หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 20/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 20,001,824
Page Views 23,576,038
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

มุมลึกของการศึกษาญี่ปุ่น (4) : สอบเข้ามหาวิทยาลัย

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

     จากวัยเด็ก ซึ่งดูเหมือนเรียนกันสบายๆ พอเข้าสู่วัยรุ่น การเรียนของเด็กญี่ปุ่นจะพลิกโฉมในหลายด้าน เด็กมัธยมต้นและมัธยมปลายจะแต่งเครื่องแบบนักเรียนซึ่งมีทั้งเครื่องแบบ ประจำฤดูใบไม้ผลิและเครื่องแบบประจำฤดูหนาว โครงสร้างการใช้เวลาก็จะเปลี่ยนไป นอนน้อยลง อยู่กับการเรียนยาวนานขึ้น เรียนหนัก โดยเฉพาะเมื่อใกล้เวลาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็จะต้องเตรียมตัวหนักขึ้น
       
       อัตราการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหลังจบ ม.6 ของคนญี่ปุ่น จากผลการสำรวจของปี 2558 คือ 55.4% ถ้ารวมวิทยาลัยระยะสั้นด้วย อัตราจะสูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 56.4% การสอบแข่งขันคือจุดที่ถูกวิจารณ์มากจุดหนึ่งในการศึกษาของญี่ปุ่น ระดับผลการเรียนใน ม.ปลาย ไม่ได้ถูกนำไปคำนวณในการสอบเข้าด้วย เด็กจำนวนมากทุ่มเทให้แก่การเรียนกวดวิชา ทำให้เกิดความเครียดและเป็นภาระทางเศรษฐกิจต่อครอบครัว
       
       การเข้ามหาวิทยาลัยคือบันไดสำคัญขั้นหนึ่งสำหรับชีวิตคนญี่ปุ่นจำนวน มาก และชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยก็แทบจะกำหนดชีวิตการทำงานของคนญี่ปุ่นไปทั้ง ชีวิต มหาวิทยาลัยชั้นนำมีอัตราการแข่งขันกันสอบเข้าดุเดือดทุกปี อย่างมหาวิทยาลัยของรัฐ เช่น โตเกียว เกียวโต โอซะกะ ฮิโตะสึบะชิ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน เช่น วาเซดะ เคโอ โจจิ ค่านิยมแบบนี้มีผลต่อการเรียนของเด็กนักเรียนญี่ปุ่นมาก

        เป็นที่ทราบกันว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นแข่งขันกันสูง ข้อสอบยาก และต้องสอบหลายวิชา มีทั้งข้อสอบกลางและข้อสอบเฉพาะที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจัดสอบเพิ่ม ข้อสอบกลางคือการสอบเก็บคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศประมาณกลางเดือนมกราคม และให้นักเรียนนำคะแนนไปยื่นต่อมหาวิทยาลัยที่เปิดรับตามเกณฑ์ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ (แห่งชาติและท้องถิ่น) ส่วนข้อสอบเฉพาะคือข้อสอบที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเองต่างหากทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งแต่ละคณะมักออกข้อสอบเป็นเอกเทศ จึงมีแนวโน้มว่าจำนวนวิชาของการสอบก็จะเพิ่มตามจำนวนมหาวิทยาลัยและจำนวนคณะ ที่นักเรียนเลือก บางคนอาจต้องสอบถึง 10 กว่าวิชาถ้าเลือกหลายที่เผื่อพลาด
       
       เด็กญี่ปุ่นที่หน้าดำคร่ำเครียดเรียนกันอย่างหนักรู้สึกอย่างไร ผมคงอธิบายแทนได้ยาก เอาเป็นว่า ขอนำตัวอย่างข้อสอบเก่าในปีการศึกษาหนึ่งมาให้ช่วยพิจารณา แล้วช่วยกันตัดสินว่าคำพูดของคนญี่ปุ่นที่ว่า “นรกแห่งการสอบเข้า” เป็นความจริงแค่ไหน

       ก่อนอื่น ลองทำข้อสอบวิชาประวัติศาสตร์โลก (แปลจากภาษาญี่ปุ่นเป็นไทย) สำหรับการสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยริกเกียว (นพพรในเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้) จากนั้นลองดูข้อสอบภาษาอังกฤษของที่อื่น แล้วจะทราบว่ากว่าจะได้เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น นักเรียนต้องอึดขนาดไหน [1]
       
       จงเติมคำลงในช่องที่เว้นไว้และเลือกคำตอบที่ถูกต้องมาเติมในข้อที่มีตัวเลขกำกับ (ประวัติศาสตร์โลก ม.ริกเกียว)
       
