http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,112,981
เปิดเพจ23,726,973

ราคาน้ำมัน กับเศรษฐกิจโลกปีลิง

จากประชาชาติธุรกิจ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในเวลานี้ ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง แกว่งตัวอยู่ในระดับระหว่าง 28-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถ้าเทียบกับระดับราคาสูงสุดที่เคยพบเห็นกันเมื่อปี 2014 แล้วละก็เท่ากับลดลงไปราวๆ 70 เปอร์เซ็นต์



ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่ราคาน้ำมันดิ่งลงแล้วดิ่งลงอีกตั้งแต่ต้นปีมา ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ผันผวนปั่นป่วนตามอย่างหนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหลักทรัพย์วอลสตรีต ที่ดัชนีสำคัญอย่าง เอสแอนด์พี 500 ดิ่งลงไปแล้ว 9 เปอร์เซ็นต์ จนถึงระดับที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้ซับไพรม์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008 เป็นต้นมา หรือการปรับลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งเคยเป็นสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างดีที่สุด กลับกลายเป็นสัญญาณแสดงถึงปัญหาเศรษฐกิจในระดับโลกไปแล้ว?

นักวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจโลกบางราย อย่างเช่นทีมเศรษฐศาสตร์ของ ซิตีกรุ๊ป ถึงกับขนานนามว่า "ออยมาเก็ดดอน" ด้วยซ้ำไป

แต่ข้อเท็จจริงทางเศรษฐศาสตร์ก็ต้องเป็นข้อเท็จจริงอยู่วันยังค่ำ นั่นคือ ราคาน้ำมัน "แพง" ต่างหากที่ก่อให้เกิดสภาพเศรษฐกิจถดถอย ไม่ใช่น้ำมันราคา "ถูก" อย่างเช่นในเวลานี้ เพราะราคาน้ำมันซึ่งเป็น "สินค้าอุปโภค" ที่จำเป็น ซึ่งลดลงไปนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในกระเป๋าของผู้บริโภคโดยปริยาย

ตัวอย่างในโลกของความเป็นจริงก็แสดงให้เห็นเช่นนั้น อย่างเช่น ถ้าเราขับรถไปทำงานทุกวัน เมื่อแวะเติมน้ำมันเต็มถัง ราคาน้ำมันที่ลดลงในเวลานี้จะทำให้เราเหลือเงินในกระเป๋าอยู่ไม่น้อยกว่า 200-300 บาท

เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เงินที่เหลือในกระเป๋าดังกล่าว ทำให้เราสามารถแวะร้านสะดวกซื้อ เลือกกาแฟและอาหารเช้าเล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือไปด้วย ปล่อยให้เงินค่ากาแฟและของกินเหล่านั้นหมุนวนเพิ่มมูลค่าของมันต่อไปในระบบ เศรษฐกิจ ดังนั้นความคิดที่ว่า "น้ำมันราคาถูก" เป็นสัญญาณส่อเค้าถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตอันใกล้ ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงความต้องการบริโภคน้ำมันทั่วโลก หรือที่เรียกกันว่าอุปสงค์น้ำมันนั้นหดตัวลง จึงไม่น่าจะถูกต้อง

และในข้อเท็จจริงก็แสดงให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น เพราะตัวเลขล่าสุดของ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุว่าปริมาณการบริโภคน้ำมันทั่วโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นถึงวันละ 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วง 2 ปีจนกระทั่งถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2015

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ราคาน้ำมันถูก ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความต้องการน้ำมันลดน้อยลง แต่เป็นเพราะปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตออกมา ซึ่งเรียกกันว่า อุปทานน้ำมัน นั้นเพิ่มขึ้นสูงกว่าอุปสงค์น้ำมัน

ไออีเอระบุว่า ในช่วงเดียวกันกับที่ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นนั้น ผู้ผลิตทั้งหลายผลิตน้ำมันออกมาเกินกว่าความต้องการถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหมายความว่า ในเวลานี้น้ำมันดิบนั้นอยู่ในสภาพ "ล้นตลาด" และเป็นเหตุผลที่ทำให้ไอเออีระบุเอาไว้ว่า "ด้วยเหตุที่ตลาดในเวลานี้ท่วมท้นไปด้วยปริมาณน้ำมัน ทำให้ยากมากที่จะคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน ระยะเวลาสั้นๆ"

แล้วก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม แม้เมื่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่าง ซาอุดีอาระเบีย กับ รัสเซีย จับมือกันทำความตกลงไม่ผลิตน้ำมัน "เพิ่ม" เช่นเดียวกับเวเนซุเอลา ราคาน้ำมันแทนที่จะถีบตัวสูงขึ้นกลับดิ่งลงไปอีกเล็กน้อยด้วยซ้ำไป

ทีนี้ก็ถึงคำถามสำคัญว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำไมตลาดหุ้นทั่วโลกถึงได้ผันผวนในทางลบ ดิ่งลงไปในทิศทางที่สอดคล้องกับราคาน้ำมัน แทนที่จะเป็นตรงกันข้าม?

