http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ยัน พ.ร.บ.กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจไม่ใช่การแปรรูป คลัง ปลอบสหภาพฯ และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

        กระทรวงการคลังย้ำการเสนอร่าง กม.กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจต่อซูเปอร์บอร์ด 18 ม.ค.นี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่การแปรรูป ยังคงสภาพแรงงานฯ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อวางกรอบการทำงานระยะยาว และป้องกันการเมืองแทรกแซง
       
       นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.จะนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจพิจารณาในวันที่ 18 มกราคม 2559 และคาดว่าจะสามารถนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.)ได้ภายในเดือน ม.ค.นี้ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดถ้อยคำของร่างกฎหมายโดยสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา และส่งกลับเข้ามาให้ ครม.อนุมัติอีกครั้ง ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้ราว เดือน ก.ค.59
       
       กฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับรัฐวิสาหกิจให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการนำหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้กับรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง รวมทั้งจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่า และประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทร่างกฎหมายดังกล่าวได้จัดทำขึ้น โดยอนุกรรมการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจ และคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ซึ่งมี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน
       
       กรณีดังกล่าวได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การจัดทำร่างกฎหมายเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสตั้งแต่เริ่มต้น โดยได้นำข้อสังเกต และความเห็นจากการสัมมนาดังกล่าวมาปรับปรุงร่างกฎหมายให้มีความเหมาะสมด้วย แล้ว
       
       ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวย้ำว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการจัดทำกฎหมายนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐ วิสาหกิจเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อันมีผลเป็นการสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในระยะยาว
       
       ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวด้วยว่า จะนำหลักของการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดีมาปรับใช้กับรัฐวิสาหกิจด้วย ซึ่งการที่จะเป็นบรรษัทภิบาลที่ดีได้นั้น จะประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการ คือ 1.มีกฎกติกาที่ชัดเจน 2.มียุทธศาสตร์การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ 3.มีความโปร่งใสในการคัดเลือกกรรมการรัฐวิสาหกิจ 4.มีความรับผิดชอบที่ชัดเจน และ 5.การเข้ามามีส่วนร่วม
       
       “กฎหมายฉบับนี้ทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งเน้นเรื่องการปฏิรูป กฎหมายฉบับนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจริงๆ ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่การแปรรูป ซึ่งรัฐวิสาหกิจยังคงเดิมอยู่ทุกอย่าง แค่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้โปร่งใส ซึ่งประโยชน์ที่แต่ละรัฐวิสาหกิจจะได้รับนั้นจะทำให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งเมื่อรัฐวิสาหกิจมีความเข้มแข็ง ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในระยะยาวได้มากขึ้น”
       
       สำหรับความคืบหน้าเรื่องการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ เอกชนภายใต้โครงการ PPP Fast Track ใน 5 โครงการ ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวว่า ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่า 56,725 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่าโครงการ 54,768 ล้านบาทนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ สคร.ซึ่งคาดว่า สคร.จะพิจารณาแล้วเสร็จ และสามารถนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) ได้ตามกำหนดในเดือน ก.พ.นี้ และคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ภายใน มี.ค.นี้
       
       “สายสีชมพู สีเหลืองเราตั้งใจจะเสนอกรรมการ PPP ให้ทันภายใน ก.พ. มีสายสีน้ำเงินที่ตอนนี้กำลังตามอยู่ เพราะเดิมกำหนดไว้ว่ากระทรวงคมนาคมจะส่งมาให้ภายในเดือน ธ.ค. ตอนนี้ยังไม่ส่งมา เราได้ส่งจดหมายไปตามแล้ว เพราะไม่เช่นนั้นการพิจารณาจะล่าช้าออกไป เพราะเดิมเรามี date line กันไว้ว่าภายใน ธ.ค.58 กระทรวงเจ้าสังกัดจะต้องอนุมัติ และส่งมาที่ สคร. พอ สคร.อนุมัติจะต้องนำเสนอกรรมการ PPP ภายใน 2 เดือน ตอนนี้สายสีชมพู และสีเหลืองส่งมาให้เราแล้ว ยังขาดสีน้ำเงิน ส่วนมอเตอร์เวย์ 2 สายคาดว่าจะเป็น มิ.ย.59”
       
