หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,995,100
Page Views 23,555,737
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

รถไฟความเร็วสูงของจีน กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์นอกรอบ

คอลัมน์นอกรอบ ยี หย่วน - เขียน ดร.อภิสรา พรรัตนานุกูล - แปล

ความหมายของ "รถไฟความเร็วสูง" หมายถึง รถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีจุดเด่นที่ความรวดเร็วและปลอดภัย ประเทศจีนเริ่มก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงช้ากว่าประเทศอื่น ๆ แต่สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีน กลายเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีความเร็วสูงที่สุดในโลก

การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน

ทางรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดในจีนสร้างขึ้นเมื่อปลายสมัยราชวงศ์ชิงทำให้จีนเป็นประเทศลำดับที่3ในทวีปเอเชีย ที่มีการสร้างทางรถไฟขึ้นต่อจากญี่ปุ่นและอินเดีย ในช่วงแรกการขนส่งระบบรางของจีนมีการพัฒนาค่อนข้างล่าช้า ในปี 1949 ทางรถไฟในจีนแผ่นดินใหญ่มีความยาวรวมทั้งสิ้น 23,500 กิโลเมตร ซึ่งไม่ถึงครึ่งหนึ่งของทางรถไฟประเทศอินเดียในขณะนั้น

ภายหลังจีนได้จัดตั้งกระทรวงรถไฟขึ้น และเริ่มก่อสร้างระบบรางขนานใหญ่ โดยใช้สหภาพโซเวียตเป็นแบบอย่าง เชื่อมทางรถไฟในท้องถิ่นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แต่ในช่วงปี 1960-1970 มีผลกระทบจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้การก่อสร้างทางรถไฟต้องหยุดชะงักลง ภายหลังการปฏิรูปและเปิดประเทศ เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการเดินทางของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ระบบการขนส่งทางรถไฟที่ล้าหลัง ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมได้ และมีปัญหาซื้อบัตรโดยสารยาก รถไฟวิ่งช้า การขนส่งสินค้ามีขีดจำกัดอย่างมาก ทำให้สินค้าในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตกค้าง ด้วยเหตุนี้นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา จีนจึงเพิ่มการก่อสร้างรางรถไฟมากขึ้น และปรับเพิ่มความเร็วรถไฟครั้งใหญ่ถึง 6 ครั้ง ทำให้จีนเริ่มความพยายามก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงนับแต่นั้นมา



ปี 1964 รถไฟความเร็วสูง โทไกโด ชิงกันเซ็ง ของญี่ปุ่นเริ่มเปิดใช้งานและกลายเป็นรถไฟความเร็วสายแรกของโลก ที่เปิดให้บริการเชิงธุรกิจ หลังจากนั้นฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และอังกฤษ ก็ทยอยเปิดตาม ส่วนของจีนเริ่มพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1990 มีแนวทางการพัฒนา 2 แนวทาง คือปรับเพิ่มความเร็วของรถไฟที่ใช้รางเดิม และสร้างทางรถไฟความเร็วสูงขึ้นใหม่ ซึ่งแบ่งขั้นตอนการพัฒนาเป็น 4 ช่วง

ช่วงที่ 1 เตรียมการทางความคิด (ปี 1990-1999) รถไฟจีนในทศวรรษที่ 1990 ทำความเร็วเฉลี่ยได้ไม่ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระทรวงรถไฟจีนได้เสนอ "รายงานว่าด้วยกรอบแนวคิดโครงการเส้นทางรถไฟความเร็วสูงปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งทางรถไฟ แต่เนื่องจากยังมีความเห็นต่างอยู่มากจึงต้องหยุดอยู่แค่ขั้นตอนการเตรียมการเท่านั้น

ช่วงที่2เริ่มต้นการพัฒนา(ปี 2000-2007) เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 รถไฟความเร็วสูงของจีนได้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม มีรถไฟความเร็วสูงพลังงานไฟฟ้าสัญชาติจีนทยอยผลิตออกสู่ตลาด เช่น หลานเจี้ยน, เซียนเฟิง และจงหวาจือซิง โดยรถไฟจงหวาจือซิง ได้สร้างสถิติใหม่ของรถไฟจีนด้วยความเร็ว 321.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในปี 2003 รถไฟโดยสารขบวนแรกของจีนเส้นทางฉินหวงเต่า-เสิ่นหยาง ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดใช้อย่างเป็นทางการ

คณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติ "แผนระยะกลางและระยะยาวว่าด้วยการสร้างโครงข่ายทางรถไฟ" เป็นการประกาศสร้างเส้นทางรถไฟโดยสารระยะทางกว่า 12,000 กิโลเมตร และระบบรถไฟโดยสารระหว่างเมือง ได้แก่ เส้นทางหวนโป๋ไห่ (พื้นที่รอบทะเลโป๋ไห่) เส้นทางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง และเส้นทางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง

รถไฟจีนยังได้นำเข้าเทคนิคใหม่ ร่วมกันพัฒนาโดยสร้าง "แบรนด์ประเทศจีน" เร่งผลิตรถไฟความเร็วสูง ปี 2007 เป็นครั้งแรกที่จีนเริ่มใช้รถไฟความเร็วสูงพลังงานไฟฟ้า (CRH) ในหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางปักกิ่ง-ฮาร์บิน, ปักกิ่ง-กวางเจา, ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้, หลานโจว-เหลียนอวิ๋นก่าง มีความเร็วสูงถึง 200-250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าระดับโลกด้านการปฏิรูปความเร็วรถไฟ

ช่วงที่ 3 พัฒนาอย่างก้าวกระโดด (ปี 2008-2010) ความพยายามเพิ่มความเร็วรถไฟบนเส้นทางที่มีอยู่เดิมถูกระงับไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยหันไปให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางรถไฟโดยสารที่สามารถรองรับความเร็วได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในปี 2008 กระทรวงรถไฟจีนได้ปรับ "แผนระยะกลางและระยะยาวว่าด้วยการสร้างโครงข่ายทางรถไฟ" โดยเพิ่มงบประมาณการลงทุนจาก 2 ล้านล้านหยวนเป็น 5 ล้านล้านหยวน ทำให้รถไฟความเร็วสูงของจีนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และมีรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองขบวนแรก ความเร็วสูงถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือเส้นทางปักกิ่ง-เทียนสิน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ต่อจากนั้นเส้นทางสายใหม่ ๆ ก็ทยอยสร้างเสร็จสมบูรณ์ เช่น เส้นทางชิงเต่า-จี้หนาน, อู่ฮั่น-กวางเจา, ผู่โจว-เซี่ยเหมิน, หนานชาง-จิ่วเจียง และเซี่ยงไฮ้-นานกิง นอกจากนี้ ในแต่ละเส้นทางยังมีจำนวนขบวนรถไฟเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ช่วงที่ 4 ปรับเปลี่ยนสู่ความสมบูรณ์ (ปี 2011-ปัจจุบัน) โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนเป็นรูปร่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามแผน "4 แนวตั้ง 4 แนวนอน" บัดนี้เส้นทางปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้, หังโจว-ผู่โจว-เสิ่นเจิ้น และเส้นทางเซี่ยงไฮ้-อู่ฮั่น-เฉิงตู ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะเดียวกันเส้นทางหลักระหว่างเมืองใหญ่ และเส้นทางระหว่างเมือง กำลังทยอยเปิดเดินรถ อีกทั้งยังได้วางโครงข่ายสมบูรณ์แบบของเส้นทางใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงไปถึงพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ได้แก่ เส้นทางหนานชาง-ผูเถียน, เหิงหยาง-หลิ่วโจว, กุ้ยโจว-กวางเจา และอูหลู่มู่ฉี-หลานโจว

จวบจนปลายปี 2014 เส้นทางรถไฟของจีนที่วิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะทางรวมกันถึง 19,369.8 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่มีอยู่ทั่วโลก

รถไฟความเร็วสูงของจีน
กับเศรษฐกิจและสังคม

การ พัฒนาอย่างรวดเร็วของรถไฟความเร็วสูงช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่ง ผลดีต่อการปรับตัวของอุตสาหกรรมโดยก่อนหน้านี้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวด เร็วโดยอาศัยการผลิตคุณภาพต่ำ การที่ต้องแสวงหาแรงขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจได้กลายเป็นความต้องการแท้ จริง

