http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

ตะลึง! เอกสารลับ 11.5 ล้านฉบับ แฉ บ.กฎหมายปานามาช่วย ผู้นำประเทศ-คนดัง ซุกทรัพย์สิน

ตะลึง! เอกสารลับ 11.5 ล้านฉบับ แฉ บ.กฎหมายปานามาช่วย “ผู้นำประเทศ-คนดัง” ซุกทรัพย์สิน

จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

       เอเจนซีส์ - สื่อมวลชนทั่วโลกตีแผ่ข้อมูลเอกสารลับ 11.5 ล้านฉบับที่รั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมายสัญชาติปานามาเมื่อวันอาทิตย์ (3 เม.ย.) ซึ่งชุดเอกสารที่ว่านี้ได้เปิดโปงการทำธุรกรรมการเงินอย่างลับๆ ของนักการเมืองระดับสูงและบุคคลดังทั่วโลก รวมถึงผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และแม้กระทั่งซูเปอร์สตาร์ดาวยิงของทีมบาร์เซโลนา ลีโอเนล เมสซี
       
       สื่อมวลชนกว่า 100 สำนักได้ร่วมกันตรวจสอบชุดเอกสารของบริษัท มอสแซก ฟอนเซกา (Mossack Fonseca) ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมายที่มีฐานในปานามา และมีสำนักงานตั้งอยู่ใน 35 ประเทศทั่วโลก โดยเอกสารเหล่านี้ได้บอกเล่าวิธีการที่นักการเมืองราว 140 คน รวมถึงอดีตผู้นำประเทศ 12 คนใช้ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ในต่างประเทศ
       
       หนังสือพิมพ์ ซุดดอยต์ช ไซตุง ของเยอรมนีได้รับเอกสารชุดนี้มาจากแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ และได้แบ่งปันให้แก่สื่อมวลชนทั่วโลกผ่านทางสมาคมผู้สื่อข่าวสายสืบสวนนานา ชาติ (International Consortium of Investigative Journalists - ICIJ)
       
       เจราร์ด ไรล์ ผู้อำนวยการ ICIJ ชี้ว่า เอกสารชุดนี้เป็นบันทึกกิจกรรมทางธุรกิจของ มอสแซก ฟอนเซกา แบบวันต่อวัน ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา และแม้ธุรกรรมการเงินส่วนใหญ่กระทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าการตีแผ่ข้อมูลในครั้งนี้ก็คาดว่าจะส่งผลกระทบทางการเมืองไม่น้อยต่อ บุคคลที่ถูกอ้างถึง
       
       “ผมเชื่อว่าการเปิดโปงครั้งนี้จะสร้างความเสียหายครั้งใหญ่แก่กลุ่ม บุคคลที่ซุกทรัพย์สินไว้ในต่างแดน เนื่องจากข้อมูลมีมากมายเหลือเกิน”
       
       ข้ออ้างบางส่วนที่ ICIJ สรุปจากข้อมูลในเอกสารชุดนี้ ได้แก่ :
       
       - เอกสารชุดนี้ระบุชื่อบริษัทต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้มีนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดในจีน
       
       - เอกสารได้เปิดโปงเครือข่ายฟอกเงินที่พัวพันไปถึงคนสนิทของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โดยกระทำ ผ่านธนาคารรอสสิยาซึ่งถูกสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปคว่ำบาตรหลังจากที่มอสโกใช้กำลังผนวกคาบสมุทรไครเมีย เงินทุนเหล่านี้ถูกยักย้ายถ่ายโอนผ่านบริษัทต่างชาติหลายแห่ง ในจำนวนนั้นเป็นบริษัท 2 แห่งของเซียร์เก โรลดูกิน เพื่อนสนิทของปูติน ซึ่งยังเป็นพ่อทูนหัวของ “มาเรีย” บุตรสาวของเขาด้วย เอกสารยังระบุว่า โรลดูกิน ทำกำไรมหาศาลจากธุรกรรมการเงินต้องสงสัยเหล่านี้
       
