http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,016,253
เปิดเพจ23,610,747

ปัจจัยลบเศรษฐกิจ เวียดนาม ผลิตภาพแรงงานต่ำ-หนี้รัฐสูง

จากประชาชาติธุรกิจ

นอกจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและประชากรวัยทำงานจำนวนมากแล้ว อีกปัจจัยที่ดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติขนเม็ดเงินเข้ามาเวียดนามคือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าส่งออก ของประเทศดังกล่าว

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหภาพยุโรป (EU) และเวียดนามได้ลงนามข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่จะช่วยขจัดภาษีนำเข้าระหว่างกันเกือบทั้งหมด และถือเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตเวียดนาม-สหภาพยุโรปครบ 25 ปีด้วย เอเอฟพีรายงาน

"การลงนามไม่ใช่ปลายทางความสัมพันธ์ของเรา แต่เป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยสหภาพยุโรปและเวียดนามสามารถทำสิ่งที่ดีร่วมกันได้" นายฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวในระหว่างพิธีลงนาม FTA กับนายกรัฐมนตรี เหงียน เติ๋น สุง ของเวียดนาม ที่กรุงบรัสเซลส์

ข้อตกลงฉบับนี้ซึ่งมีขึ้นหลังการเจรจาอย่างเข้มข้นนาน 2 ปี 6 เดือน เป็น FTA แรกที่อียูบรรลุกับประเทศกำลังพัฒนา และจะมีผลให้รายการภาษีขาเข้ากว่า 99% ระหว่างกันถูกยกเลิกภายในระยะเวลา 7 ปี ทั้งนี้มูลค่าการค้าระหว่าง 2 เขตเศรษฐกิจดังกล่าวขยายตัวขึ้น 3 เท่า เป็น 28,000 ล้านยูโร (ราว 30,000 ล้านดอลลาร์) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา


ด้านนางสาวเซซิเลีย มาล์มสตรอม กรรมาธิการการค้าประจำอียู เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ต้นแบบใหม่สำหรับนโยบายการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา" และนับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ของอียูกับประชาคมอาเซียน โดยนอกจากเวียดนามแล้ว อียูได้ลงนามข้อตกลงในลักษณะเดียวกันนี้กับสิงคโปร์ไปเมื่อปีที่แล้ว

อียูมีแผนจะเจรจา FTA กับอีก 2 ชาติสมาชิกอาเซียนคือ มาเลเซีย และไทย แต่กรณีของไทยการเจรจาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดหลังการรัฐประหารปี 2557

สินค้าส่งออกหลักของเวียดนามไปยังอียูที่มีสมาชิก 28 ประเทศ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รองเท้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาทิ กาแฟ ข้าว และอาหารทะเล ขณะที่สินค้านำเข้าจากอียูมายังเวียดนามจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้น สูง เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบิน ยานพาหนะ และผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเวียดนาม เป็นไปตามนโยบายพัฒนาประเทศที่มุ่งมั่นของรัฐบาลว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจของ ประเทศให้แข็งแกร่งภายในปี 2563 โดย ธานเนียนสื่อท้องถิ่นรายงานว่า นายบุ๋ย กว่าง วินห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุน กล่าวระหว่างการประชุมความร่วมมือการพัฒนาในกรุงฮานอยระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามจะแข็งแกร่งมากขึ้น จาก 6% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สู่ 6.5-7% ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

พร้อมกันนี้นายก รัฐมนตรี เหงียน เติ๋น สุง คาดการณ์ว่า ปีนี้เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตอยู่ที่ 6.5% พร้อมการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ GDP ต่อหัวต่อปีอยู่ที่ 2,228 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 2,000 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน และยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากถึง 3,200-3,500 ดอลลาร์ในปี 2563

โดยนายกฯสุง เผยว่า เวียดนามพยายามปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยกเครื่องโครงสร้างตลาดการเงิน และให้ความสำคัญกับการควบคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย พร้อมปฏิรูปกฎระเบียบให้เอื้อต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเพิ่มบรรยากาศใน การลงทุน

อย่างไรก็ตาม นางสาววิคตอเรีย กวากวา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำเวียดนาม กลับแสดงความกังวลเกี่ยวกับ ผลิตภาพของแรงงานเวียดนามที่ยังคงล้าหลังและเติบโตในอัตราน้อยกว่า 4% แม้ที่ผ่านมาเวียดนามจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจจากพิษวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้เป็น อย่างดี โดยระบุว่า การเติบโตที่ช้าของผลิตภาพแรงงานอาจเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ รวดเร็วและยั่งยืนได้

ขณะที่ทางสมาพันธ์แรงงานเวียดนามชี้ว่า ผลิตภาพแรงงานในเวียดนามที่ยังต่ำมีต้นตอสำคัญมาจากอัตราค่าจ้างที่ต่ำ ทั้งยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานของประชากรวัยแรงงานกว่า 92% ของแรงงานทั้งประเทศ

ส่วนนายโจนาธาน ดันน์ ผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประจำเวียดนาม สะท้อนถึงความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่ยังคงสูงลิ่ว และภาวะการขาดดุลงบประมาณในปัจจุบันโดยคาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะจะแตะที่ 61.3% ของ GDP ในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งเพดานความปลอดภัยของหนี้สาธารณะอยู่ที่ 65% ส่วนหนี้ต่างประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ 41.5% ของจีดีพี ขณะที่ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณภาครัฐ คาดว่าจะแตะ 5% ของ GDP ในปีนี้ ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่กฎหมายเวียดนามกำหนดไว้

ดันน์มองว่า เวียดนามจำเป็นต้องสร้างเสถียรภาพให้นโยบายเศรษฐกิจมหภาค อีกทั้งยังต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างของรัฐวิสาหกิจให้เข้มแข็งขึ้นด้วย

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่พุ่งสูง อาจทำให้เกิด "ภาพลวงตา" ว่าสถานการณ์ทางการคลังของประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัญหาภายในหลายจุดที่ยังไม่ถูกสะสาง อาจทำให้เป้าหมายสวยหรูของรัฐบาลเวียดนามสะดุดได้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ปัจจัยลบ เศรษฐกิจเวียดนาม ผลิตภาพแรงงานต่ำ หนี้รัฐสูง

view

*

view