http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท14/12/2017
ผู้เข้าชม20,121,181
เปิดเพจ23,735,571

สตง.ฟัน สุขุมพันธุ์ กรณีไฟ39.5ล้านหลังพบราคาจริงเเค่ 29 ล้าน

สตง.ฟัน "สุขุมพันธุ์"กรณีไฟ39.5ล้านหลังพบราคาจริงเเค่ 29 ล้าน

จาก โพสต์ทูเดย์

สตง.เอาผิด "สุขุมพันธุ์" พร้อมข้าราชการ 9 คน กรณีการติดตั้งไฟประดับหลังพบความผิดปกติหลายประการ เจ้าตัวเผยไม่หนักใจพร้อมแจงทุกประเด็น 

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาว ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงผลการตรวจสอบโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light)ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้งบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 39.5 ล้านบาท

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินโครงการที่ผิดปกติเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้รับงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นประกวดราคา เพื่อดำเนินโครงการรวมถึง ความคุ้มค่าของโครงการ โดย กทม.มีการทำงานไม่ปฎิบัติตามแบบแผนราชการการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบส่งผลต่อความเสียหายต่อการเงิน การคลังของแผ่นดิน

ทั้งนี้ผลการตรวจสอบที่สำคัญ คือ 1.กทม.ได้อนุมัติงบกลาง เพื่อดำเนินโครงการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งงบกลางนั้นเป็นงบประมาณที่สามารถใช้จ่ายได้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเท่านั้น แต่โครงการไฟประดับดังกล่าว เป็นโครงการที่ไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากสภา กทม. ดังนั้นการนำงบฉุกเฉินมาใช้งานจึงเป็นการปฏิบัติที่มิชอบด้วยระเบียบ

2.การจัดจ้างโครงการส่อพฤติการณ์ฮั้วประมูลเข้าข่ายเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยพบผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทผู้รับงาน โดยการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่เคยประกอบกิจการในลักษณะงานตามโครงการที่กทม.กำหนดมาก่อนและได้จดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ตรงตามเงื่อนไขการประมูลราคาเพื่อเข้าเสนองาน อีกทั้งขอบเขตของงานตามทีโออาร์ที่กทม.กำหนดนั้น มิได้มีการสืบราคาที่ถูกต้อง เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อีกทั้งบริษัทบางบริษัท ที่สนใจขอเอกสารการประมูลอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ทั้งนี้การตรวจสอบราคาไฟประดับของกทม. พบว่ามีราคาอยู่ที่ประมาณ 29 ล้านบาทเท่านั้น แต่กทม.ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการจำนวน 39.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังกล่าวของ กทม.ยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากยังไม่ได้มีการตรวจรับงาน และการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตนเห็นว่า การตรวจรับงานคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไฟดับประดับจำนวน 5 ล้านดวง และมีข้อกัดการตรวจรับงานในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณของแผ่นดิน แต่พฤติการณ์การดำเนินโครงการอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความผิด ที่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแล้ว

คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ มีการทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2542 จึง มีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดทั้งหมด ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการมีจำนวน 9 ราย ได้แก่ 1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้วาฯกทม. 2.นางปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 3.นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว กทม. 4.นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 5.นายสิโรตม์ แสงเจริญ คกก.ทีโออาร์ 6.น.ส.วันทนา เตชะสุวรรณ คกก.ทีโออาร์ 7.นายพงษ์พันธ์ ธัญญเจริญ คกก.ทีโออาร์ 8.นายมรกต ภูมิพานิช คกก.ทีโออาร์ 9.นายสิทธิโชค อภิบาล คกก.ทีโออาร์ ส่วนรองผู้ว่าฯกทม.ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยตรงนั้น ได้มีการชี้แจงต่อสตง.ว่าดำเนินโครงการตามนโยบายของผู้ว่าฯกทม.จึงเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่

นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ว่ากทม.นั้น ที่ผ่านมาในการตรวจสอบโครงการดังกล่าว สตง.ได้มีหนังสือเชิญให้เข้าชี้แจงถึง 2ครั้ง แต่ผู้ว่าฯกทม.ไม่สะดวกในการเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่สตง.ก็ยืนยันว่า การตรวจสอบโครงการเป็นไปตามหน้าที่