       โดยก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ PPP ได้อนุมัติคัดเลือก 5 โครงการลงทุนแรกที่จะเสนอให้เป็น PPP Fast track เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น โดยจะพยายามทำให้ขั้นตอนทุกอย่างบรรลุภายในช่วงครึ่งแรกของปี 59 โดยคาดว่าจะเปิดประกวดราคาให้ได้ภายใน พ.ค.59
       
       ด้าน นายณัฐวุฒ ไพศาลวัฒนา รองโฆษก สคร.ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจตามร่างกฎหมายนี้จะเป็นการยกระดับการ กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องต่อหลักธรรมาภิบาลที่เป็นมาตรฐานสากล ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจขึ้นเป็นองค์กรหลักในการรับผิดชอบรัฐ วิสาหกิจทั้งระบบ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจเพื่อกำหนดนโยบายที่เป็นเอกภาพให้รัฐ วิสาหกิจถือปฏิบัติ การประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นรูปธรรม และสอดคล้องต่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนมีการสร้างความโปร่งใสให้แก่กลไกการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการรัฐ วิสาหกิจ
       
       นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลเป็นการป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองที่ไม่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่จะนำรัฐวิสาหกิจไปใช้ในการดำเนินนโยบายประชานิยมที่ไม่รับ ผิดชอบ
       
       นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. …. เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด วันที่ 18 มกราคม 2559 นี้ โดยขอย้ำว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับรัฐวิสาหกิจให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านการนำหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้กับรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง
       
       สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การจัดทำร่างกฎหมายเป็นไปอย่างรอบคอบ และโปร่งใส โดยย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จึงไม่มีผลกระทบต่อสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจ และสภาพการจ้างของพนักงานรัฐวิสาหกิจแต่ประการใด เพื่อต้องการยกระดับการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยให้มีความชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องต่อหลักธรรมาภิบาลที่เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนมีการสร้างความโปร่งใสให้แก่กลไกการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการรัฐ วิสาหกิจ
       
       นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีผลเป็นการป้องกันการแทรกแซงจากการเมืองที่ไม่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการนำรัฐวิสาหกิจไปใช้สนองนโยบายประชานิยมที่ไม่รับผิดชอบ โดยการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจด้วยการจัดทำกฎหมายนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของ รัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ มีผลเป็นการสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนระยะยาว
       
       รวมทั้งยังจัดตั้ง “บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ” (Holding Company) โดยแต่งตั้ง นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน ทำหน้าที่รับผิดชอบรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ จัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ เพื่อกำหนดนโยบายที่เป็นเอกภาพให้รัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติ การประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นรูปธรรม และสอดคล้องต่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ แผนดังกล่าวยังแบ่งการดูแลรัฐวิสาหกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ “บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ” รับผิดชอบดูแลรัฐวิสาหกิจที่มีทุนเรือนหุ้น ทั้งบริษัทจำกัด และบริษัทจำกัด (มหาชน) โดยภาครัฐยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในรัฐวิสาหกิจกลุ่มดังกล่าว ส่วนรัฐวิสาหกิจ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( ขสมก.) จะกำกับดูแลโดย สคร. แต่ยังอยู่ภายใต้ คนร. โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
       
       ขณะเดียวกัน เมื่อมีการคัดเลือกคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ จะมีระบบกำกับการคัดเลือกอย่างชัดเจนในการคัดเลือกคนมีความรู้ ความสามารถ เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีตัดสันใจเลือก ไม่ใช่ถูกส่งมาจากภาคการเมืองโดยตรง ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก คนร.เห็นชอบแล้วจะเสนอที่ประชุม ครม.พิจารณาภายในเดือนมกราคมนี้ และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้กลางปีนี้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : พ.ร.บ.กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่การแปรรูป คลัง ปลอบสหภาพฯ ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

view

*

view