       - นายกรัฐมนตรีซิกมุนดูร์ เดวิด กุนน์ลอกสัน แห่ง ไอซ์แลนด์และภริยา ซุกซ่อนเงินลงทุนหลายล้านดอลลาร์ไว้ในธนาคารไอซ์แลนด์ในช่วงที่เกิดวิกฤตการ เงิน โดยทำธุรกรรมผ่านบริษัทนอกประเทศแห่งหนึ่ง เอกสารระบุว่า กุนน์ลอกสัน และภริยาซื้อบริษัท วินทริส (Wintris) เอาไว้เมื่อปี 2007 และไม่ได้แจ้งผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อรัฐสภาเมื่อปี 2009 ต่อมาอีก 8 เดือนเขาได้ขายหุ้นวินทริสให้แก่ภริยา ในราคาเพียงหุ้นละ 1 ดอลลาร์

       - บริษัทกฎหมายของ ฮวน เปโดร ดามิอานี หนึ่งในคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่า (FIFA) มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคล 3 คนซึ่งถูกตัดสินว่ามีพฤติกรรมคอร์รัปชัน ได้แก่ ยูเจนีโอ ฟิเกวเรโด อดีตรองประธานาธิบดีฟีฟ่า และ อูโก จินกิส นักธุรกิจชาวอาร์เจนตินา กับ มาเรียโน บุตรชาย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินสินบนเพื่อให้ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลในละตินอ เมริกา
       
       - ลีโอเนล เมสซี และ บิดาของเขาเป็นเจ้าของบริษัท เมกา สตาร์ เอนเทอร์ไพรส์ อิงค์ ในปานามา ซึ่งเป็นบริษัทเปลือก (shell company) ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกทางการสเปนตรวจสอบการจ่ายภาษี
       
       รัฐสภาไอซ์แลนด์คาดว่าจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กุนน์ลอกสัน ในสัปดาห์นี้ ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่านายกรัฐมนตรีใช้บริษัท วินทริส เป็นเครื่องมือซุกซ่อนทรัพย์สินหลายล้านดอลลาร์ไว้ที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน
       
       ผู้นำไอซ์แลนด์ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อสวีเดนเมื่อเย็นวันอาทิตย์ (3)
       
       “ผมไม่เคยซุกซ่อนทรัพย์สิน” กุนน์ลอกสัน บอกกับผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ SVT ของสวีเดนก่อนจะเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ ขณะที่โฆษกของเขายืนยันว่าผู้นำไอซ์แลนด์และภริยาปฏิบัติตามกฎหมายอย่าง เคร่งครัด
       
       เอกสารชุดนี้ยังระบุชื่อบุคคลและนิติบุคคลอีกอย่างน้อย 33 รายที่ถูกทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำไว้แล้ว เช่น เกาหลีเหนือ อิหร่าน และกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
       
       บุคคลสำคัญอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารของ มอสแซก ฟอนเซกา ยังรวมถึงประธานาธิบดีแห่งยูเครน, กษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย และนายกรัฐมนตรีแห่งปากีสถาน
       
       ICIJ แถลงผ่านเว็บไซต์ว่า ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า “ธนาคาร สำนักงานกฎหมาย และบริษัทต่างชาติหลายแห่ง ยังไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของกฎหมาย เพื่อรับประกันว่าลูกค้าของพวกเขาจะไม่เข้าไปพัวพันกับบริษัทที่กระทำความ ผิด การหลีกเลี่ยงภาษี หรือการทุจริตทางการเมือง”
       
       “เอกสารยังชุดนี้ยังช่วยเปิด โปงพฤติกรรมของพวกนายหน้าคนกลางที่พยายามปกป้องตนเองและลูกค้าด้วยการปกปิด ธุรกรรมการเงินต้องสงสัย และในบางกรณีก็ถึงกับขัดขวางกระบวนการสอบสวน โดยลงวันที่ในเอกสารก่อนวันจริง (backdating) หรือทำลายเอกสารทิ้งเสียเลย”
       