จากนี้ สตง.จะดำเนินการ แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ว่าฯกทม. รวมทั้งดำเนินการทางวินัยและอาญาแก่เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับความเสียหายที่จำเป็นจำนวนเงินนั้น ให้ดำเนินการหาผู้รับผิดชอบชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่กทม. โดยจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ความผิดกรณีดังกล่าว เบื้องต้นผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดตามคดีอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 400,000บาท และจำคุกไม่เกิน 5ปี แต่ขณะนี้ในส่วนของผู้ว่าฯกทม.จะหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้นตนไม่อาจก้าวล่วง แต่หากป.ป.ช.มีการไต่สวนจนมีการชี้มูลว่าผู้ว่าฯกทม.มีความผิดจริง ก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร  ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้มีการทราบข้อมูลคร่าวๆแล้ว ขอดูรายละเอียดให้แน่ชัดก่อน ขอเรียนให้ทราบว่า กทม.ให้ความร่วมมือกับ สตง.มาโดยตลอด ในส่วนของการส่งรองผู้ว่าฯกทม.ไปชี้แจง รายละเอียด นั้น เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมาและรายละเอียดของโครงการ ทั้งนี้จะจัดทำคำชี้แจงที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทราบ 

เมื่อสอบถามว่าผลสอบสวนของ สตง.ออกมานั้นสร้างความหนักใจหรือกระทบกับการทำงานหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวสั้นๆ ว่า “คำพูดเดียวทำให้ผิดเหรอครับ”

นายวสันต์ มีวงษ์  โฆษกส่วนตัวของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  กล่าวว่า ผู้ว่าฯกทม.เองไม่มีความวิตกกังวลในเรื่องนี้  เนื่องจากการพิจารณา ของ สตง.นั้น ยังไม่ได้ถือว่าเป็นที่สุด ยังต้องมีกระบวนการทางกฎหมายอีกหลายขั้นตอนที่ต้องพิจารณา  ซึ่งได้มอบนโยบายกับข้าราชการว่าให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่  ส่วนการทำหนังสือชี้แจงอย่างละเอียดนั้น จะดำเนินการ เพื่อชี้แจงทุกประเด็นไม่ให้ตกหล่น  ส่วนท่านจะออกมาแถลงเองหรือไม่นั้น  ต้องพิจารณาดูเพราะเห็นว่าการชี้แจงเป็นหนังสือน่าจะครอบคลุมแล้ว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไร กรณีที่ในวันที่ 4 พ.ค. นี้ พรรคประชาธิปัตย์ ปชป. จะขอให้นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 ออกคำสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ ผู้ว่าฯกทม.  นายวสันต์ กล่าวว่า  การจะทำอย่างไรนั้นก็เป็นสิทธิ์ของ ปชป.ที่ทำได้ไม่มีปัญหาอะไร


เชือด!“ชายหมู” ไฟประดับกทม.39.5 ล้าน ไม่คุ้มพบใช้ได้จริงแค่ 29 ล้าน “คตง.ส่ง “ปปช.-มท.” ฟัน 3 ผอ.-5 บอร์ดทีโออาร์

โดย MGR Online

       เชือด! “ชายหมู” ไฟประดับกทม.39.5 ล้าน ไม่คุ้มค่า พบใช้ได้จริงแค่ 29 ล้าน “คตง." ส่ง “ปปช.-มท.” ฟัน พร้อม 8 ข้าราชการ -คณะกรรมการทีโออาร์ ยกชุด เผยเตรียมปูพรมเปิดข้อมูลฟัน “โครงการการจัดซื้อเครื่องดนตรี”- “โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี” ส่อไม่คุ้มค่า ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ มีการทุจริต
       
       วันนี้ (3พ.ค.) มีรายงานจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ว่า นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง.ได้แถลงเปิดเผยผลการตรวจสอบโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (Motif of Light) ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้งบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 40 ล้านบาท ตามโครงการ
       