       ในศตวรรษที่ 19 สหรัฐอเมริกาพัฒนาประเทศตามแนวทางเฉพาะของตนเอง และประสบความสำเร็จอย่างสูงเนื่องจากมีที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาเป็นบริเวณ กว้างใหญ่ไพศาลอยู่ทางตะวันตก ในปี(1)..........หลังจากที่ซื้อ...................จากฝรั่งเศสแล้ว ปี (2)..........ก็ซื้อฟลอริดาจากสเปน ปี(3)..........ผนวกเทกซัสซึ่งเป็นของเม็กซิโก และปี(4)..........ซื้ออะแลสกาจากรัสเซีย นอกจากนี้ ในการทำสงครามกับเม็กซิโกเมื่อปี 1846 – 48 ได้ครอบครองแคลิฟอร์เนีย ปี(5)............ได้ครอบครองออริกอนจากการทำสนธิสัญญากับอังกฤษ ปี(6)............หลังจากที่เริ่มเกิดการตื่นทอง ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้าไปในแคลิฟอร์เนีย
       
        1 a. 1801 b. 1802 c. 1803 d. 1804
        2 a. 1818 b. 1819 c. 1820 d. 1821
        3 a. 1845 b. 1846 c. 1847 d. 1848
        4 a. 1864 b. 1865 c. 1866 d. 1867
        5 a. 1845 b. 1846 c. 1847 d. 1848
        6 a. 1844 b. 1846 c. 1848 d. 1850
       
       จงเลือกข้อที่เติมแล้วทำให้ประโยคผิดหลักไวยากรณ์ (คณะนิติศาสตร์ ม.วาเซดะ)
       
       1. The picnic will be cancelled if it ( ).
        A. is raining B. looks likely to rain C. rains
       D. starts raining E. will rain
       
       2. During my visit I ( ) to go to Hiroshima to visit the Peace Memorial.
        A. am hoping B. have hoped C. hope
       D. hoped E. was hoping
       
       3. The weather forecast said that it ( ) snow tomorrow.
        A. may B. might C. mustn’t
       D. probably won’t  E. will probably
       
       จงเลือกข้อที่ตำแหน่งเน้นเสียงหนักที่สุดต่างจากคำอื่น (คณะนิติศาสตร์ ม.เคโอ)
       (1) 1 attorney 2 solicitor 3 barrister 4 legitimate
       (2) 1 assembly 2 parliament 3 cabinet 4 bureaucrat
       (3) 1 manuscript 2 seniority 3 substitute 4 corporate
       
       จะเห็นได้ว่าเนื้อหาบางอย่างก็เป็นเรื่องที่ต้องท่องจำล้วนๆ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยต่อต้านการสอนแบบให้จำ เพราะถ้าไม่จำอะไรเป็นพื้นฐานบ้างเลย ย่อมไม่เกิดความคิดต่อยอด แต่ถ้าให้จำตัวเลขมากๆ อย่างเช่นการจำปีที่เกิดเหตุการณ์โน้นเหตุการณ์นี้ นี่ก็น่าเห็นใจผู้เข้าสอบอยู่เหมือนกัน ทว่าถ้ามองในมุมที่ว่านี่คือการออกข้อสอบเพื่อขจัดคนออก ก็พอจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้ออกข้อสอบ และดูเหมือนนักเรียนญี่ปุ่นก็ยอมรับสภาพเพราะถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
       
       ผมเล่าสิ่งที่ได้พบเห็นในฐานะคนต่างชาติผู้มีโอกาสสัมผัสการศึกษาของ ญี่ปุ่นในบางแง่มุม ซึ่งอาจจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็หวังว่าคงจะมีบางสิ่งบางอย่างเป็นแนวทางให้เราได้นำไปคิดต่อตามความ เหมาะสมในสังคมไทย สิ่งไหนดีเราก็นำมาประยุกต์ใช้ แต่สิ่งไหนไม่เหมาะก็ขอให้ถือเป็นตัวอย่างเตือนใจว่าอย่าได้ทำตาม

     หมายเหตุ :
       เฉลยคำตอบ
       ประวัติศาสตร์โลก ม.ริกเกียว : 1) c /ลุยเซียนา , 2) b, 3) a, 4) d, 5) b, 6) c
       ภาษาอังกฤษ ม.วาเซดะ : 1) E , 2) B, 3) C
       ภาษาอังกฤษ ม. เคโอ : 1) 3, 2) 1, 3) 2


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : มุมลึก การศึกษาญี่ปุ่น สอบเข้ามหาวิทยาลัย

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view