พลเมืองดีสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ ด้วยการเคลียร์พื้นที่โดยรอบให้เอื้อต่อการระบบหายใจและการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่

"หากผู้ป่วยมีอาการหมดสติที่เกิดจากโรคประจำตัว และกำลังนอนอยู่ในท่าที่ไม่สะดวกต่อการหายใจ  คุณสามารถช่วยเหลือได้ด้วยการพลิกตัวหรือเปลี่ยนให้อยู่ในท่านอนตะแคง เนื่องจากเวลานอนหงาย ลิ้นปี่และหลอดลมจะถูกปิด  ต่างจากนอนตะเเคงที่ผู้ป่วยจะหายใจได้สะดวกมากขึ้น หลังจากนั้นให้เคลียร์พื้นที่โดยรอบให้สะดวกต่อการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่สำหรับอุบัติเหตุรุนเเรง ผู้ได้รับบาดเจ็บจะเริ่มมีอัตราการเต้นของหัวใจช้าลงเรื่อยๆ ไปจนกระทั่งหยุดหายใจ  ซึ่งร่างกายมนุษย์ขาดออกซิเจนได้ไม่เกิน 5 นาที  หากเป็นคนที่มีความรู้ สามารถนวดหัวใจ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่หรือรถพยาบาลมาช่วยเหลือได้ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของผู้ได้รับบาดเจ็บ"  

กฎเหล็กท่องไว้ "ห้ามเคลื่อนย้ายเด็ดขาด"

หัวหน้ารถกู้ภัย กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์อุบัติเหตุรุนเเรง พลเมืองดีห้ามขยับตัวผู้บาดเจ็บเด็ดขาด เพราะการเคลื่อนที่ของกระดูกเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะกระดูกต้นคอ อาจนำไปสู่อันตรายที่คาดไม่ถึงได้ ฉะนั้นทางที่ดีควรกันพื้นที่โดยรอบเเละโทรเเจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

"อุบัติเหตุที่มีการกระแทกอย่างรุนแรง ผู้บาดเจ็บจำเป็นต้องได้รับการเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ต้องใช้อุปกรณ์ประคองศรีษะขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วย บล็อกคอ หลัง รวมทั้งจุดอื่นๆ ตามแต่อาการบาดเจ็บ แต่ต้องบล็อกคอทุกเคส เนื่องจากกระดูกต้นคอ เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาท เชื่อมต่อไปถึงไขสันหลัง หากมีการเคลื่อนย้ายผิดวิธี จะทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเกิดอันตรายหรือเกิดความพิการ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ เจตนาดี อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้ ความสามารถด้วย เพราะความช่วยเหลือผิดๆ อาจเป็นการซ้ำเติมหรือเพิ่มโอกาสในอันตรายเเก่ผู้เจ็บป่วยได้"  

1669 เบอร์โทรฉุกเฉิน จำไว้ให้แม่น

นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ( สพฉ.)  ให้คำเเนะนำเบื้องต้นถึงการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือกำลังอยู่ระหว่างอันตราย ดังนี้

กรณีผู้ป่วยหมดสติ

“เริ่มจากคลำชีพจร สังเกตการหายใจ ถ้าไม่หายใจ เเละไม่มีชีพจร ให้ทำการปั๊มหัวใจหรือการกู้ชีพ พร้อมกับบอกให้ผู้อื่น (ถ้ามี) เป็นผู้โทรศัพท์แจ้งเหตุผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1669 สพฉ. หรือรีบทำการเเจ้งด้วยตนเอง โดยระบุอาการความรุนเเรงของผู้ป่วยเเละสถานที่เกิดเหตุ หากพบผู้ป่วยมีเลือดออกให้ทำการห้ามเลือด ถ้าเป็นบริเวณเเขนและขา ให้ทำการรัดเหนือบาดเเผลที่เลือดออก”

กรณีผู้บาดเจ็บขยับตัวไม่ได้

“ถ้าผู้ป่วยขยับตัวไม่ได้ อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ดขาด ทำการแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านหมายเลข 1669 เเจ้งอาการเเละตำเเหน่งจุดเกิดเหตุ รอให้รถพยาบาลมาถึง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทำการตามคอ ดามหลัง หรือถ้าเเขนขาได้รับอันตราย มีลักษณะบิดเบี้ยวก็ต้องดามด้วย เช่นเดียวกันกับกรณีที่ผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถก็อย่าเพิ่งนำตัวออกจากรถ ยกเว้นกรณีเกิดเพลิงไหม้หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถรอได้เพราะอันตรายที่จะอยู่ต่อไป ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความระมัดระวัง พยายามประคองให้หลังอยู่ในเเนวตรงเเละขยับเขยื้อนน้อยที่สุด”

นพ.ไพโรจน์ บอกว่า ระหว่างรอรถพยาบาลหรือหน่วยกู้ภัย สามารถขอคำแนะนำจากสพฉ. เพื่อการดูเเลปฎิบัติช่วยเหลือเบื้องต้น รวมถึงถ้าเป็นญาติหรือทราบข้อมูลผู้ป่วย เช่น ข้อมูลบุคคล ข้อมูลสุขภาพ อย่าง โรคประจำตัว ยาที่แพ้ ยาที่ใช้ประจำ หรือโรงพยาบาลที่เคยตรวจรักษา กรุณาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ เเละคอยการประสานเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของอาการผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

ได้ยินเเบบนี้เเล้ว...พบเห็นหรือมีโอกาสช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งต่อไป หวังว่าพลเมืองดีจะจัดการกับสถานการณ์เบื้องหน้าได้ดียิ่งขึ้น


สำนักงานบัญชี,สำนักงานสอบบัญชี,ทำบัญชี,สอบบัญชี,ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : รู้ไว้รอดแน่ วิธีช่วยผู้บาดเจ็บ สถานการณ์คับขัน

view

*

view