       สำนักข่าวบีบีซีได้อ้างคำยืนยันจากมอสแซก ฟอนเซกา ที่ว่าบริษัททำธุรกิจมานานถึง 40 ปีโดยไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และได้ปฏิบัติตามข้อบังคับของนานาชาติอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการเลี่ยงภาษี ฟอกเงิน เป็นแหล่งเงินทุนแก่กลุ่มก่อการร้าย หรือการกระทำความผิดอื่นๆ


ประสานต่างประเทศเช็คข้อมูล21คนไทยถูกแฉเอี่ยวฟอกเงิน

จาก โพสต์ทูเดย์

ปปง.ประสานต่างประเทศ เช็คข้อมูล 21 คนไทยเชื่อมโยงการฟอกเงิน-เลี่ยงภาษี หลังสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติเผยเอกสารลับ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงกรณีสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนนานาชาติ หรือ ไอซีไอเจ (ICIJ) ออกมาเปิดเผยเอกสารลับการทำงานของบริษัทด้านกฎหมายแห่งหนึ่งในปานามา ที่ช่วยเหลือลูกค้ารายใหญ่ทั้งนักการเมือง และผู้นำประเทศทั่วโลกในการฟอกเงินและหลีกเสียงภาษี โดยมีการเชื่อมโยงกับคนไทย 21 คน ว่า ปปง.ได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามข้อมูลโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากเพียงทางสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่ เท่านั้น

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า โดยปกติแล้วหากประเทศใด พบข้อมูลการฟอกเงิน ของกลุ่มบุคคล ใดเข้าข่ายฟอกเงิน จะมีการส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องมายังประเทศที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ หรือรายงานข้อมูลให้รับทราบ ส่วนในเรื่องนี้ยังไม่ทราบในรายละเอียดจึงยังตอบไม่ได้ ว่าเป็นกลุ่มหรือบุคคลใดบ้าง สำหรับระยะเวลาในการประสานข้อมูลยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะได้ข้อมูล เมื่อไหร่ อย่างไร


“แฟ้มลับปานามา”โยงใยปูติน พัวพันเงินกู้สกปรก 2 พันล้านดอลลาร์

โดย MGR Online

        เอเจนซีส์ – เอกสารลับที่รั่วไหลจากปานามาโยงโยข้อตกลงต่างแดนและเงินกู้มูลค่าถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ไปสู่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กับคนวงในใกล้ชิดที่รวยอู้ฟู่จากเงินเหล่านี้ ขณะที่โฆษกผู้นำแดนหมีขาวโบ้ยว่า ข่าวลบต่างๆ นานาเป็นแผนการโจมตีด้วยข้อมูลของบรรดาสปายตะวันตก
       
        แม้ไม่มีชื่อประมุขวังเครมลินปรากฎในบันทึกใดๆ แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาเปิดเผยสายสนกลในที่เหล่าสหายของปูตินโกยเงินนับ ล้านจากข้อตกลงที่ดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้หากไม่ได้รับการอุปถัมป์จากเขา
       
        แฟ้มข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารกว่า 11 ล้านหน้า ซึ่งหลุดจากฐานข้อมูลของ "มอสแส็ก ฟอนเซกา" บริษัทกฎหมายระหว่างประเทศอันดับ 4 ของโลกที่มีฐานในปานามา ซึ่งเปิดโปงสารพัดวิธีการที่มหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลแสวงหาประโยชน์จากกลไก ภาษีลับต่างแดน
       
        เส้นทางดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในปานามา ผ่านรัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และไซปรัส โดยเอกสารจากปานามาได้บ่งชี้ไปที่ เซอร์เก โรลดูกิน เพื่อนสนิทที่แนะนำให้ปูตินได้รู้จักและแต่งงานกับ “ลุดมิลา” ทั้งยังเป็นพ่อทูนหัวของมาเรีย ลูกสาวคนโตของผู้นำแดนหมีขาว
       
        โรลดูกินเป็นนักดนตรีมืออาชีพที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมสินทรัพย์อย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์อย่างลับๆ เนื่องจากเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว เขาปฏิเสธในเอกสารที่ส่งถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์และลักเซ มเบิร์กว่า ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับบุคคลสำคัญในรัสเซีย รวมทั้งไม่ได้ทำธุรกิจใดๆ
       
