http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท17/11/2017
ผู้เข้าชม20,087,517
เปิดเพจ23,687,618

โจรทิม โจรวาสนาดี พระพุทธเจ้าหลวงราชรับสั่ง มันพูดจริง เราก็จะให้มันเห็นผลความจริง

“โจรทิม”โจรวาสนาดี พระพุทธเจ้าหลวงราชรับสั่ง “มันพูดจริง เราก็จะให้มันเห็นผลความจริง”!!!

โดย โรม บุนนาค

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

“โจรทิม”โจรวาสนาดี พระพุทธเจ้าหลวงราชรับสั่ง “มันพูดจริง เราก็จะให้มันเห็นผลความจริง”!!!
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

       ใน พ.ศ. ๒๔๓๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับฎีกานักโทษในคุกทูลเกล้าฯถวายมาทางไปรษณีย์ฉบับหนึ่ง มีข้อความค่อนข้างแปลก จึงโปรดให้นำมาอ่านในที่ประชุมเสนาบดี
       
        นักโทษเจ้าของฎีกานี้มีชื่อว่า ทิม เป็นชาวเมืองอินทบุรี ต้องโทษจำคุกในคดีปล้นทรัพย์ ความที่กราบทูลในฎีกานั้นโจรทิมกล่าวว่า ตั้งแต่ต้องโทษจำคุก พัศดีจ่ายให้ไปทำงานในกองจักสาน ได้ฝึกหัดจักสานจนมีความชำนาญ จึงตั้งใจไว้ว่าจะฝึกจักสานจนมีฝีมือที่ไม่มีใครทั้งคุกสู้ได้ แล้วจะทำสิ่งหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงเห็นฝีมือ ถ้าทรงโปรดในของสิ่งนั้น ก็จะขอพระราชทานอภัยโทษให้พ้นคุก และจะออกบวชเป็นพระภิกษุจำศีลภาวนาไปตลอดชีวิต ไม่หวนกลับไปประพฤติชั่วเหมือนในอดีตอีก
       
        บัดนี้โจรทิมต้องโทษจำคุกมา ๑๐ ปีแล้ว ได้พยายามทำของที่ตั้งใจไว้จนสำเร็จ จึงขอพระราชทานทูลเกล้าฯถวาย ถ้าโปรดฝีมือที่ทำ โจรทิมก็จะขอพระราชทานอภัยโทษ ออกบวชตามที่ตั้งใจไว้
       
        ในท้ายของฎีกาโจรทิมยังให้คำสัญญาว่า ถ้าข้อความที่กราบทูลเป็นความเท็จแม้แต่ข้อหนึ่งข้อใด ก็จะขอรับพระราชอาญาถึงประหารชีวิต
       
        เหตุที่โจรทิมยื่นถวายฎีกานี้ ก็เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการประกาศใช้ประมวลกฎหมาย คงใช้แต่ประเพณี การตัดสินโจรผู้ร้าย ตระลาการจะสั่งแต่เพียงให้เอาตัวไปจำขัง แต่ไม่ได้กำหนดว่ากี่ปี จะพ้นโทษออกมาได้ก็ต่อเมื่อพระเจ้าแผ่นดินพระราชทานอภัยโทษให้ นักโทษในคุกมักจะต้องถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ แต่เดิมมักให้ญาติช่วยยื่นฎีกา ต่อมาเมื่อมีการไปรษณีย์ นักโทษก็จะใช้วิธียื่นทางไปรษณีย์เอง ฎีกาคนคุกเหล่านี้จึงมีจำนวนมาก แต่พระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดเป็นพระราชนิยมไว้ว่า โทษอย่างใดติดมานานแค่ไหน หรือทำความดีความชอบเป็นพิเศษก็จะทรงพิจารณา ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ก็ทรงยกฎีกาเสีย สำหรับโจรทิมนี้ติดคุกมา ๑๐ ปีแล้ว ถือว่านานพอควร ทั้งยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจ
       
        เมื่อได้อ่านฎีกาต่อที่ประชุมเสนาบดีแล้ว จึงดำรัสสั่งให้กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ขณะยังดำรงพระยศเป็นกรมหมื่น และเป็นผู้บัญชาการกระทรวงนครบาล ให้ไปสอบสวนดูว่าที่โจรทิมอ้างในคำฎีกานั้น มีความจริงเพียงไร
       
        ในการประชุมเสนาบดีครั้งต่อมา กรมพระนเรศฯ จึงได้นำกาถังน้ำร้อนที่โจรทิมบรรจงสานมาถวาย และกราบทูลว่าคำที่โจรทิมอ้างนั้นสอบสวนได้ความจริงทุกข้อ
       
        พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรกาถัง เห็นว่าฝีมือประณีตดีจริง มีพระราชดำรัสว่า
       
        “มันพูดจริง เราก็จะให้มันเห็นผลความจริง”
       
        จึงทรงพระกรุณาโปรดยกโทษพระราชทานโจรทิม และดำรัสสั่งกรมพระนเรศฯ ให้ส่งตัวไปให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะเป็นอธิบดีกระทรวงธรรมการ จัดการบวชโจรทิมเป็นนาคหลวง
       
        กรมพระยาดำรงฯ ทรงนิพนธ์ตอนนี้ไว้ว่า
       
        “สมัยนั้น นักโทษยังต้องจองจำอยู่ในคุกเดิมที่หน้าวัดพระเชตุพนฯ เมื่อกรมนครบาลคุมตัวโจรทิมไปส่ง ฉันแลเห็นดูผิดมนุษย์จนน่าสังเวช ด้วยผมยาวรุงรัง ทั้งหัวเนื้อตัวก็ขะมุกขะมอมอย่างว่า“ขี้ไคลท่วมหัว” มีแต่ผ้าขาดนุ่งติดตัวไป แต่สังเกตดูกิริยาอัชฌาสัยเรียบร้อย รุ่นราวเป็นคนกลางคนสัก ๔๐ ปีเศษ ฉันรับตัวไว้แล้วต้องเริ่มด้วยให้อาบน้ำ ถูขี้ไคล ตัดผม แล้วให้เครื่องนุ่งห่มใหม่ จัดให้อยู่ในบ้านฉันจนกว่าจะไปบวช แต่แรกคนในบ้านออกจะพากันกลัวด้วยได้ยินว่าเป็นโจร แต่เมื่อรู้เรื่องที่โจรทิมทูลขอจึงพากันสงสารสิ้นรังเกียจ ช่วยอุปการะเลี้ยงดูด้วยเมตตาจิตทั่วทั้งบ้าน ส่วนการที่จะบวชนั้น ฉันปรึกษากับเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (ม.ร.ว.คลี่ สุทัศน์) เวลานั้นยังเป็นที่พระยาวุฒิการบดี ปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ เห็นว่าควรให้บวชอยู่วัดพระเชตุพนฯ ให้ไปบอกพระราชาคณะ เจ้าอาวาสก็ยินดีจะรับพระทิมไว้ในวัดนั้น ฉันให้ไปเบิกผ้าไตรกับเครื่องบริขารของหลวงมาแล้ว ถึงวันกำหนดจึงให้นายทิมแต่งตัวนุ่งผ้ายก สวมเสื้อครุยตามแบบนาคหลวง แล้วพาตัวขึ้นรถไปยังวัดพระเชตุพนฯด้วยกันกับเจ้าพระยาวิชิตวงศ์ฯ มีพวกข้าราชการในกระทรวงธรรมการและกระทรวงนครบาล กับทั้งพวกที่บ้านฉันพากันไปช่วย ข้างฝ่ายสงฆ์พระราชาคณะกับพระฐานานุกรมคณะปรก ก็พร้อมเพรียงกันทำพิธีอุปสมบทนี้ในพระอุโบสถ ดูครึกครื้นสมกับที่เป็นนาคหลวง”
       
        จากเป็นนักโทษติดคุกมา ๑๐ ปีไม่มีกำหนดออก ชีวิตของโจรทิมก็พลิกผันมาเป็นนาคหลวงพระราชทาน มีคนใหญ่คนโตมาร่วมงานบวชอย่างครึกครื้น ก็เพราะความตั้งใจมุ่งมั่นจะทำความดี จึงเห็นผลเช่นนี้
       
        เมื่อบวชแล้วพระทิมจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ ๒ พรรษาจนใน พ.ศ. ๒๔๓๕ เมื่อกรมพระยาดำรงราชานุภาพย้ายมาเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยแล้ว พระทิมก็มาขอเข้าเฝ้า ทูลว่าอาพาธเป็นโรคเหน็บชา รักษาตัวมาพอค่อยคลายขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังอ่อนเพลีย อยากจะขออนุญาตขึ้นไปอยู่ที่วัดในเมืองอินทบุรี ด้วยมีญาติพอจะอาศัยได้บ้าง กรมพระยาดำรงจึงรับสั่งว่า พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานอภัยโทษและโปรดบวชให้ จึงมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้ แต่ที่มาปรึกษาก็ดีแล้ว จะได้มีท้องตราไปฝากเจ้าเมืองกรมการ ให้เขาช่วยดูแลอุปการะด้วย และต่อไปถ้าจะย้ายจากเมืองอินทบุรีไปอยู่ที่ไหนอีก ก็ให้บอกเจ้าเมืองกรมการให้เขารู้ด้วย
       
