http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

Games

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก
Gold charts on InfoMine.com

เจาะตลาด แรงงานพม่า ในไทย กลยุทธ์ทะลวงขุมทรัพย์ 2.7หมื่นล้าน

จากประชาชาติธุรกิจ

การหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะเมียนมา มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ประมาณการจำนวนแรงงานเมียนมาทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมายในประเทศไทยสูงถึง 2.3 ล้านคน ทำให้แรงงานกลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามอง สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้จัดงานสัมมนาการตลาด ภายใต้หัวข้อ "เจาะตลาดอย่างไร ให้ตรงใจแรงงานเมียนมาในไทย" โดยนายบุริม โอทกานนท์ รองคณบดีงานสนับสนุนการศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาการตลาดระบุว่า หลังการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ชาวเมียนมาในไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งในกลุ่มแรงงานเมียนมาทั้ง 2.3 ล้านคน มีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท จากรายได้เฉลี่ยของแรงงานที่ 9,000 บาทต่อเดือน



จากรายงานสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มสินค้าที่เป็นที่ต้องการของแรงงานเมียนมามากที่สุด คือ 1.ของใช้ในครัวเรือน 2.เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว 3.เครื่องดื่มชูกำลัง 4.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ 5.ทองคำ

ในแต่ละเดือนแรงงานเมียนมาใช้จ่ายในสินค้ากลุ่มนี้เฉลี่ย 3,000 บาท หรือราว 30% ของรายได้ โดยจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เคยเห็นในเมียนมา ทั้งยังพบว่า ผู้ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้าคือ คนใกล้ชิด

ฉะนั้น การทำตลาดแบบ "ปากต่อปาก" (Word of Mouth) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องใช้เจาะกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ การตลาดออนไลน์ ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ เพราะแรงงานเมียนมากว่า 60% เล่นเฟซบุ๊ก และนิยมซื้อสินค้าด้วยเงินสดถึง 92%

ที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมการซื้อสินค้ากลับประเทศ ซึ่งแรงงานเมียนมาจะเดินทางกลับภูมิลำเนา 1-2 ครั้งต่อปี และในแต่ละครั้งจะนิยมซื้อสินค้าไทยเป็นของฝาก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทองคำ ชาวเมียนมาจะชื่นชอบทองคำของไทย เพราะมีสีเหลืองทองอร่ามกว่าทองคำของเมียนมา ที่มีสีเหลืองเขียวเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นทองคำที่มีเปอร์เซ็นต์เนื้อทองต่ำกว่า 90% ขณะที่ในไทย จะอยู่ราว 96.5%

"ทุกๆ ปี จะมีเงินจากแรงงานเมียนมาที่หมุนเวียนในไทย และสะพัดออกนอกประเทศรวมทั้งสิ้น 2.7 หมื่นล้านบาท หากเราสามารถเจาะตลาดกลุ่มนี้ได้มากขึ้น แทนที่เงินจำนวนหนึ่งจะไหลออกนอกประเทศ ก็จะกลายเป็นรายได้ของผู้ประกอบการไทย"

ด้าน น.ส.ชัญญพัชร บุนนาค ตัวแทนโครงการวิจัย ระบุถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าของชาวเมียนมา ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อสินค้าเป็นกลุ่ม ซื้อจากความเคยชิน และราคาถูก โดยใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม แรงงานเมียนมายังมี "ความกลัว" เป็นพื้นฐานจิตใจ ดังนั้น จากการลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมแรงงานจึงนำไปสู่กลยุทธ์ 7 ข้อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "NO FEARS" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเจาะกลุ่มกำลังซื้อใหม่มากขึ้น

ประกอบด้วย N (Network) สินค้าหรือบริการจะต้องเป็นที่รู้จักผ่านเพื่อนหรือคนใกล้ชิด ในหมู่แรงงานเมียนมา, O (Open-minded) เปิดใจว่าแรงงานเมียนมาก็เหมือนคนไทย ไม่ควรเลือกปฏิบัติ, F (Fairness) ให้ความเท่าเทียม, E (Experience) เปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้, A (Awareness) ลดปัญหาเรื่องการสื่อสาร และสนับสนุนการรับรู้ด้วยภาษาเมียนมา, R (Relationship) สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และความไว้ใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย และ S (Sim-ple) ทำการตลาดด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 200 คน พบกว่า 96% ของแรงงานเมียนมา คิดว่าไทยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น 52% ของแรงงานเมียนมามีแผนจะอยู่ในไทยมากกว่า 5 ปีขึ้นไป และ 66% วางแผนจะอยู่ในไทยหากได้รับใบอนุญาตถาวร ยิ่งกว่านั้น แรงงานระบุความต้องการท่องเที่ยวต่างจังหวัดมากถึง 62% คาดหวังว่าจะมีแคมเปญทัวร์เฉพาะกลุ่มแรงงาน 54% โดยพัทยา, หัวหิน และอยุธยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ อัศวสกุลไกร ผู้จัดการกองสินค้า ตัวแทนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลัง เอ็ม-150 เสริมว่า แรงงานเมียนมาในไทยเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ตนต้องการเจาะตลาดมากในเวลานี้ หัวใจหลักของการทำการตลาด คือ "การผูกมิตรอย่างเข้าใจ" โดยทีมวิจัยการตลาดได้ลงไปศึกษาพฤติกรรมความต้องการของแรงงานพบว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างตรงจุดจะทำให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น อาทิ การใช้พิธีกรชาวเมียนมา เลือกของรางวัลเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดที่ถูกใจกลุ่มแรงงานเมียนมา เช่น หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ หม้อนึ่ง พัดลม เป็นต้น

นอกจากนี้ เอ็ม-150 ยังเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ในงานบุญต่างๆ เพราะพบว่าชาวเมียนมาชอบร่วมงานบุญมากกว่างานรื่นเริง โดยผลลัพธ์ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมาก อันเห็นได้จากยอดขายสินค้าในบริเวณที่มีแรงงานเมียนมาเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าชาวเมียนมาจะไม่ไว้ใจคนไทย และมีความหวาดกลัวอยู่มาก แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าไทยที่แรงงานเมียนมามองว่าเป็นสินค้า "High-end" โอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะต่อยอดตลาดให้เฟื่องฟูมากขึ้นคงไม่ยาก เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจวิถีชีวิต และพฤติกรรมความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายให้ถ่องแท้


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เจาะตลาด แรงงานพม่า ไทย กลยุทธ์ทะลวงขุมทรัพย์

view

*

view