        ถึงกระนั้น เอกสารที่รั่วไหลได้แฉว่า โรลดูกินถือหุ้น 12.5% ในวิดีโอ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทโฆษณาทางทีวีรายใหญ่สุดของรัสเซียที่มีรายได้ปีละกว่า 800 ล้านปอนด์
       
        มิตรสนิทของปูตินผู้นี้ยังถือหุ้น 3.2% ของ “รอสซิยา” ธนาคารเอกชนในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ถูกขนานนามว่า “ธนาคารที่เป็นพรรคพวกของปูติน” ซึ่งถูกอเมริกาคว่ำบาตรหลังจากรัสเซียบุกยูเครนในปี 2014
       
        สินทรัพย์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลไกทางการเงินที่โยงใยมากมายโดยมีธนาคารรอสซิยาเป็นศูนย์กลาง
       
        ธนาคารแห่งนี้บริหารโดย “ยูริ โควัลชัค” ที่อเมริกากล่าวหาว่าเป็น “นายธนาคารส่วนตัว” ของเจ้าหน้าที่อาวุโสในรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งรวมถึงปูตินด้วย เอกสารลับจากปานามาเปิดโปงว่า โควัลชัคและธนาคารรอสซิยา โอนเงินอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ไปยังนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นเป็นพิเศษในต่างแดนชื่อว่า แซนดัลวูด คอนติเนนตัล
       
        กองทุนเหล่านี้มาจากเงินกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหลายรายการจากธนาคาร “รัสเซียน คอมเมอร์เชียล แบงก์” (อาร์ซีบี) ในไซปรัสและธนาคารของรัฐอีกหลายแห่ง โดยเอกสารของมอสแส็ก ฟอนเซกาไม่ได้อธิบายว่า เหตุใดแบงก์เหล่านี้จึงตกลงขยายวงเงินกู้ที่ไม่ปกติ
       
        เงินสดบางส่วนที่ได้รับจากอาร์ซีบีถูกส่งกลับไปปล่อยในรัสเซียโดยคิดดอกเบี้ยสูงมาก ผลลัพธ์คือบัญชีลับในสวิสโกยกำไรมหาศาล
       
        เงินสดบางส่วนยังโอนให้คนใกล้ชิดปูตินโดยตรงในรูปเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมาก เพียง 1% โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อีกทั้งไม่มีความชัดเจนว่า มีการชำระคืนเงินกู้เหล่านี้หรือไม่
       
        ปี 2010 และ 2011 แซนดัลวูดปล่อยกู้ 11.3 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทนอกประเทศชื่อว่า โอซอน ที่เป็นเจ้าของสกีรีสอร์ทหรู ไอโกรา ในเลนินกราด ซึ่งเป็นของโควัลชัคและบริษัทไซปรัส
       
        18 เดือนหลังการปล่อยกู้ ปูตินใช้ไอโกราเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานแคเทอรินา กับเจ้าบ่าว คิริลล์ ชามารอฟ ลูกชายของเพื่อนเก่าอีกคน โดยที่ข่าวคราวงานวิวาห์นี้เพิ่งเป็นที่รับรู้กันเมื่อปีที่แล้ว
       
        หนังสือพิมพ์ ซุดดอยต์ช ไซตุง ของเยอรมนีได้รับเอกสารลับชุดนี้จากแหล่งข่าวนิรนาม และได้แบ่งปันให้สื่อมวลชนทั่วโลกผ่านทางสมาคมผู้สื่อข่าวสายสืบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists - ICIJ), หนังสือพิมพ์การ์เดียนและบีบีซีของอังกฤษ
       
        เอกสารเหล่านี้เปิดเผยกลวิธีที่เครือข่ายของปูตินใช้ในการยักย้ายเงินสดออก นอกประเทศ ซึ่งรวมถึงข้อตกลงหุ้นปลอมที่มีการซื้อขายย้อนหลัง ค่าธรรมเนียมบริการ “ให้คำปรึกษา” ที่กำกวมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และการจ่ายเงินก้อนใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็น “ค่าชดเชย” ข้อตกลงหุ้นที่ถูกกล่าวหาว่า ยกเลิกโดยผิดสัญญา รวมทั้งการที่บริษัทของโรลดูกินซื้อสิทธิ์ในหนี้มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ด้วยเงินแค่ 1 ดอลลาร์
       
