http://www.108acc.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

วิสัยทัศน์/พันธกิจ

บริการของเรา

LINK 4 A/C

DOWNLOAD

ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« July 2018»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

.......... บทความ 108 ..........

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๔)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (2)

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ธรรมนูญครอบครัว คนละเรื่องเดียวกัน (๓)

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคง VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย.61 ..... คั่นเวลา

บัญญัติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุม ภายใน (1)

อะไรคือข้อมูลทางบัญชี ?

องค์กรในมุมมองของนักบัญชี

วิธีการเลือกสำนักงานบัญชี

เจ้าของกิจการควรไปพบ สรรพากรเองหรือไม่

บัญญติ 10 ประการที่ต้อง คำนึงในการวางระบบบัญชี และการควบคุมภายใน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (2)

สำนักงานบัญชีในฝัน (3)

สำนักงานบัญชีในฝัน (4)

สำนักงานบัญชีในฝัน (5)

สำนักงานบัญชีในฝัน (6)

การสุ่มตัวอย่างทางสถิติในการสอบบัญชี

ค่าทำบัญชีปีละ 2-3 หมื่นบาท คุณไปอยู่ที่ไหนมา

พรก.ยกเว้นการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากร 2558 ยื่นดีไหม

ธุรกิจปั่นป่วน เจอปัญหาขาดแคลนผู้สอบบัญชี จริงหรือ(1)

คุณสมบัตินักบัญชีที่ดี

จรรยาบรรณ ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

ธรรมบรรยาย ชุด จริยธรรมกับบัณฑิต - พุทธทาสภิกขุ

คลิปนี้ ชอบมาก

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (1)

KPI เท่าไหร่ถึงพอ (2)

สถิติการจ่ายภาษีรายจังหวัด

สถิติการจ่ายภาษีตามภาค

สำนักงานบัญชีในฝัน (1)

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สถิติ

เปิดเว็บ14/11/2007
อัพเดท05/07/2018
ผู้เข้าชม20,349,230
เปิดเพจ24,154,697

รายได้ท่องเที่ยวไทย รั่ว...ไหล ไปไหน ?

จากประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า Montien_dear@yahoo.com

ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงในการสร้างรายได้เข้าประเทศ

และก็ต้องยอมรับว่าหน่วยงานภาครัฐของไทยเราเองก็เป็นปลื้มกับตัวเลขนักท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยว กระทั่งคิดเป็นรายได้เกือบ 20% ของตัวเลขจีดีพีในภาพรวมของประเทศ

เมื่อเห็นตัวเลขที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งในเชิงปริมาณนักท่องเที่ยว และมูลค่ารายได้จากการท่องเที่ยว หลาย ๆ หน่วยงานอาจผ่อนกฎ กติกา มารยาท รวมถึงรายละเอียดของกระบวนการในการทำธุรกิจไปบ้าง

เพราะทุกคนดูที่ว่าสุดท้ายแล้วเราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ทางหน่วยงานภาครัฐตั้งไว้มากน้อยแค่ไหน

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมเสวนากับ "ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์" นักวิชาการที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเจ้าของงานวิจัยด้านการท่องเที่ยว ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและน่าค้นหาข้อมูลอย่างยิ่ง

"ผศ.ดร.จุฑามาศ" เล่าให้ฟังว่า จากที่เธอได้ค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำวิจัยด้านการท่องเที่ยวชิ้นหนึ่ง ได้เจอข้อมูลชิ้นหนึ่งน่าสนใจมาก เป็นข้อมูลจากสภาการท่องเที่ยวและการเดินทางโลก หรือ World Travel and Tourism Council (WTTC) และองค์การการท่องเที่ยวโลก หรือ UNWTO ระบุว่า ประเทศไทยมีรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 7-8 ของประเทศ จากจำนวนทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก ที่หน่วยงานดังกล่าวเก็บข้อมูล

แต่เมื่อดูลึกไปกว่านั้น ได้พบข้อมูลที่น่ากลัวและน่าวิตกมาก ๆ คือ รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยเหลือหมุนเวียนอยู่ในประเทศ เป็นอันดับที่ 183 ของโลก

จากข้อมูลนี้แปลงเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ รายได้ที่เกิดขึ้นจากภาคการท่องเที่ยวของไทยมีรอยรั่ว

ส่วนจะรั่วไปทางไหน อย่างไรบ้างนั้น "ผศ.ดร.จุฑามาศ" แนะว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหลายของไทยควรลงมาดูเชิงลึกอย่างจริงจังได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นเพียงแค่แหล่งทำมาหากินของกลุ่มคนต่างชาติ

