หน้าแรก  วิสัยทัศน์/พันธกิจ  บริการของเรา  LINK 4 A/C  DOWNLOAD  ติดต่อเรา 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

เมนู

วิสัยทัศน์ / นโยบาย

ตรวจสอบบัญชี

บริการจัดทำบัญชี

ที่ปรึกษาบัญชี / ภาษี

วางระบบบัญชี

จดทะเบียนธุรกิจ

สมุดเยี่ยม

ติดต่อเรา

 

บทความที่น่าสนใจ

.......... บทความ 108 ..........

 
สมัครงาน

เจ้าหน้าที่บัญชี

ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี

พนักงานขาย

 

ระบบสมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 14/11/2007
ปรับปรุง 13/10/2017
สถิติผู้เข้าชม 19,994,620
Page Views 23,555,218
 

ฐานข้อมูลรัฐ

thaiworm33
ulanla

ธุรกิจครอบครัวระดับโลก

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย เชอรี่ประชาชาติ cheryd@gmail.com

วันก่อนมีโอกาสไปงานเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่แบรนด์ดังจากเยอรมนี "เซนไฮเซอร์" เป็นหูฟังรุ่น HE 1 ราคาแพงจับจิตจับใจถึงชุดละ 1.9 ล้านบาท (50,000 ยูโร)

ความพิเศษของหูฟังรุ่นนี้ เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัสดุต่าง ๆ อย่างพิถีพิถัน เช่น ตัวเครื่องขยายเสียงทำจากหินอ่อนจากเมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี เป็นหินอ่อนชนิดเดียวกับที่ศิลปินก้องโลกไมเคิลแองเจโล ใช้ในงานแกะสลักของตนเอง จึงมีคุณสมบัติในการส่งผ่านเสียงได้เป็นหนึ่งเดียวกัน และถ่ายทอดผ่านเครื่องขยายเสียงได้แบบไม่เก็บกักเสียง, ขั้วไฟฟ้าทำจากเซรามิกเคลือบทอง, ไดอะแฟรมเคลือบทองคำขาว 2.4 ไมโครเมตร เป็นต้น

ไม่ใช่แค่นั้น ชิ้นส่วนต่าง ๆ กว่า 6,000 ชิ้น ที่ประกอบร่างเป็นหูฟังชุดนี้ยังเป็นงานทำ (ด้วย) มือ โดยช่างฝีมือคุณภาพทั้งหมด ทำให้โรงงานที่เยอรมนีสามารถผลิตหูฟังรุ่นนี้ได้เพียงวันละ 1 ชุดเท่านั้น

แม้ราคาจะแพงระยับเฉียด 2 ล้านบาท หลังเปิดตัวในเยอรมนีไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้มียอดสั่งจองทั่วโลกแล้ว 200 กว่าชุด

หมายความว่า ถึงจะมีเงินซื้อแต่ถ้าสั่งซื้อ HE1 วันนี้ต้องรอคิวไปก่อนอย่างน้อย ๆ1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง

"อันเดรอัส เซนไฮเซอร์"
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม "เซนไฮเซอร์ กรุ๊ป" ประกาศว่า HE 1 เป็นระบบหูฟังที่ดีที่สุดในโลกที่ให้เสียงเยี่ยมยอด และมอบความรู้สึกให้ผู้ใช้งานได้เสมือนอยู่ในห้องโถงคอนเสิร์ต ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เท่าที่ผู้เขียนได้มีโอกาสทดลองฟังเพลงจากหูฟังรุ่นที่ว่านี้บ้าง ยอมรับในคุณภาพเสียงที่ได้ยิน และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหนึ่งว่ากำลังนั่งฟังเพลงอยู่ในคอนเสิร์ตฮอลล์จริง ๆ แต่เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงก็พยายามคิดว่าถ้ามีเงินพร้อมจ่าย จะซื้อหามาใช้สักชุดไหม...ยังคิดไม่ตกเพลงก็จบเสียก่อน

จริง ๆ ก็คงไม่ต่างจากกระเป๋าแบรนด์ดังบางรุ่นของบางยี่ห้อที่มีราคาหลักหลายแสน ก็ยังขายได้ขายดี บางรุ่นเป็นของหายากถึงกับต้องตามหาตามล่ากันไปทั่วโลกก็มี