        เจ้าหน้าที่ของธนาคารรอสซิยาในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่งคำแนะนำเกี่ยวกับข้อตกลงลับเหล่านี้ไปยังคนกลางที่ไว้ใจได้ ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมายในซูริค จากนั้นบริษัทดังกล่าวจึงจัดการให้มอสแส็ก ฟอนเซกาจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาบังหน้า โดยมีกรรมการบริษัทชาวปานามาที่เป็นนอมินี คอยลงนามอนุมัติข้อตกลงต่างๆ
       
        ทั้งนี้ การคาดเดาทรัพย์สินส่วนตัวของปูตินยุติลงหลังจากมีรายงานรั่วไหลออกมาในปี 2007 จากคณะบริหารของรัสเซียเองว่า เขามีทรัพย์สินอย่างน้อย 40,000 ล้านดอลลาร์
       
        สามปีต่อมา ข้อความตัวอักษรที่เป็นข้อมูลลับที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทูตกับ กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา บ่งชี้ว่า ปูตินอาจถือครองทรัพย์สินผ่านตัวแทน เนื่องจากโดยตัวเขาเองนั้นไม่ได้ครอบครองสิ่งใดอย่างเป็นทางการ แต่สามารถหยิบฉวยทรัพย์สินของผองเพื่อนที่ควบคุมการผลิตน้ำมันและก๊าซ รวมถึงทรัพยากรอุตสาหกรรมของรัสเซีย มาใช้ได้ตามใจชอบ
       
        เอกสารจากปานามายังเปิดเผยว่า หลังเดือนตุลาคม 2012 บรรดาพรรคพวกปูตินเกิดวิตกจริตโดยไม่ทราบสาเหตุ นำมาซึ่งการปิดแซนดัลวูดและโยกปฏิบัติการไปยังนิติบุคคลนอกประเทศอีกแห่งที่ จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ด้วยชื่อบริษัท โอวี ไฟแนนเชียล กรุ๊ป
       
        หนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโอวีเป็นของ มิคาอิล เลซิน อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ดูแลกิจการด้านสื่อของปูติน ซึ่งภายหลังตกกระป๋องและถูกพบเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ด้วยสภาพมีบาดแผลถูกทุบที่ศีรษะในโรงแรมที่วอชิงตัน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
       
        เครือข่ายของปูตินล้วนกระทำการตรงกันข้ามกับที่ผู้นำรัสเซียได้เรียกร้องให้ พลเมืองนำเงินสดที่ซ่อนอยู่นอกประเทศกลับบ้าน อาทิ เกนนาดี ทิมเชนโก เพื่อนที่คบหากับปูตินมา 30 ปี ผู้ถูกอเมริกาแซงก์ชันเมื่อสองปีก่อน
       
        ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกของปูตินปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึง ประธานาธิบดี ทั้งยังอ้างว่าหน่วยงานสายลับตะวันตกอยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยข้อมูลข่าว สารต่อปูตินเพื่อบ่อนทำลายรัสเซียก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
       
        ถึงกระนั้น คาเรน ดาวิชา นักรัฐศาสตร์อเมริกัน มองว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เหล่าเพื่อนพ้องปูตินรวยล้นฟ้าได้โดยไม่มี ประธานาธิบดีรัสเซียให้การอุปถัมป์


'เฉินหลง' และ 'อมิตาภ พัจจัน' ปรากฏชื่อในเอกสารลับ 'คนดังซุกทรัพย์สิน' ของบริษัทกฎหมายปานามา

โดย MGR Online

       เอเอฟพี - “เฉิน หลง” หรือ “แจ๊กกี้ ชาน” ซุปตาร์หนังกังฟูชาวฮ่องกง และ “อมิตาภ พัจจัน” ดารารุ่นใหญ่ระดับตำนานของบอลลีวู้ด ปรากฏชื่ออยู่ในหมู่เซเลบหลายร้อยราย ซึ่งเอกสารลับรั่วไหลจากบริษัทกฎหมายที่มีฐานในปานามา บอกเล่าการทำธุรกรรมการเงินลับๆ รวมทั้งการแอบซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ในต่างประเทศด้วย
       