เท่านั้นยังไม่พอ กลุ่มที่ว่านี้ยังจะเข้ามาทำให้ทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวของไทยเกิดความเสื่อมโทรมอีกต่างหา

ฉะนั้นการขยับตัวด้วยการหันมาปราบ "นอมินี" ด้านการท่องเที่ยวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังในช่วงนี้ จึงเป็นประเด็นที่คนไทยทุกคนควรให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ที่สำคัญ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรที่จะต้องลงโทษคนไทยที่ "เต็มใจ" เป็น "นอมินี" ให้กับนายทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

ผู้คลุกคลีในวงการท่องเที่ยวรายหนึ่งเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงปัญหา "นอมินี" ในขณะนี้ว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะปราบได้แค่บางส่วน และก็คงเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เพราะกลุ่มที่ทำธุรกิจในรูปแบบนอมินีนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และล้วนมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่เบื้องหลังแทบทั้งสิ้น

ในหลายพื้นที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต เชียงใหม่ หรือพัทยา ล้วนมีการประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีทั้สิ้น โดยเห็นได้ชัดเจนจากกลุ่มทัวร์จีน ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนจีนที่มาลงทุนทำธุรกิจรองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขายตั๋ว สายการบิน โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สปา ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ฯลฯ

เรียกว่าบริษัททัวร์ได้บรรจุโปรแกรมการท่องเที่ยว แหล่งรับประทานอาหาร ดูโชว์ ซื้อสินค้าที่ระลึกที่ไหนบ้างไว้หมดแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์หมดสิทธิ์แหกคอก ออกนอกโปรแกรมที่วางไว้เด็ดขาด...

ในประเด็นนี้ผู้เขียนเคยคุยกับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นเลียบชายหาดเมืองพัทยาซึ่งก็ได้ข้อมูลที่ว่า ทุกวันนี้เมืองพัทยามีนักท่องเที่ยวจีนเต็มเมืองไปหมด เดินไปไหนมาไหนก็เจอแต่ไกด์เดินถือธงนำเข้าเป็นทิวแถว

แต่เชื่อหรือไม่ว่า โรงแรมที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นเลียบชาดหาดแทบจะไม่ได้ลูกค้ากลุ่มนี้เลย

เหตุผลที่ไม่มีกรุ๊ปทัวร์มาใช้บริการก็คือหากพาลูกทัวร์มาพักแถวริมหาด ลูกทัวร์ออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย ทั้งเดินช็อปปิ้ง หาอาหารรับประทาน หรือไปเดินเที่ยวเองได้ง่าย ลูกทัวร์เหล่านี้ก็จะรู้มาก เกิดการเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการ

...สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บริษัททัวร์เหล่านั้นจะกลัวมาก

ดังนั้นที่พักของกรุ๊ปทัวร์จีนในเมืองพัทยาส่วนใหญ่จะอยู่ในซอกในซอยที่ไกล ๆ หรือในโซนที่ใกล้กับถนนสุขุมวิท ชนิดที่ว่าพอลูกทัวร์ลงรถปุ๊บ ก็ต้องขึ้นห้องแล้วนอนเลย ไม่สามารถออกมาแหล่งช็อปปิ้งได้

โมเดลแบบนี้เกิดขึ้นทุกที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ของประเทศ

ที่สำคัญ การทำธุรกิจในโมเดลดังกล่าวนี้แหละ ที่ทำให้เกิดการ "รั่วไหล" ของเงินไปอยู่ในกระเป๋านายทุนต่างชาติได้เนียนที่สุดในขณะนี้ แถมยังเป็นส่วนที่ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยเสียหาย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ ผู้เขียนอยากวอนขอร้องให้คนไทยหันมาช่วยกันรักษาทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวของชาติ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเองก็อย่าหลงอยู่กับเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวให้มากจนเกินไป

และ ควรหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นที่ว่าทำอย่างไรที่จะทำให้เม็ดเงินจากภาค ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยให้หมุนเวียนอยู่ในประเทศได้มากที่สุด


สำนักงานสอบบัญชี,#สอบบัญชี,สำนักงานบัญชี,#ทำบัญชี,#ที่ปรึกษา,การจัดการ,เศรษฐกิจการลงทุน

Tags : รายได้ท่องเที่ยวไทย รั่ว...ไหล ไปไหน ?

view

*

view