http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท07/12/2017
ผู้เข้าชม20,114,774
เปิดเพจ23,728,876

ไขข้อสงสัย พร้อมเพย์ ปลอดภัยไหม?

ไขข้อสงสัย "พร้อมเพย์" ปลอดภัยไหม?

จากประชาชาติธุรกิจ

"พร้อมเพย์" เป็นโครงการหนึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์พัฒนา ใช้ระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนล อีเพย์เมนต์) เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้อีเพย์เมนต์แพร่หลายมากขึ้นในสังคมไทยที่เน้นการใช้เงินสดเป็นหลัก เป็นการลดต้นทุนให้กับรัฐทางหนึ่ง ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนกับธนาคารในการผูกบัญชีกับหมายเลขบัตรประชาชน และ/หรือหมายเลขโทรศัพท์

จนเกิดกระแสกังวลใจว่า ข้อมูลส่วนตัวจะถูกผู้ไม่หวังดีล้วงไปทำประโยชน์ในทางให้ผู้ใช้พร้อมเพย์เสียหายหรือไม่

ขนาดคนที่ชื่อ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และยังเป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 ยังออกมาติง

ประกาศลั่นว่าจะไม่ใช้เด็ดขาด

ความกังวลมากมายของผู้ที่จะต้องให้ "อนุชิต อนุชิตานุกูล" ที่ปรึกษาคณะทำงานพัฒนาระบบ เนชั่นแนล อีเพย์เมนต์ ต้องอธิบายกันอย่างง่ายๆ ว่า การใช้อีเพย์เมนต์จะทิ้งร่องรอยเสมอ รู้ว่าต้นทางและปลายทางของเงินมาจากไหน สามารถตรวจสอบได้เมื่อพบความผิดปกติ หรือกรณีที่สงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น

"การขาดความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น น่าจะมีพื้นฐานมาจากความขัดแย้งในสังคมไทย เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีสิ่งใหม่เข้ามาต้องต่อต้านไว้ก่อน ′พร้อมเพย์′ ต้องใช้เลขบัตรประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์เป็นองค์ประกอบหลักเพื่อมาใช้แทนเลขบัญชีนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะเวลาที่จะไปเปิดบัญชีกับธนาคาร พนักงานก็จะมีการเรียกหมายเลขบัตรประชาชน เพื่อใช้แสดงตัวตนว่าคนที่มาเปิดบัญชีเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง ไม่ได้ปลอมแปลงบัตรใครมา ส่วนการยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์จะมีการส่งรหัสครั้งเดียว (OTP) มายังเบอร์โทรศัพท์ที่เราเป็นเจ้าของ"

อนุชิตกล่าวต่อว่า ในทางตรงกันข้าม การใช้เลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์แทนเลขบัญชีจะมีความปลอดภัยมากกว่าที่จะบอกเลขบัญชีธนาคารต่างๆ ให้คนอื่นรู้ เพราะไม่ว่าจะโอนเงินมายังหมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์ก็จะไม่รู้ว่าผู้รับเงินมีบัญชีอยู่ในธนาคารใดบ้าง ระบบการโอนเงินของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นระบบหลังบ้านนั้นมีความปลอดภัย และมีการพัฒนาระบบมากว่า 20-30 ปีแล้ว การที่รู้ว่าหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักคืออะไรบ้าง ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้

ลองฟังกูรูการเงินอีกคนของแบงก์ชาติ "นางฤชุกร สิริโยธิน" ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงทันทีต่อการแสดงความเห็นของบวรศักดิ์ว่า การใช้บริการพร้อมเพย์เป็นทางเลือกให้ประชาชนมีช่องทางในการชำระเงินเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้เป็นการบังคับให้ทำแต่อย่างใด จะลงทะเบียนเมื่อไรหรือยกเลิกเมื่อไรก็ได้ นายบวรศักดิ์มีความเข้าใจแล้วและได้เสนอว่า ประเทศไทยควรจะมีกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Law) จะมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในทุกด้าน

อย่างไรก็ตาม ธปท.มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา 154 อยู่แล้ว หากผู้ใดที่ล่วงรู้ข้อมูลความลับของสถาบันการเงินแล้วนําไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