       ตำนานบอลลีวู้ด พัจจัน ซึ่งเป็นที่รู้จักเรียกขานกันง่ายๆ ว่า “บิ๊ก บี” ในอินเดีย ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของบริษัทเดินเรืออย่างน้อยที่สุด 4 แห่งซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ 23 ปีก่อน โดยจดทะเบียนบริษัทในดินแดนโพ้นทะเลที่ถูกใช้เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษีของพวก มั่งมีเงินทอง
       
       ทุนจดทะเบียนของบริษัทเหล่านี้มีตั้งแต่แค่ 5,000 ดอลลาร์ ไปจนถึง 50,000 ดอลลาร์ ทว่ากลับมีการประกอบธุรกิจค้าขายทางทะเลเป็นมูลค่าหลายๆ ล้านดอลลาร์ หนังสือพิมพ์ อินเดียน เอ็กซเพรส รายงาน
       
       อินเดียน เอ็กซเพรส เป็น 1 ในสื่อมวลชนกว่า 100 สำนักซึ่งร่วมกันตรวจสอบเอกสารลับจำนวนกว่า 11.5 ล้านฉบับของ มอสแซก ฟอนเซกา บริษัทกฎหมายที่มีฐานในปานามา และมีสำนักงานตั้งอยู่ใน 35 ประเทศทั่วโลก

        พัจจัน ซึ่งได้ลาออกจากบริษัทเหล่านี้มานานแล้ว และยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเอกสารเหล่านี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในครอบครัวนามกระเดื่องของเขา ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในเอกสารลับรั่วไหลเหล่านี้
       
       บุตรสะใภ้ของเขา ไอชวารยา ไร พัจจัน ที่เป็นนักแสดงผู้โด่งดัง อีกทั้งเคยเป็นนางงามโลกด้วย ก็มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่จดทะเบียนในดินแดนโพ้นทะเล หรือที่เรียกกันว่า “ออฟชอร์” เช่นเดียวกับสมาชิกอีกหลายคนในครอบครัวของเธอ ก่อนที่บริษัทแห่งนั้นคงจะล้มเลิกไปในปี 2008 หนังสือพิมพ์แดนภารตะฉบับนี้เปิดโปงต่อ
       
       ทางด้านที่ปรึกษาฝ่ายสื่อของดาราสาวผู้นี้ ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ โดยกล่าวว่าเอกสารดังกล่าว “ไม่เป็นความจริงและผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง”
       
       เช่นเดียวกับลูกค้าจำนวนมากของฟอนเซกา ไม่ได้มีหลักฐานใดๆ ซึ่งระบุว่านักแสดงเอกของบอลลีวู้ดเหล่านี้ได้ใช้บริษัทของพวกเขาไปในวัตถุ ประสงค์อันไม่ถูกต้องเหมาะสม ขณะที่การมีกิจการออฟชอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย
       
       แต่ในเอกสารรั่วไหลเหล่านี้ มีการระบุชื่อชาวอินเดียเอาไว้มากกว่า 500 คนในรายชื่อบริษัท, มูลนิธิ, และกองทุนทรัสต์ ซึ่งจดทะเบียนออฟชอร์ของฟอนเซกา ชาวอินเดียเหล่านี้หลายๆ รายเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์
       
       ข่าวนี้ปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาที่ต้องถือว่าอ่อนไหวทีเดียวในอินเดีย เนื่องจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เพิ่งคุยโวว่าจะกวาดล้างปราบปราม “ภัยร้าย” ของสิ่งที่เรียกกันว่าเงินมืด (black money) ซึ่งก็คือเงินก้อนใหญ่โตที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ในต่างประเทศไม่ให้เจ้าหน้าที่ จัดเก็บภาษีของอินเดียทราบ
       