       ทั้งนี้ เป็น โครงการประดับตกแต่งไฟเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณลานคนเมือง ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในช่วงเทศกาลปีใหม่รวมระยะเวลา 1 เดือน ในวงเงินงบประมาณ 39.5 ล้านบาท โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของ ทางราชการ มีการทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2542 จึง มีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดทั้งหมด ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการมีจำนวน 9ราย ได้แก่
       
       1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้วาฯกทม.
       2.นางปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
       3.นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว กทม.
       4.นายยศศักดิ์ คงมาก ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กทม.
       5.นายสิโรตม์ แสงเจริญ คกก.ทีโออาร์
       6.น.ส.วันทนา เตชะสุวรรณ คกก.ทีโออาร์
       7.นายพงษ์พันธ์ ธัญญเจริญ คกก.ทีโออาร์
       8.นายมรกต ภูมิพานิช คกก.ทีโออาร์
       9.นายสิทธิโชค อภิบาล คกก.ทีโออาร์
       
       จากการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า มีการดำเนินโครงการที่ผิดปกติเอื้อประโยชน์ให้เอกชนผู้รับงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นประกวดราคา เพื่อดำเนินโครงการรวมถึง ความคุ้มค่าของโครงการ โดยกทม.มีการทำงานไม่ปฎิบัติตามแบบแผนราชการการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบส่ง ผลต่อความเสียหายต่อการเงิน การคลังของแผ่นดิน ทั้งนี้ผลการตรวจสอบที่สำคัญ คือ
       
       1.กทม.ได้อนุมัติงบกลาง เพื่อดำเนินโครงการอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งงบกลางนั้น เป็นงบประมาณที่สามารถใช้จ่ายได้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเท่านั้น แต่โครงการไฟประดับดังกล่าว เป็นโครงการที่ไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากสภากทม. ดังนั้นการนำงบฉุกเฉินมาใช้งานจึงเป็นการปฏิบัติที่มิชอบด้วยระเบียบ
       
       2.การจัดจ้างโครงการส่อพฤติการณ์ฮั้วประมูล เข้าข่าย เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยพบผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมีการเอื้อประโยชน์ให้ บริษัทผู้รับงาน โดยการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่เคยประกอบกิจการในลักษณะงานตามโครงการ ที่กทม.กำหนดมาก่อนและได้จดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ให้ตรงตามเงื่อนไขการ ประมูลราคาเพื่อเข้าเสนองาน อีกทั้งขอบเขตของงานตามทีโออาร์ที่กทม.กำหนดนั้น มิได้มีการสืบราคาที่ถูกต้อง โดยเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อีกทั้งบริษัทบางบริษัท ที่ สนใจขอเอกสารการประมูลอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
       
       ทั้งนี้ การตรวจสอบราคาไฟประดับของกทม. พบว่ามีราคาอยู่ที่ประมาณ 29 ล้านบาทเท่านั้น แต่กทม.ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการจำนวน 40 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการดังกล่าวของกทม.ยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากยังไม่ได้มีการตรวจรับงาน และการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตนเห็นว่า การตรวจรับงานคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไฟดับประดับจำนวน 5 ล้านดวง และมีข้อกัดการตรวจรับงานในหลายด้าน อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณของแผ่นดิน แต่พฤติการณ์การดำเนินโครงการอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความผิด ที่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแล้ว
       
       สำหรับโครงการค่าใช้จ่ายในการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่อง เที่ยว (Motif of Light) มีสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมี บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ด้วยวงเงิน 39,500,000 บาท ทำสัญญาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2558 โดยโครงการดังกล่าว เริ่มประกาศร่างทีโออาร์ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ระบุเป้าหมายเพื่อ จัดประดับตกแต่งไฟฟ้าในรูปแบบและเทคนิคพิเศษ (Motif of Light) ที่นำเอารูปแบบของลวดลายประยุกต์ที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำ ท้องฟ้า สวน และป่าไม้มาจัดแสดงด้วยระบบแสงสีที่สวยงาม ณ บริเวณลานคนเมืองศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ในระหว่างเดือนธันวาคม 2558- มกราคม 2559 ระหว่างเวลา 18.00 - 24.00 น.
       