"ที่ผ่านมา ยังไม่เคยพบว่ามีธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอนแบงก์) กระทำผิดกรณีนี้แต่อย่างไร" นางฤชุกรกล่าวย้ำว่า "ยืนยันว่าระบบของธนาคารพาณิชย์เป็นระบบ ′ปิด′ เป็นระบบที่มีมาตรฐานสากล ไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ของภาครัฐแต่อย่างไร ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบทะเบียนราษฎร์ อย่างไรก็ดี การใช้งาน ′พร้อมเพย์′ ต้องทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การตั้งชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ไม่ควรตั้งเลขซ้ำกัน หรือเลขที่ง่ายต่อการคัดลอก เช่น 1234, 9999 เป็นต้น ในส่วนการใช้งานโทรศัพท์ ควรมีการลงแอนตี้ไวรัส และไม่มีการดัดแปลงโทรศัพท์มือถืออันจะทำให้มีไวรัสหรือเกิดการแฮกข้อมูลได้ง่าย ช่วงที่เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้ว 9.7 ล้านราย" นางฤชุกรระบุ

อีกหนึ่งเสียงที่ยืนยัน "อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นว่า ความกังวลเรื่องปัญหาความปลอดภัยในการใช้ เนื่องจากมีการเชื่อมกับเลขที่บัตรประชาชนกับว่า หมายเลขบัตรประชาชนเปรียบเสมือนการยืนยันตัวบุคคล การนำบัตรประชาชนไปผูกกับหมายเลขบัญชีเพื่อแสดงความเป็นตัวตนที่แน่ชัดของบุคคลนั้นๆ เพราะบางคนมีชื่อนามสกุลที่ซ้ำกัน แต่เลขที่ประชาชนไม่ซ้ำกันแน่นอน ถ้าบอกว่าต้อง "ส่วนตัว" อย่างนั้นชื่อเราก็ต้องห้ามคนอื่นรู้ด้วย

"กรณีไปรับจ้างงาน ทางบริษัทที่จ้างงานต้องขอเลขที่บัตรประชาชนและเลขที่บัญชีธนาคาร ต่อไปถ้ามีพร้อมเพย์ สามารถให้เลขที่บัตรประชาชนเพียงเลขเดียว เงินถูกโอนเข้าบัญชี ถือว่าปลอดภัยกว่าไหม เพราะคนอื่นไม่รู้เลขที่ธนาคาร เรื่องนี้ยืนยันว่า การที่ต้องนำเลขที่บัตรประชาชนมาผูกเพื่อแสดงตัวตน ธนาคารไม่สามารถเข้าไปดูข้อมูลในบัตรประชาชนได้ และการทำพร้อมเพย์ไม่เกี่ยวกับการไปดูเส้นทางการเงินเพื่อเก็บภาษี เป็นคนละเรื่องกันเลย"

"ยืนยันว่า เงินพร้อมเพย์มีความปลอดภัย และพร้อมเพย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้สถาบันการเงินใช้ระบบชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์มานานพอสมควร ทั้งอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หรือเทเลโฟนแบงก์กิ้ง ระบบ ′พร้อมเพย์′ เข้ามาเสริม เพื่อให้คนเข้าบริการได้ถึงมากขึ้น มีค่าบริการถูกลง ส่วนในเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้น ธปท.และสถาบันการเงินก็ดูแลให้ระบบดังกล่าวมีความมั่นคงและปลอดภัย สำหรับในเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น ก็ได้ให้ฝ่ายกฎหมายไปดูแล้ว เพราะมีคนทักเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ได้เอาข้อมูลในบัตรไปใช้ เพียงแต่เอาเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์ไปเชื่อมต่อกับหมายเลขบัญชีธนาคารเท่านั้น" นายอภิศักดิ์กล่าว

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นด้วยว่า พื้นฐานของพร้อมเพย์นอกจากอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการจ่ายเงิน โอนเงินได้ในทุกที่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำธุรกรรมการเงินของประชาชน เน้นย้ำว่าเป็นทางเลือก ดังนั้น อยู่ที่ความสมัครใจที่ประชาชนจะใช้ เมื่อใช้บริการ "พร้อมเพย์" ข้อมูลธุรกรรมการเงินจะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีการบันทึก และเห็นที่มาของเงินได้ จะลดการคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจสอบและการเข้าไปดูข้อมูลการใช้พร้อมเพย์ของประชาชน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเข้าไปตรวจสอบขอดูข้อมูลได้ ต้องมีมูลเหตุที่สมควรแก่การตรวจสอบ ต้องวางกรอบกฎระเบียบกฎหมายด้วยว่า การจะขอดูข้อมูล หรือตรวจสอบประวัติการใช้งานพร้อมเพย์ต้องมีคำสั่งศาล

ไม่ว่าจะกังขาหรือเข้าใจ "พร้อมเพย์" ในมุมไหน แต่สุดท้าย ไม่มีใครไปมัดมือชกหรือรัฐบังคับให้เข้าระบบนี้ ขึ้นอยู่กับที่แต่ละบุคคลจะตัดสินใจเอง


ที่มา นสพ.มติชนรายวัน


15 ก.ค.กดปุ่ม "พร้อมเพย์" ก้าวเล็ก ๆ ที่ไม่พร้อม ?