       ไม่เพียงดาราดังของอินเดีย เฉิน หลง ซุปตาร์ฮ่องกงก็ถูกเปิดโปงเช่นกันว่า มีบริษัทอย่างน้อยที่สุด 6 แห่งที่ให้ทางฟอนเซกาเป็นตัวแทน ถึงแม้กรณีของเขาก็เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นการใช้บริษัทเหล่านี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อวัตถุประสงค์ในทาง ธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อหนีภาษี
       
       เอกสารลับ 11.5 ล้านฉบับของฟอนเซกาที่รั่วไหลออกมาคราวนี้ หนังสือพิมพ์ ซุดดอยต์ช ไซตุง ของเยอรมนีได้รับมาจากแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ และได้แบ่งปันให้แก่สื่อมวลชนทั่วโลกผ่านทางสมาคมผู้สื่อข่าวสายสืบสวนนานา ชาติ (International Consortium of Investigative Journalists - ICIJ) เอกสารเหล่านี้เป็นของกิจการออฟชอร์ต่างๆ ราว 214,000 แห่ง ครอบคลุมระยะเวลาร่วมๆ 40 ปี


นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ยืนยันไม่ลาออก แม้ถูกแฉซุกทรัพย์สินใน "เอกสารปานามา"

โดย MGR Online

      เอเอฟพี - นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ได้ออกมาปฏิเสธในวันจันทร์ (4 เม.ย.) ต่อเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก หลังจากมีชื่ออยู่ใน "เอกสารปานามา" ที่ระบุว่าเขาและภรรยาใช้บริษัทข้ามชาติในการซุกทรัพย์สิน
       
       "ผมไม่เคยคิดจะลาออกเพราะเรื่องนี้ แล้วก็จะไม่ยอมลาออกเพราะเรื่องนี้แน่นอน" นายกรัฐมนตรี ซิกมุนเดอร์ เดวิด กุนน์ลอจสัน บอกกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 2
       
       จากข้อมูลในเอกสารที่รั่วไหลออกมา กุนน์ลอจสันและภรรยา ได้ซื้อบริษัทข้ามชาติที่ชื่อ "วินทริส" ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิน เมื่อเดือนธันวาคม 2007
       
       เขาได้ผ่องถ่ายทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้กับภรรยาในปี 2009 โดยทำการซื้อขายในเชิงสัญลักษณ์ด้วยเงินเพียงแค่ 1 ดอลลาร์
       
       เขายังยืนกรานว่าไม่เคยซุกทรัพย์สินไว้ในต่างแดน พร้อมทั้งบอกว่าภรรยาของเขาที่ได้รับมรดกจากพ่อ คือคนที่ทำการเสียภาษีในไอซ์แลนด์
       
       "เธอไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเขตภาษีต่ำและบริษัทของเธอก็ไม่ใช่บริษัท ข้ามชาติในต่างแดนที่จะไปเสียภาษีให้กับที่อื่นแทนที่จะจ่ายให้กับไอ ซ์แลนด์" กุนน์ลอจสัน ระบุ
       
       เรื่องที่ว่ากุนน์ลอจสันมีความผิดฐานเลี่ยงภาษีหรือไม่นั้นยังคงต้อง ได้รับการพิสูจน์ แต่ถึงกระนั้นบรรดาฝ่ายตรงข้ามก็พากันยืนกรานให้เขาลงจากตำแหน่ง
       
       "นายกรัฐมนตรีควรลาออกจากตำแหน่งโดยทันที" อดีตนายกรัฐมนตรี โจฮันนา ซิกูร์ดาร์ดอตติร์ ระบุไว้ในข้อความที่โพสต์ทางเฟซบุ้ค
       
       ชาวไอซ์แลนด์มากกว่า 24,000 รายได้ลงนามในคำร้องให้กุนน์ลอจสันลาออก ขณะที่ฝ่ายค้านก็บอกว่า จะโหวตไม่ไว้วางใจในรัฐสภา ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ตะลึง เอกสารลับ  ล้านฉบับ แฉ บ.กฎหมายปานามา ผู้นำประเทศ คนดัง ซุกทรัพย์สิน

view

*

view