หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,992,265
Page Views 23,552,672
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ยุคใหม่ของธุรกิจนิตยสาร ขาย ... หรือแจกฟรี

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ Market-Think โดย สรกล อดุลยานนท์

เมื่อ 2 วันก่อน ผมแวบเข้าร้านหนังสือ แวะไปที่โซนนิตยสารและหนังสือพิมพ์

หยิบนิตยสารหลายเล่มที่ไม่ได้อ่านประจำขึ้นมาอ่านเล่น ๆ

ก่อนจะซื้อจริง ๆ 3-4 เล่ม

บางเล่มซื้อเพราะอยากอ่าน แต่บางเล่มซื้อเพราะอยากรู้

อยากรู้ว่าทำไมบางจัง

บางเล่มบางจนอ่านชื่อนิตยสารที่สันหนังสือแทบไม่ออก

จากเดิมที่เคยหนาปึ้กระดับไม่กล้านอนอ่าน

ตามปกติผมจะอ่านนิตยสารประจำอยู่หลายฉบับ

เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่อง"ความหนา" มาโดยตลอด แต่เริ่มชัดเจนมาก ๆ เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา

บางเล่มล้มหายตายจากไป

บางเล่มก็ปรับเวลาการออก เช่น จากรายสัปดาห์เป็นรายปักษ์ 15 วัน

รายปักษ์เป็นรายเดือน

และบางเล่มก็เปลี่ยนรูปแบบ จากหนังสือ "ขาย" เป็นหนังสือ "แจกฟรี"

เชื่อไหมครับว่าโมเดลธุรกิจของหนังสือพิมพ์และนิตยสารในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

หนังสือแจกฟรี ทำกำไรดีกว่าหนังสือขาย

ทั้งที่รายรับมีมาจากทางเดียว คือ "โฆษณา"

ในขณะที่หนังสือพิมพ์หรือนิตยสารทั่วไป มีรายรับ 2 ทาง คือ "ขายหนังสือ" และ "โฆษณา"

ประเด็นสำคัญของโมเดลธุรกิจนี้อยู่ที่ 1.สินค้าต่าง ๆ ไม่ได้สนใจว่าผู้บริโภคได้สิ่งพิมพ์นั้นมาด้วยวิธีการไหน

ซื้อ หรือแจกฟรี

เขาสนใจอย่างเดียวว่าปริมาณคนอ่านเยอะแค่ไหนและเป็นใคร

2.การแจกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่สถานีรถไฟฟ้าทำให้เอเยนซี่โฆษณาและลูกค้าประกอบร่างได้ว่าคนที่เห็นโฆษณาของเขาคือใคร

คนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าคือใคร

ชัดเจนกว่าลูกค้าที่ซื้อหนังสือ

เพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร

ยิ่งเป็นสื่อค่ายใหญ่ที่มี "เนื้อหา"อยู่ในมือต้นทุนด้านเนื้อหาจะต่ำมาก

เพราะมีทั้งข่าวและคอลัมน์ต่าง ๆ อยู่ในมือ ลงทุนใหม่น้อยมาก

โรงพิมพ์ก็มีอยู่แล้ว แท่นพิมพ์หนังสือพิมพ์ใช้เวลาแค่ 1-2 ชั่วโมงก็พิมพ์เสร็จ

ข่าวก็สดกว่า เพราะสามารถปิดต้นฉบับหลังเที่ยงคืนได้สบาย ๆ


หนังสือพิมพ์รายวันต้องปิดต้นฉบับเร็ว เพราะต้องส่งไปขายต่างจังหวัด

ส่วนใน กทม.ก็ต้องกระจายหนังสือไปตามเอเย่นต์ และกระจายไปแผงหนังสือ ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลา

ต้องพิมพ์เสร็จก่อนเที่ยงคืน

ในขณะที่จุดกระจายหนังสือพิมพ์แจกฟรีมีแค่สถานีรถไฟฟ้าทั้งหมดในพื้นที่กทม.ขั้นตอนเดียว

ซึ่งเปิดให้บริการตอนเช้า

พิมพ์เสร็จตีสี่ยังส่งทันเลย

ค่ายบางกอกโพสต์เริ่มทำ M2Fมาได้ 4 ปีกว่า

ใครจะไปนึกว่าจะกำไรตั้งแต่ปีแรก

และกลายเป็นรายได้หลักของค่ายนี้

ตอนที่เศรษฐกิจดีสินค้าต่างๆต้องจองปกล่วงหน้าเป็นเดือน

แต่วันนี้พอขยายไปต่างจังหวัด ผมไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ของ M2F จะเป็นอย่างไร

เพราะต้นทุนการพิมพ์และการกระจายหนังสือสูงขึ้น และกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเหมือนเดิม

ส่วนทางค่าย a day สื่อที่เป็นรายได้หลักของเขาคือ a day bulletin นิตยสารแจกฟรีที่สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นนิตยสารแจกฟรีที่ประสบความสำเร็จสูงมาก

ทั้งเนื้อหาและรายได้


เขาเริ่มนิตยสารเล่มนี้ปี 2551

ประสบความสำเร็จดีมากและรายได้ดีมากจนต้องเพิ่มหัวใหม่life

และปรับ Hambuger เป็นนิตยสารแจกฟรีอีกฉบับหนึ่ง

ทีวีพูลและนิตยสารในเครือก็ปรับตัวเข้าโมเดลนี้

และคงมีอีกหลายเจ้าที่จะขยับเข้ามาในเกมนี้

ผมไม่รู้ว่าโมเดลธุรกิจหนังสือแจกฟรีจะยังคงเซ็กซี่ต่อไปได้อีกกี่ปี

แต่ถือเป็นทางสายที่สิ่งพิมพ์หลายค่ายกำลังเลือกเดิน

เหมือนเป็น "แอ่งน้ำ" สุดท้ายที่มองเห็น


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ยุคใหม่ ธุรกิจนิตยสาร ขาย แจกฟรี

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view