http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท20/10/2017
ผู้เข้าชม20,005,149
เปิดเพจ23,589,490

ทำไม เวเนซุเอลา จึงกลายเป็นรัฐล้มเหลว

จากประชาชาติธุรกิจ

โดย ไพรัช วรปาณิ นสพ.มติชนรายวัน

จากการได้ศึกษาทฤษฎีการเมืองการปกครองของนานาอารยประเทศมานานพอควร ทำให้ผู้เขียนมองเห็นสัจธรรมข้อหนึ่งว่า...ในช่วงเวลาแห่งการก้าวผ่านของประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้น ย่อมจะได้พบเห็นความเจริญรุ่งเรือง ความล้มเหลว ความล่มสลาย ของประเทศต่างๆ ในโลก ซึ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัยในการบริหารประเทศของผู้นำแห่งรัฐนั้นๆ และเป็นผลพิสูจน์ว่าผู้นำคนใดมีสมรรถภาพ ความสามารถในการบริหารบ้านเมืองและมีจิตสำนึก มุ่งมั่น อุทิศตนทำงานเพื่อประเทศชาติด้วยความจริงใจมากน้อยเพียงใด? อันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่า จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งโรจน์หรือความล้มเหลว ในที่สุด

ประวัติศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นเป็นบทเรียน...ประเทศจีนในสมัยปลายราชวงศ์ "เช็ง" บริหารราชการล้มเหลว ระบบปกครองเน่าเฟะ ขุนนางกังฉิน คอร์รัปชั่น ประเทศอ่อนแอ เปิดช่องให้กลุ่มจักรวรรคนิยมต่างชาติ เช่น อังกฤษและอื่นๆ เข้ามาแย่งชิงกอบโกยประโยชน์ในจีนอย่างเมามัน สูบเลือดเนื้อชาวจีนจนแทบจะเหลือแต่กระดูก อย่างน่าเวทนา ขุนศึกหลายก๊กในประเทศต่างสู้รบแก่งแย่งอำนาจ ฆ่าฟันกันเองจนเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นเห็นจุดอ่อน ถือโอกาสนำทหารบุกเข้าตีแผ่นดินใหญ่ หวังกลืนแผ่นดินจีนแบบม้วนเดียวจบ

ทว่า ยังโชคดีที่จีนมีนักศึกษา-พลเมืองที่มีเลือดรักชาติเข้มแข็งรุนแรงยอมสละแม้ชีวิต เพื่อกอบกู้ชาติอย่างพร้อมเพรียง จึงพากันลุกฮือขึ้นเป็นขบวนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย พร้อมกับการนำเดินขบวนเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งนำโดย จอมพลเจียงไคเช็ค

ผู้ทรยศต่ออุดมการณ์ ดร.ซุนยัดเซ็น บิดาแห่งประเทศจีน และพรรคคอมมิวนิสต์จีนใหม่ ที่นำโดย เหมาเจ๋อตุง ผู้มั่นคงในอุดมการปฏิวัติ เปลี่ยนจากการสู้รบกันเองชั่วคราว รวมหัวร่วมมือกันทำสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ดุเดือดจนได้รับชัยชนะ สามารถรักษาผืนแผ่นดินและประวัติศาสตร์ชาติชาวจีนให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ชื่นชมสำเร็จในที่สุด พร้อมกับการขับไล่เจียงไคเช็คผู้เมาอำนาจและต่อต้านเข่นฆ่าผู้คนพรรคคอมมิวนิสต์อย่างโหดเหี้ยมเพื่อรักษาอำนาจตนเอง แต่ในที่สุดพ่ายแพ้ราบคาบต้องล่าถอยไปอยู่เกาะไต้หวันจนสิ้นลมปราณ

แต่กระนั้นก็ตาม ความอดอยากยากแค้นอย่างแสนสาหัส หลังสงครามอันเลวร้ายและระบบการปกครองอันล้าหลัง ทำให้ประชาชนชาวจีนต้องเดือดร้อนหนัก ไม่มีอาหารเพียงพอกินอย่างอดมือกินมือ ครอบครัวที่มีบุตรจำต้องหนีความหิวโหย โดยผู้บังเกิดเกล้าพลักดันให้ลูกตัวเองหนีตายข้ามทะเลไปเอาตัวรอดยังประเทศอื่น อาทิ สยาม เขมร ฮ่องกง ฯลฯ ชนิดยอมไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าเป็นจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อ "เหมา" ผู้เก่งกาจยุทธศาสตร์การทหารและจริงใจต่อการปฏิวัติประเทศได้รับชัยชนะจากการ "ลองมาร์ก" สองหมื่นลี้ จึงสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนใหม่ได้สำเร็จใน ค.ศ.1949 พร้อมกับการเล็งเห็นความเป็น "อัจฉริยะ" ของ "เติ้งเสี่ยวผิง" ด้วยการสนับสนุนให้คืนสู่อำนาจเป็นครั้งที่ 3 เข้าบริหารประเทศอีกครั้ง พร้อมกับการวางแนวทางปฏิรูประบบเศรษฐกิจชนิดพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ตามนโยบาย