ภาวะผันผวนของตลาดหลักทรัพย์สำคัญๆ ทั่วโลกเข้าไปเกี่ยวพันกับทิศทางของราคาน้ำมัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

เราจะเห็นได้ว่า ตลาดหุ้นขนาดใหญ่บางแห่งมีปัญหาเป็นของตัวเอง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในกรณีนี้คือตลาดหุ้นของจีน ซึ่งเกิดจากการระเบิดของปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและข้อบกพร่องในข้อ กำหนดกฎเกณฑ์ของตลาดเอง ก่อนถูกซ้ำเติมด้วยสภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

แน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมกระทบต่อตลาดหุ้นอื่นๆ ไม่มากก็น้อยโดยปริยาย ในเวลาเดียวกันกับที่สร้างสภาวะเชิงจิตวิทยาต่อนักลงทุนทั้งหลายให้คาดหวัง ถึงภาวะ "ทรงกับทรุด" ของเศรษฐกิจโลกหรืออาจหนักข้อไปถึงระดับ วิกฤตเศรษฐกิจโลก ในอนาคต ที่ทำให้เกิดการเทขายต่อเนื่องเป็นระยะๆ มาตลอดทั้งเดือนมกราคมของปีนี้

แต่ในกรณีการทรุดตัวของตลาดหุ้นวอลสตรีต กลับเป็นผลกระทบทางตรงของปัญหาราคาน้ำมัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือกิจการน้ำมันทั้งน้อยใหญ่ในสหรัฐอเมริกาตกอยู่ในสภาวะยาก ลำบากกันถ้วนหน้าอันเนื่องจากภาวะราคาน้ำมัน

ตัวอย่างเช่น เอ็กซอนโมบิล อาจเจอกับการถูก "ดาวน์เกรด" เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี โคโนโคฟิลลิปส์ ลดการปันผลหุ้นของบริษัทลงเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี อุตสาหกรรมน้ำมันที่คิดสัดส่วนแล้วสูงถึงราว 1 ใน 3 ของดัชนีเอสแอนด์พี-500 ก็สามารถดึงดัชนีทั้งหมดลงมาอย่างช่วยไม่ได้

ในอีกทางหนึ่ง อุตสาหกรรมน้ำมันที่กำลังประสบปัญหาตลอดช่วงปีเศษที่ผ่านมา ตัดสินใจปรับลดงบประมาณการลงทุนของตนเองลง สตีเฟน โคพิตส์ ประธานบริษัทที่ปรึกษา พรินซ์ตัน เอเนอร์ยี ระบุว่า มีการยกเลิกงบประมาณรายจ่ายในแวดวงอุตสาหกรรมน้ำมันลงรวมกันแล้วมากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้ง หลาย อาทิ ผู้ผลิตท่อลำเลียงน้ำมัน บริษัทรถยนต์เพื่อการขนถ่ายน้ำมัน เรื่อยไปจนถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ

ในเวลาเดียวกัน ภายใต้มาตรการดอกเบี้ยราคาถูกแสนถูกก่อนหน้านี้ บริษัทขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐอเมริกากู้เงินมาขยายกิจการกันอย่างหนัก แล้วก็เจอปัญหาในการชำระหนี้คืนภายใต้สภาพราคาน้ำมันถูกแสนถูกอย่างเช่นใน เวลานี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาด

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีรายงานข่าวในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เชสซะพีกเอเนอร์ยี ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกาว่าจ้างบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งเพื่อให้จัดการปรับโครงสร้าง ภาระหนี้ 9,800 ล้านดอลลาร์ ตลาดก็ทรุดลงอย่างหนัก แม้ว่าทางบริษัทจะยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะขอความคุ้มครองภายใต้กฎหมายล้ม ละลายแต่อย่างใดก็ตาม

ผลพวงอีกประการจากภาวะหนี้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน คุกคามต่อ "สุขภาพ" ของธนาคารและสถาบันการเงินทั้งหลายที่ปล่อยกู้ให้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน ที่อาจไม่ถึงกับล้มแต่อาจส่งผลให้ปรับลดหรือเลิกการปล่อยกู้ให้กับ อุตสาหกรรมอื่นๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำนองนี้สร้างความกังวลให้กับหลายๆ คนว่า ผลกระทบอาจแผ่ออกไปเป็นวงกว้างทำนองเดียวกันกับวิกฤตซับไพรม์ก่อนหน้านี้ เพราะมีความเชื่อมโยงที่ "หลายคนไม่รู้" ซุกซ่อนอยู่

ข้อสังเกตประการสุดท้ายก็คือ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตลาดหุ้นทั่วโลกในเวลานี้ แสดงให้เห็นถึงความ "น่ากลัว" ของการลงทุนในตลาดทุน ตลาดเงินในยามที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวรวดเร็วเหลือหลาย

ปริมาณเงินทุนนับเป็นล้านล้านดอลลาร์ไหลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ใน ช่วงระยะเวลาเพียงกะพริบตา สามารถเข้าและออกจากตลาดได้เพียงแค่กดแป้นคอมพิวเตอร์

นักลงทุนพร้อมที่จะเสี่ยงแล้วก็พร้อมที่จะระงับการลงทุนในทันทีที่ไม่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงพื้นฐานในระยะยาวแต่อย่างใด

บ่อยครั้งในสภาพเช่นนี้ "ความรู้สึก" กลายเป็นตัวควบคุมตลาดมากกว่าข้อเท็จจริงและตัวเลขใดๆ!


ที่มา มติชนสุดสัปดาห์


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจโลกปีลิง

view

*

view