รถไฟความเร็วสูง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเข้าด้วยกัน การสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นการสร้างอุปสงค์อย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมโลหะ เครื่องยนต์ พลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งด้านแรงงาน และผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ และทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง

การปรับ "แผนระยะกลางและระยะยาวว่าด้วยการสร้างโครงข่ายทางรถไฟ" วัตถุประสงค์หนึ่ง คือต้องการสนองแผนการลงทุน 4 ล้านล้านหยวนของรัฐบาลจีน เพื่อเพิ่มความต้องการภายในประเทศ ทำให้จีนได้รับผลกระทบน้อยลงจากวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ทำให้เมืองใหญ่ 3 กลุ่ม ได้แก่ หวนโป๋ไห่ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง เชื่อมโยงถึงกัน และยังได้รวมเอาเมืองส่วนใหญ่ในจีนเข้าไปอยู่ในแผนสร้างโครงข่ายการคมนาคม โครงข่ายนี้สามารถทำให้การเดินทางของผู้คนและการขนส่งสินค้ามีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมใหม่ในแต่ละท้องถิ่นมีการรวมกลุ่ม แบ่งงาน และยกฐานะให้สูงขึ้น กระจายความเจริญกระตุ้นให้พื้นที่ตามแนวทางรถไฟมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งยังกระตุ้นให้มีการปรับปรุงการขนส่งทางอากาศ และกำหนดเส้นทางการบินให้เหมาะสมยิ่งขึ้นด้วย

รถไฟความเร็วสูงทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันได้รับความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางที่แสนยาวไกลทำให้ทัศนคติของคนจีนที่มีต่อเรื่องเวลาแบบเดิม ๆ เปลี่ยนแปลงไปยกตัวอย่างในอดีตการเดินทางด้วยรถไฟจากปักกิ่งถึงเซี่ยงไฮ้ อย่างน้อยต้องใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง และปักกิ่ง-กวางเจา 21 ชั่วโมงแต่การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงสามารถย่นระยะเวลาให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมง และ 8 ชั่วโมงตามลำดับ ขณะเดียวกันก็มีความแม่นยำในเรื่องเวลา มีความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งในระยะทางสั้นและระยะทางปานกลางนั้น มีข้อได้เปรียบกว่าการขนส่งโดยเครื่องบินอยู่มาก กระบวนการนี้เป็นผลดีต่อการขยายพื้นที่เมือง และการยกระดับความเป็นตัวเมือง

นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะรถไฟความเร็วสูงขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า อัตราการขับของเสียระหว่างการเดินรถนั้นแทบจะเป็นศูนย์ อัตราการเผาผลาญพลังงานไม่ถึง 1 ใน 30 ของเครื่องบินโบอิ้ง 747 หรือคิดเป็นสองเท่าของการใช้พลังงานของรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น ส่งผลดีต่อการปรับสภาพทางระบบนิเวศอีกด้วย

รถไฟความเร็วสูง การทูตของจีน

ปี 2014 มีการจัดประชุมใหญ่ว่าด้วยเรื่องรถไฟความเร็วสูงระดับโลกขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นนอกทวีปยุโรปสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับจาก นานาชาติถึงความสำเร็จในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงของจีนประกอบกับมีต้นทุน ค่อนข้างต่ำทำให้รถไฟความเร็วสูงของจีนมีข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันในตลาด โลก ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงของจีนกำลังก้าวสู่ต่างประเทศ "การทูตรถไฟความเร็วสูง" จึงเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนจีนกล่าวถึงกันมากในปัจจุบัน

กระทรวงรถไฟจีนและกิจการที่เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงเริ่มดำเนินนโยบาย"ก้าวสู่ภายนอก"โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ จากนั้นจะขยายสู่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และอเมริกา

จีนเริ่มเจรจาการสร้างรถไฟความเร็วสูงและมีข้อตกลงร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ กว่า 10 ประเทศ เช่น เวียดนาม ลาว ไทย อินเดีย อิหร่าน และบราซิล ตัวอย่างเช่น ในปี 2010 ได้มีการลงนามกรอบข้อตกลงความร่วมมือเพื่อกระตุ้นการขยายตลาดรถไฟความเร็วสูงในสหรัฐอเมริกา ระหว่างบริษัท ซีเอสอาร์ จำกัด ของจีน และบริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก ของสหรัฐอเมริกา ขณะที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ของจีน ก็ลงนามในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายโคจีเดส-แอนโซทกุย ในเวเนซุเอลา และเส้นทางมักกะฮฺกับมาดินะฮฺ ในซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ บริษัท ไชน่า ซิวิล เอ็นจิเนียริ่ง คอนสตรักชั่น ของจีน ได้ลงนามก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางอังการา-อิสตันบูล ประเทศตุรกี และเปิดใช้งานแล้วเมื่อปี 2014 ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของจีนที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในต่างประเทศ