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย วิไล อักขระสมชีพ oilday@yahoo.com

นับถอยหลังเปิดบริการพร้อมเพย์ (PromptPay) สำหรับโอนเงินระหว่างบุคคลด้วยกันอีกรูปแบบหนึ่ง ดีเดย์วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงยกระดับบริการทางการเงินของประเทศไทย

สิ่งที่จะได้จากการ เข้าร่วมพร้อมเพย์ในระยะแรกนี้ คือ สามารถทำธุรกรรมการโอนเงินและรับโอนเงินได้ทั่วประเทศโดยเสียค่าใช้จ่ายถูก ลงในการทำธุรกรรมนอกจากนี้ภาคธุรกิจยังได้ประโยชน์จากการชำระเงินค่าสินค้า ได้สะดวกรวดเร็ว รวมถึงภาครัฐที่อยากจะเพิ่มประสิทธิภาพการโอนเงินถึงมือประชาชนได้โดยตรงและ ทั่วถึงตรงเป้าหมายด้วย

เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ได้ประกาศเปิดให้ประชาชนเลือกลงทะเบียนใช้บริการพร้อมเพย์ เพียงแค่นำบัตรประจำตัวประชาชน (ID) หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือผูกกับบัญชีเงินฝากของธนาคาร ซึ่งจะต้องเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวันเท่านั้น โดยในระยะแรกจะมีเพียงธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง และธนาคารของรัฐ 4 แห่งเท่านั้นที่จะเปิดให้บริการพร้อมเพย์ก่อน ฝั่งประชาชนที่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ไว้ ก็จะสามารถเลือกใช้เป็นช่องทางรับเงินสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐได้เลย จนกว่าจะถึงปลายเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป "พร้อมเพย์" จึงจะสามารถให้บริการ "โอนและรับโอนเงิน" สำหรับผู้ใช้บริการพร้อมเพย์

โดยวิธีการลงทะเบียน หากจะเลือกใช้บัตรประจำตัวประชาชนก็ควรใช้ผูกกับบัญชีที่ทำธุรกรรมโอนและรับโอนเป็นหลักไว้ เพราะ ธปท.กำหนดให้ผูกได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น ส่วนหมายเลขโทรศัพท์มือถือสามารถนำมาผูกกับบัญชีได้ไม่เกิน 3 เบอร์เท่านั้น ซึ่ง 1 เบอร์โทร.มือถือต่อ 1 บัญชี โดยทั้ง 4 หมายเลขนี้ จะไม่สามารถผูกบัญชีซ้ำได้ เว้นแต่จะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงขอยกเลิกการผูกบัญชีเรียบร้อยก่อน

สำหรับค่าใช้จ่ายที่ถูกลงของผู้ใช้บริการพร้อมเพย์ในช่วงแรกนี้ หากมีการทำธุรกรรมโอนเงินมูลค่าไม่เกินรายการละ 5,000 บาทฟรีทุกรายการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นมีการแจ้งว่าจำกัดจำนวนรายการแต่อย่างไร แต่หากมีการโอนเงินมูลค่ามากกว่ารายการละ5,000-30,000 บาท จะถูกแบงก์เก็บค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) รายการละไม่เกิน 2 บาท และถ้าวงเงินโอนมากกว่ารายการละ30,000-100,000 บาท จ่ายค่าฟีไม่เกิน 5 บาทหากวงเงินมากกว่า 100,000 เป็นต้นไป ถึงวงเงินสูงสุดที่แต่ละธนาคารกำหนด คุณจะเสียค่าฟีรายการละไม่เกิน 10 บาท/รายการ