จะว่าไปแล้วเรื่องของรสนิยม ความชอบ และความเชื่อ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ถ้าพอใจซะอย่าง คนอื่นว่า "แพง" สำหรับคนที่ชอบและมีกำลังซื้อก็คงไม่แพง หรือถึงจะแพงแต่ก็คุ้มค่าและยินดีจ่าย

หลายปีก่อน "เซนไฮเซอร์" เคยมีหูฟังเกรดพรีเมี่ยมออกมาแล้ว 1 รุ่น คือ "ออร์เฟียส" ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 10,000 ยูโร แต่ปัจจุบันราคาขึ้นไปถึง 30,000 ยูโรแล้ว เพราะผลิตออกมาแค่ 300 ชุดเท่านั้น

ของดีมีจำกัด แม้จะแพงแสนแพงยังไงก็ขายได้ ไม่ว่าจะด้วยกำลังการผลิตหรือเพราะตั้งใจทำออกมาแค่นั้นก็เถอะ

เรื่องคุณภาพก็เรื่องหนึ่ง ด้วยความที่เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตออกมาเพียง 300 ชุด ทำให้ "ออร์เฟียส" ยังคงเป็นหูฟัที่ยังเป็นที่ต้องการของคอเครื่องเสียงกระเป๋าหนัก

อย่างไรก็ตาม "เซนไฮเซอร์" ไม่ได้มีแต่หูฟังราคาหลักแสนหลักล้าน แต่หลักพันก็มี และมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ตามแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ความชอบ และกำลังทรัพย์

ในปีที่ผ่านมา "เซนไฮเซอร์" ทำยอดขายรวมทั่วโลกได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 682.2 ล้านยูโร โดยตลาดยูโรเมดิเตอร์เรเนียน (ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกา) ยังเป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุด มียอดขายอยู่ที่ 355.2 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 1.7% โดยปีที่แล้วเป็นอีกปีที่ยอดขายในเยอรมนี ประเทศต้นกำเนิดเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก

ขณะที่ตลาดในทวีปอเมริกาและเอเชีย-แปซิฟิกก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันโดยเติบโต17.5% และ 11% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ปีที่แล้วยังเป็นปีที่ "เซนไฮเซอร์"เพิ่งฉลองครบรอบ 70 ปี

บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 1945 ในนาม "แล็บบอราทอเรียม เวนเนโบสเทล" (Laboratorium Wennebostel) โดยวิศวกรไฟฟ้า "ศ.ดร.ฟริตซ์ เซนไฮเซอร์" ที่ประเทศเยอรมนี และในปี 1947 เปิดตัวไมโครโฟนที่พัฒนาขึ้นสำหรับใช้ภายใน ตามด้วยไมโครโฟน ชอร์ตกัน (shortgun) ในปี 1956 และในปีต่อมาได้ผลิตไมโครโฟนรุ่นต่าง ๆ ออกมากว่า 100 แบบ

ต้นปี 1958 เปลี่ยนชื่อเป็น "เซนไฮเซอร์" จุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ในสิบปีจากนั้นได้จุดประกายไปทั่วโลกด้วยการพัฒนาและการผลิตหูฟังครั้งแรกในสไตล์"โอเพ่นเอียร์โฟน"

ปัจจุบัน"เซนไฮเซอร์" มีพนักงานกว่า 2,700 คนทั่วโลก ครึ่งหนึ่งอยู่ในเยอรมนี มีเครือข่ายบริษัทในเครืออยู่ทั่วโลก และมีโรงงานทั้งในเยอรมนี, ไอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา

ที่น่าทึ่งก็คือ จากวันแรกจนถึงปัจจุบันบริษัทยังสามารถคงความเป็นธุรกิจที่บริหารงานโดยคนในครอบครัวเอาไว้ได้

จากรุ่นสู่รุ่นถึงรุ่นที่สามในวันนี้ภายใต้การบริหารงานของสองพี่น้อง"แดเนียล และอันเดรอัส เซนไฮเซอร์" หลานปู่ของ ศ.ดร.ฟริตซ์ เซนไฮเซอร์ ผู้ก่อตั้ง


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ธุรกิจครอบครัวระดับโลก

 * 

สำนักงานสอบบัญชี พี แอนด์ อี,สำนักงานบัญชี พี.เอ็ม.เอส.,คณะบุคคลที่ปรึกษา พี.เอ.ที.,บจ.สำนักงานบัญชีและธุรกิจ พี.เอ.แอล.

 
  
view