       ทั้งนี้ทีโออาร์โครงการดังกล่าว กำหนดราคากลาง 40 ล้านบาท โดยมีเอกชนสนใจเข้าซื้อเอกสารการประมูล จำนวน 9 ราย แต่มีผู้สนใจ ยื่นซองเอกสาร 2 ราย คือ บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด และ บริษัท สรรค์สร้าง จำกัด ซึ่งผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและเทคนิคทั้งคู่
       
       ส่วนผลการเสนอราคา บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด เสนอราคาอยู่ที่ 39,619,990 บาท บริษัท สรรค์สร้าง จำกัด 39,749,999.75 บาท (ห่างกัน 130,009 บาท) บริษัท คิวริโอ ทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 380,010 บาท ทำให้เป็นผู้ชนะไป และต่อรองราคาเพิ่มช่วงทำสัญญาเหลือ 39,500,000 บาท
       
       ทั้งนี้ การตรวจสอบพบว่าบริษัทคิวริโอได้นำเข้าโคมไฟฟ้าแอลอีดีครบเซตจากประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.58 ก่อนที่จะ มีการประมูลโครงการและเซ็นสัญญาเพื่อดำเนินโครงการกว่า 10 วัน อีกทั้งบริษัทคิวริโอยังได้นำอุปกรณ์เข้าพื้นที่บริเวณลานคนเมืองได้ดำเนิน การติดตั้งแผงไฟในโครงการตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.58 จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่แสดงให้เห็นถึงพิรุธในการดำเนินโครงการดังกล่าว
       
       นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนรองผู้ว่าฯกทม.ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยตรงนั้น ได้มีการชี้แจงต่อสตง.ว่าดำเนินโครงการตามนโยบายของผู้ว่าฯกทม.จึงเป็นการ ปฏิบัติงานตามหน้าที่
       
       “ในส่วนของผู้ว่ากทม.นั้น ที่ผ่านมาในการตรวจสอบโครงการดังกล่าว สตง.ได้มีหนังสือเชิญให้เข้าชี้แจงถึง 2 ครั้ง แต่ผู้ว่าฯกทม.ก็ไม่สะดวกในการเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่สตง.ก็ยืนยันว่า การตรวจสอบโครงการเป็นไปตามหน้าที่ ซึ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับกทม.ในโครงการอื่น ที่มีผู้ร้องเรียน อาทิ โครงการการจัดซื้อเครื่องดนตรี โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี สตง.ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการดำเนินโครงการเช่นกัน แต่ด้วยโครงการไฟประดับดังกล่าวเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบติดตามผลก่อน”ผู้ว่าสตง.ระบุ
       
       จากนี้ สตง.จะดำเนินการ แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ ผู้ว่าฯกทม. รวมทั้งดำเนินการทางวินัยและอาญาแก่เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับ ความเสียหายที่จำเป็นจำนวนเงินนั้น ให้ดำเนินการหาผู้รับผิดชอบชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่กรุงเทพมหานคร
       
       โดย สตง.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ความผิดกรณีดังกล่าว เบื้องต้นผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดตามคดีอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 400,000บาท และจำคุกไม่เกิน 5ปี แต่ขณะนี้ในส่วนของผู้ว่าฯกทม.จะหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้นตนไม่อาจ ก้าวล่วง แต่หากป.ป.ช.มีการไต่สวนจนมีการชี้มูลว่าผู้ว่าฯกทม.มีความผิดจริง ก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
       
       มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 ก่อน สตง.เข้ามาตรวจสอบนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ว่า “โครงการดังกล่าวคุ้มค่า เพื่อให้บางคนได้เห็นความสวยงามของไฟประดับครั้งหนึ่งของชีวิต และยืนยันว่า กทม.ได้จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม มีแนวคิดแปลกใหม่ในการทำงาน และพร้อมให้ทุกฝ่ายเข้าตรวจสอบ”.


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : สตง.ฟัน สุขุมพันธุ์ กรณีไฟ39.5ล้าน หลังพบ ราคาจริง เเค่ 29 ล้าน

view

*

view