ส่วนผู้อ่านถามว่า จำเป็นที่ทุกคนจะต้องรีบโดดเข้าลงทะเบียนเพื่อใช้ "บริการพร้อมเพย์" ในเวลานี้หรือไม่ ผู้เขียนก็ขอตอบเลยว่า ต้องขึ้นอยู่กับตัวคุณว่า มีพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างไร เพราะถ้าต้องทำธุรกรรมโอนเงินหรือชอบช็อปออนไลน์เยอะ ก็เลือกเลยว่าจะใช้ผูกกับบัญชีไหน ถ้าทุกวันนี้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต หรือโมบายแบงกิ้งอยู่แล้ว ก็สมัครบริการไปเลย เพราะคุณมีพื้นฐานการใช้ดิจิทัลแบงกิ้งอยู่แล้ว ก็เพิ่มอีกช่องทางไปเลย ส่วนคนที่ยังไม่พร้อมปรับตัวหันมาใช้ระบบบดิจิทัลแบงกิ้ง ก็ยังไม่ต้องรีบร้อนไปลงทะเบียน เพราะ ธปท. "ไม่ได้กำหนด" ระยะเวลาสิ้นสุดการลงทะเบียนแต่อย่างใด เว้นแต่ว่าคุณอยากเข้ามาเรียนรู้โลกดิจิทัลแบงกิ้ง ก็สมัครใช้ "พร้อมเพย์" เลย

เพราะช่วงนี้แบงก์ต่าง ๆ แห่กันออกโปรโมชั่นล่อใจลูกค้า มีตั้งแต่ให้คืนเป็นเงินสด จนถึงลุ้นรับรางวัลชิ้นใหญ่สุดคือ "รถยนต์" กันทีเดียวเพราะเป็นนาทีทองของแบงก์จะช่วงชิงฐานลูกค้ารายย่อย เพื่อเข้ามาใช้บริการแล้วยังสามารถต่อยอดให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ อีก

แต่หากคุณเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการ "พร้อมเพย์" แล้ว ก็ต้องทำใจ เพราะในก้าวเริ่มต้น "พร้อมเพย์" ยังไม่มีใครรู้หรือคาดเดาได้ว่า แม้วันนี้สมาคมธนาคารไทยประกาศมีความพร้อมในการให้ลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์ แต่ก็ต้องทำใจเผื่อไว้กรณีระบบที่ให้บริการอาจยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว เพราะนี่เพิ่งก้าวแรกเท่านั้น

และที่สำคัญ เมื่อเกิดปัญหาความเสียหายหากมีการโอนชำระเงินผิดพลาด ถึงแม้ทางสมาคมธนาคารไทยประกาศว่า หากมีกรณีต่าง ๆ ที่เกิดความเสียหายในบัญชีเงินฝากของผู้ใช้ "พร้อมเพย์" ธนาคารจะพร้อมรับผิดชอบทุกกรณี รวมถึงการถูกโจรกรรมข้อมูลทางการเงินจากแฮกเกอร์ด้วย แต่ผู้เขียนก็อยากจะเตือนว่า กว่าจะมาถึงจุดที่แบงก์รับผิดชอบให้นั้น ในทางปฏิบัติแล้ว แบงก์ย่อมจะต้องมีกระบวนการพิสูจน์หรือดูระบบที่บันทึกข้อมูลด้วย ลองคิดง่าย ๆ หลายคนคงเคยกดเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วเงินไม่ออก สิ่งที่ต้องทำคือแจ้งคอลเซ็นเตอร์ของแบงก์ ซึ่งแค่โทร.หาจะเริ่มรับสายก็ยังรอนาน หรือบางแบงก์มีให้บริการโทร.กลับก็ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง หรือบางกรณีจะต้องวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่สาขาแบงก์อีก ขณะที่เราก็ร้อนใจกับความกลัวว่าเงินอาจหายไป

เพราะทุกวันนี้ประสิทธิภาพการให้บริการคอลเซ็นเตอร์ของแบงก์ค่อนข้างอยู่ระดับต่ำมาก เรียกประมาณว่า "ต่อ-ติด-ตาย" ก็ได้ เพราะต่อสายติด แต่บอกว่าเจ้าหน้าที่เต็มทุกคู่สาย กรุณารอสายหรือติดต่อมาใหม่ แบบว่าคนฟัง "ตาย" ไปเลย เพราะร้อนใจกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้

ถึงเวลาทวงถามบรรดาแบงก์ได้ตระหนักถึงประสิทธิภาพคอลเซ็นเตอร์ ที่เปรียบเหมือนผู้ให้บริการหลังการขายได้แค่ไหน


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : ไขข้อสงสัย พร้อมเพย์ ปลอดภัยไหม

view

*

view