        จากที่ถูกจับนำตัวไปจากอินทบุรีในฐานะโจรผู้ร้าย พระทิมก็ได้กลับไปบ้านอีกครั้งในฐานะพระภิกษุที่ได้รับพระราชทานบวชให้ และมีเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยผู้เป็นพระอนุชาของพระพุทธเจ้าหลวง ฝากฝังให้เจ้าเมืองกรมการเมืองดูแลอุปการะ
       
        พระทิมถือท้องตราไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเมืองอินทบุรี เงียบหายไปปีกว่า จนถึง ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) เมื่อไทยเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส พระทิมก็ลงมาเฝ้ากรมพระยาดำรงที่วัง และทูลว่า
       
        “อาตมาภาพอยู่ที่เมืองอินท์ ได้ยินว่ามีศึกฝรั่งเศสมาติดเมือง อาตมาภาพคิดถึงพระเดชพระคุณของพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงพระกรุณาแก่อาตมาภาพมาแต่ก่อน เมื่ออาตมาภาพยังเป็นหนุ่มได้เคยเรียนคาถาอาคมสำหรับต่อสู้ศัตรูอยู่บ้าง จึงลงมาเฝ้าหมายจะถวายพระพรลาสึกไปอาสารบฝรั่งเศส สนองพระเดชพระคุณพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสร็จการรบพุ่งแล้ว ถ้ารอดชีวิตอยู่ก็จะกลับบวชอีกตามเดิม”
       
        กรมพระยาดำรงฯได้ฟังแล้วก็รู้สึกรักน้ำใจพระทิม รับสั่งให้คอยอยู่ที่วัง จะนำความขึ้นกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวก่อน เพราะเป็นนาคหลวง
       
        พระพุทธเจ้าหลวงก็ทรงชอบพระราชหฤทัย ออกพระโอษฐ์ว่า
       
        “มนุษย์เรานี้ ถึงตกต่ำจนเป็นโจรผู้ร้ายแล้ว ถ้ากลับใจได้จริงๆ ก็ยังเป็นคนดีได้”
       
        มีพระราชกระแสรับสั่งทรงขอบใจพระทิมที่มีความกตัญญู คิดจะสนองพระเดชพระคุณ แต่การรบพุ่งนั้นใช้คนฉกรรจ์ที่มีกำลังมาก พระทิมอายุมากเกินไปแล้ว ให้บวชเอาบุญต่อไปเถิด พระทิมจึงกลับไปอยู่ที่วัดเมืองอินทบุรีตามเดิม
       
        ต่อมาอีกหลายปี พระทิมก็อาพาธถึงมรณภาพ ทางกรมการเมืองเห็นว่าเป็นพระที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานบวชให้ และเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ดูแลอุปการะ จึงปรึกษาญาติให้รอการปลงศพไว้ก่อน แล้วแจ้งมายังกรมพระยาดำรงฯให้ทรงทราบ
       
        เมื่อกรมพระยาดำรงฯนำความขึ้นกราบทูลว่าพระทิมถึงมรณภาพแล้ว พระพุทธเจ้าหลวงยังทรงจำได้ ดำรัสว่าพระทิมเป็นคนซื่อสัตย์ ถึงไม่ทรงรู้จักตัวก็ทรงอุปการะมาก่อน โปรดให้เบิกศิลาหน้าเพลิงกับผ้าสำหรับชักบังสุกุลเป็นของหลวง ส่งไปพระราชทานเพลิงศพพระทิม
       
        งานพระราชทานเพลิงศพพระทิม หรืออดีตโจรทิม จึงเป็นงานศพที่ยิ่งใหญ่ของเมืองอินทบุรี มีข้าหลวงพระราชทานเพลิงศพ มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับกรมการเมือง มาเป็นเกียรติกันพร้อมหน้า
       
        สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงสรุปเรื่องราวของพระ“โจรทิม” สมกับภาษิตโบราณที่ว่า “ไม้ต้นคด ปลายยังดัดเอาดีได้ ถ้าปลายคด ถึงต้นจะตรงก็ใช้ไม่ได้”.


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : โจรทิม โจรวาสนาดี พระพุทธเจ้าหลวงราชรับสั่ง มันพูดจริง เห็นผลความจริง

view

*

view