"สี่ทันสมัย" อันลือลั่นแบบระบบทุนนิยมสมัยใหม่ ประสมระบบคอมมิวนิสต์กับระบบทุนนิยมอย่างกลมกลืนของ "เติ้ง" ผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้จีนกลายเป็นชาติมหาอำนาจทั้งด้านกำลังทหารและเศรษฐกิจ ดังกึกก้องไปทั่วโลก

หวนกลับมาศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปในแง่ลบอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งอยู่ในละตินอเมริกา ที่เคยรุ่งโรจน์ ร่ำรวย จากทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาล เมื่อ 30 กว่าปีก่อน นั่นคือ ประเทศเวเนซุเอลา (Venezuela) ที่มีดินแดนราว 916.445 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรโดยประมาณ 29.105.632 คน เป็นสหพันธรัฐ และเป็นประเทศที่โดดเด่นในละตินอเมริกามาก่อน นับตั้งแต่ค้นพบน้ำมันในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็กลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันของโลกและมีน้ำมันสำรองใหญ่ที่สุด ปัจจุบันปกครองโดยประธานาธิบดี นีโกลาส มาดูโร ซึ่งมีจุดยืนเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอเมริกา และต่อต้านท่าทีจักรวรรดินิยมอย่างเด่นชัด มีแนวคิดแบบสังคมนิยมตามแนวทางของอดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวช ผู้ทรนงในอดีต

ใครจะคิด...ประเทศเวเนซุเอลา ที่เคยรุ่งเรือง ร่ำรวยเมื่อ 30 ปีก่อน แต่กลับตกต่ำถึงปานนี้? เนื่องจากการบริหารประเทศที่ผิดพลาดใช้นโยบาย "ประชานิยม" แจกเงินอย่างไร้เหตุผล กระทบถึงระบบเศรษฐกิจการเมืองจนพังย่อยยับ เป็นผลให้ นีโกลาส มาดูโร ประธานาธิบดีคนปัจจุบันต้องเผชิญกับวิกฤตอย่างหนักหน่วงที่สุดในขณะนี้ และมีแนวโน้มจะนำไปสู่หุบเหวแห่งการล่มสลายอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ทั้งนี้ นอกจากเกิดเหตุการณ์ประท้วง ซึ่งมีฝูงชนจำนวนมากพากันออกมาต่อต้านคำประกาศภาวะฉุกเฉินของ

มาดูโรอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นโจทย์หนักของรัฐบาลในขณะนี้แล้ว รัฐบาลมาดูโรยังต้องเผชิญกับปัญหาความตกต่ำอย่างรุนแรงของราคาน้ำมัน ปรากฏการณ์ข้าวยากหมากแพง ระบบการเงิน การคลัง พังทลาย ธนาบัตรเสมือนเศษกระดาษอันไร้ค่า บ้านเมืองและรัฐนาวาตกอยู่ในความวุ่นวายไร้ขื่อแป อันเป็นสาเหตุหนึ่ง ยังผลให้เกิดสภาวะขาดแคลนอาหาร อดอยากทั่วระแหง เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมสาธารณูปโภค เช่น น้ำไฟไม่เพียงพอ...เป็นปัญหาที่ทับถมตามมา ดั่งภูผาที่กำลังจะพังทลาย!

อีกทั้ง ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติอย่างรุนแรง ยังผลให้เศรษฐกิจชะงักงัน ยิ่งซ้ำเติมให้เพิ่มจำนวน "ม็อบ" ที่ออกมาสร้างความวุ่นวายมากขึ้น พร้อมกับการส่งเสียงข้อเรียกร้องให้มาดูโรลงจากอำนาจ ดังกระหึ่มทั่วเมืองหลวง

ฝ่ายค้านได้ระบุว่า "เวเนซุเอลาในวันนี้ เปรียบเสมือนหนึ่งเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะเกิดระเบิดได้ทุกเมื่อ"

ส่วนฝ่ายรัฐบาลมาดูโรได้ออกมาประณามสหรัฐว่า สหรัฐเป็นมือที่มองไม่เห็น วางแผนให้เกิดขบวนการโค่นล้มอำนาจรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนให้ฝ่ายนาซีขวาจัด ร่วมมือดำเนินการอยู่เบื้องหลัง

กระบอกเสียงทำเนียบขาวของสหรัฐได้ออกมาโต้กลับทันควัน โดยกล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกวัน พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้องให้มาดูโรรับฟังความเห็นของฝ่ายค้านในประเทศด้วย มิฉะนันอาจทำให้วิกฤตทางการเมืองทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน

ผู้บริหารระดับสูงในทำเนียบขาวต่างส่งเสียงเตือนผ่านสื่อว่า "เมื่อได้ยินเสียงภูเขาน้ำแข็งพังทลาย ท่านจงได้ตระหนักว่า เหตุร้ายกำลังจะมาถึง"

เมื่อดูสถานการณ์ในขณะนี้...มาดูโรคงยังไม่ยอมถอย แต่กลับประกาศกร้าวว่า จะจัดให้มีการฝึกกองกำลังทหารเพิ่มขึ้น เพื่อแสดงพลังในการปกป้องอธิปไตยของชาติและต่อต้านการรุกรานจากภายนอกประเทศ แบบไม่ฟังเสียงประท้วงแต่อย่างใด

น่าศึกษาวิเคราะห์ในประเด็นว่า เหตุใด? ไยจึง...ทำให้ประเทศ เวเนซุเอลา ซึ่งเคยรุ่งเรืองสุดขีดเมื่อ 30 ปีก่อน ตกต่ำถึงกับต้องอาศัยการช่วยเหลือจากจีนหายใจ ถึงเพียงนี้?!