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เริ่มรับบทบาทเป็น "ทูตสนับสนุนรถไฟความเร็วสูง" ระหว่างการเดินทางเยือนต่างประเทศ ในปี 2013 คณะกรรมาธิการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติจีน ร่วมกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ร่วมลงนามในหนังสือสัญญาความร่วมมือกับรัสเซีย ว่าด้วยการผลักดันการก่อสร้างเส้นทางขนส่งความเร็วสูงระหว่างยุโรปและเอเชีย เส้นทางปักกิ่ง-มอสโก ระยะทางยาว 7,000 กิโลเมตรในปี 2014 รัฐบาลจีนและรัฐบาลอังกฤษได้ประกาศแถลงการณ์แสดงความยินยอมทั้งสองฝ่าย ในความร่วมมือทางการขนส่งคมนาคมบนเส้นทางรถไฟ (รวมถึงรถไฟความเร็วสูงด้วย)

สำหรับจีนและไทยตกลงทำหนังสือสัญญาความร่วมมือกัน โดยจีนร่วมลงทุนและก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายหนองคาย-ระยอง และสายหนองคาย-กรุงเทพฯ นอกจากนี้ จีนยังได้เข้าร่วมการประกวดราคารถไฟความเร็วสูงของอินเดีย เส้นทางนิวเดลี-เชนไน และยังเสนอให้จัดตั้งศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนารถไฟความเร็วสูงขึ้นในทวีปแอฟริกาอีกด้วย

จีน ได้บุกเบิกขยายพื้นที่การพัฒนาทางการทูตด้วยรถไฟความเร็วสูงให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้นจนถึงปลายเดือนมกราคม2015ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกของจีน ได้อุดหนุนเงินกู้จำนวน 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับโครงการส่งออกวัสดุอุปกรณ์เพื่อสร้างทางรถไฟนอกประเทศทั้งสิ้น 35 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดสรรให้ประเทศ "หนึ่งแนวเขต-หนึ่งเส้นทาง" อาทิ ประเทศไทย ลาว ไนจีเรีย อียิปต์ และรัสเซีย รวมถึงการขยายโครงการใหม่ ๆ ในตลาดที่พัฒนาแล้ว เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจการเงินของนักลงทุนจีน ยังได้วางแผนเชิงรุกที่จะเข้าร่วมโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงสายกัว ลาลัมเปอร์-สิงคโปร์

ในขณะนี้รถไฟความเร็วสูงจีนไม่เพียงแต่แผ่ขยายอิทธิพลสู่ระดับโลก แต่ยังสร้างสีสันให้กับการดำเนินการด้านการทูตของประเทศจีนอีกด้วย

การ ผลักดันรถไฟความเร็วสูงสู่ต่างประเทศไม่เพียงแต่จะช่วยระบายสินค้าโลหะที่ ผลิตเกินความต้องการภายในประเทศแต่ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างจีนกับต่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและยังเป็นแรงสนับสนุนจากจีนต่อ การผลักดันให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาการคมนาคมของโลกอีกด้วย การทูตรถไฟความเร็วสูงของจีน เป็นกระบวนการหนึ่งของการสร้างตราผลิตภัณฑ์ "made in China" และเป็นการกระตุ้นให้จีนและโลกได้ประโยชน์ร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงบทบาทใหม่ของประเทศจีนที่มีความรับผิดชอบในฐานะประเทศมหา อำนาจ จากการพัฒนาแผน "หนึ่งแนวเขต-หนึ่งเส้นทาง" และการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย

ความสำคัญของกลยุทธ์ทางการทูตด้านรถไฟความเร็วสูงของจีน มีความหวังที่จะเพิ่มบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : รถไฟความเร็วสูงของจีน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view