จากความเห็นนักวิเคราะห์หลายสำนักต่างเชื่อกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลาดังกล่าว มิได้เกิดจากเหตุปัจจัยที่มาจากภัยธรรมชาติแต่อย่างใด แต่ทว่า...เกิดจากฝีมือหรือการกระทำของมนุษย์ หรืออีกนัยหนึ่งเกิดจากผลพวงของผู้นำประเทศ ที่มีนโยบายบริหารประเทศที่ผิดพลาดนั่นเอง! จึงพาประเทศกลายเป็น "รัฐล้มเหลว" ดังที่ปรากฏ
จะเห็นได้ว่า ระบบสังคมหรือระบบการปกครองที่ไม่ดี

ย่อมเป็นผลร้ายต่อความสงบสุขของประชาชนภายในประเทศอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ผู้นำเวเนซุเอลา นำเอานโยบาย "ขจัดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน" ของอดีตประธานาธิบดีชาเวช ที่ใช้ "ตรรกะ" แบบง่ายๆ สรุปว่า....การแจกเงินให้คนจนนั้น จะทำให้ช่องว่างความรวย-จนลดลง พร้อมกับการระดมเพิ่มระบบสวัสดิการ

สังคมอย่างเต็มอัตราให้แก่ประชาชน จะสามารถทำให้เกิดผลดีในทางปรองดองได้นั้น ถือเป็นหลักคิดที่ผิดพลาด เพราะความเป็นจริงรัฐบาลที่ดีจะต้องรู้จักหารายได้เข้ารัฐด้วยระบบการค้า และการรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักทำมาหากินพึ่งตนเองเท่านั้น หาใช้การแบมือขอจากรัฐถ่ายเดียวไม่ ฉะนั้น นโยบายดังกล่าวที่ชาเวชและมาดูโรใช้จึงเป็นดาบสองคมกลับทำให้เกิดผลในทางตรงข้าม คือเป็นเหตุเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นในสังคม

หลังจากมาดูโรขึ้นสู่อำนาจต่อจากฮูโก ชาเวช ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งด้วยวัยเพียง 58 ปี แต่ "หลักคิด" ของชาเวช ก็ยังไม่ตาย มาดูโรได้สืบทอดแนวทางของชาเวชอย่างเหนียวแน่น ด้วยการดำเนินนโยบาย "ประชานิยม" อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูตามลูกพี่เก่า เพื่อเป้าหมายหวังให้ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อตนจะได้อยู่ในอำนาจนานๆ ตามแบบฉบับชาเวชนั่นเอง มิได้มีเป้าหมายกระทำเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนรวมอย่างแท้จริง.... จึงต้องพัง! ว่างั้น?

ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มตกลงไปอีก อาจทำให้เวเนซุเอลาผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 5 ของโลกกลายเป็นรัฐล้มเหลวหรือไม่?...จึงน่าติดตามอย่างไม่กะพริบตา

เป็นที่น่ายินดี ที่ได้ข่าวจากกระทรวงการคลังของรัฐบาลเวเนซุเอลา แถลงว่าทางการได้ทำข้อตกลงการแลกเปลี่ยนน้ำมันปิโตรเลียมกับสินเชื่อฉบับใหม่กับสาธารณรัฐประชาชนจีน และภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวนี้ จีนจะให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลเวเนซุเอลาถึง 5 หมื่นล้านสหรัฐ ซึ่งการช่วยเหลือของจีนในครั้งนี้ อาจเป็นแสงสว่างในการส่องทางให้เวเนซุเอลาก้าวออกจากถ้ำอันมืดมิดได้หรือไม่? ต้องรอดูต่อไป...

อย่างไรก็ตาม จากปรากฏการณ์ความล้มเหลวของรัฐบาลเวเนซุเอลา จนต้องอาศัยความช่วยเหลือจากจีนในครั้งนี้ เกิดปุจฉาว่า อะไร? เป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศที่เคยรุ่งโรจน์ ร่ำรวยในอดีตอย่างเวเนซุเอลา ต้องกลับมาประสบวิกฤตนำพาประเทศตกต่ำอย่างไม่เป็นท่าเช่นในปัจจุบัน ระยะเวลาเพียง 30 ปีเท่านั้น...

เท่านั้นจริงๆ ...

จึงเป็นประเด็น... น่าจะเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้นำประเทศต่างๆ ได้สังหรณ์...ว่ามั้ย?!


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : เวเนซุเอลา กลายเป็น รัฐล้มเหลว

view

*

view